พ่อค้าโอ่งแห่งบ้านศาลาแดงเหนือ

ตุ่มสามโคกและตุ่มปากเกร็ดที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์วัดศาลาแดงเหนือ
ชาวมอญแห่งบ้านศาลาแดงเหนือแถบสามโคกค้าขายทางเรือมาหลายชั่วคน ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องปั้นดินเผาและถ้วยชาม สินค้าอื่นๆ ก็มีปูนแดง เกลือ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลาเค็ม เต้าเจี้ยว ไตปลา ของแห้งต่างๆ ที่ใช้ในครัวเรือน ใส่เรือกระแชงชักใบล่องเรือไปขายคราวละไม่ต่ำกว่า ๓-๔ เดือน ปีละ ๒-๓ ครั้ง จนศาลาแดงเหนือแทบจะกลายเป็นหมู่บ้านร้าง กว่าจะมีผู้คนก็เฉพาะงานบุญ งานสงกรานต์เท่านั้น
เมื่อคราวคนรุ่นย่ายายยังสาว พวกเครื่องปั้นดินเผาจะไปรับของที่เกาะเกร็ดและบ้านหม้อที่บางตะนาวศรีใกล้ๆ เมืองนนท์ ส่วนสินค้าของแห้งจะไปจอดเรือแถบสามเสนหรือซังฮี้ แล้วว่าเรือเล็กเข้าไปซื้อแถวคลองบางหลวง ตลาดพลู และคลองโอ่งอ่าง ตามแต่แหล่งสินค้าขึ้นชื่อจะมีที่ใด นำไปขายตามรายทางจนถึงปากน้ำโพ เข้าแม่น้ำน่านไปแถวบางโพท่าอิฐที่อุตรดิตถ์ก็มี ส่วนแม่น้ำปิงท้องน้ำที่เต็มไปด้วยหาดทรายทำให้เดินเรือไม่สะดวก บางลำก็แยกที่อยุธยาเข้าไปทางป่าสักขึ้นไปจนถึงแก่งคอยและท่าลาน บางรายแยกไปทางลำน้ำลพบุรีเข้าบางปะหัน มหาราช บ้านแพรก บ้านตลุง ลพบุรี วิธีการค้าขายก็จะใช้สินค้าแลกข้าวเปลือกเป็นหลัก ขากลับจะบรรทุกข้าวเปลือกมาเต็มลำเอาไปขายโรงสีแถวกรุงเทพฯ ที่มีอยู่หลายเจ้า
คนมอญที่ศาลาแดงเหนือ สองพี่น้อง จนถึงเจดีย์ทอง ต่างล่องเรือค้าขายกันแทบทุกบ้าน อาชีพทำนาทำสวนหรือปั้นหม้อเผาอิฐแทบจะไม่ปรากฏเลย ความเจนจัดทางเรือส่งทอดสืบต่อกันมาไม่ขาดจนเมื่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนไป เรือขายของแห้งและเครื่องปั้นดินเผาก็เปลี่ยนเป็นเรือรับจ้างบรรทุกข้าว ขนหินขนทราย ถ้ามีทุนสูงรวมกับการกู้หนี้ยืมสินก็เป็นเจ้าของเรือเหล็กที่ราคาลำละหลายล้านโยงเรือรับจ้างจนถึงทุกวันนี้
แต่บางรายยังคงใช้เรือบรรทุกเฉพาะโอ่ง หม้อ ครก กระถางไปขายตามลำคลองแถบคลองรังสิต คลองบางซื่อ คลองผดุงกรุงเกษม คลองเปรมประชากร คลองแสนแสบ คลองเทเวศร์ เป็นพ่อค้าเร่ทางเรือที่ไม่ไกลบ้านเหมือนในอดีต และในเมืองปทุมฯ ชาวเรือเร่ค้าโอ่งค้าหม้อไม่มีที่ใดมากเท่าบ้านสองพี่น้องที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านศาลาแดงเหนือนัก
แหล่งผลิตสินค้าพวกเตาขนมครก หวดนึ่งข้าวเหนียว อ่างขนมจีน ครก มีที่ปากเกร็ด ส่วนบางตะนาวศรีใกล้เมืองนนท์ จะทำพวกเตาขนมครก หม้อดินมีหู ซึ่งมีคู่แข่งแหล่งสำคัญคือบ้านคลองสระบัว พระนครศรีอยุธยา แต่ฝีมือจากคลองสระบัวจะหยาบและได้รับความนิยมน้อยกว่า ส่วนโอ่งที่เป็นของขึ้นชื่อว่า "ตุ่มสามโคก" หรือ "ตุ่มอีเลิ้ง" ลักษณะปากและก้นแคบ ป่องกลาง เนื้อดินสีแดงใบไม่ใหญ่โตนัก เป็นของรุ่นเก่าที่เล่ากันว่าผลิตแถวสามโคกซึ่งยังหาร่องรอยไม่ได้ว่าผลิตขึ้นที่ใดและเลิกทำกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ (แม้แต่เตาโอ่งอ่างที่หน้าวัดสิงห์ บ้านสามโคกที่เพิ่งขุดค้นทางโบราณคดี ก็ผลิตกันแต่อ่าง กระถาง กระทะ ครก ไม่พบร่องรอยของตุ่มสามโคกแต่อย่างใด) จะมีเลียนแบบตุ่มสามโคกที่รู้จักแหล่งผลิตก็คือตุ่มปากเกร็ดที่รูปร่างคล้าย แต่คุณภาพและเนื้อดินแตกต่างและด้อยกว่า ผู้คุ้นเคยกับตุ่มสามโคกมองๆ ดูก็รู้ ตุ่มปากเกร็ดหรือโอ่งแดงเหล่านี้ปั้นขายกันแพร่หลาย คนรุ่นเก่าๆ หลายคนยังจำน้ำเย็นๆ ที่ตักเก็บไว้อาบในโอ่งดินสีแดงกันได้อยู่เสมอ
![]() |
| รถบรรทุกโอ่งเตรียมตัวออกเดินทางไกล |
โอ่งมังกรมีการผลิตขึ้นที่ราชบุรีโดยช่างชาวจีนที่เลียนแบบโอ่งจากเมืองจีนเมื่อราว ๖๐-๗๐ ปีมานี่เอง โอ่งรุ่นแรกจะเป็นแบบเรียบๆ ไม่มีลวดลาย แล้วจึงใส่ลายมังกรเข้าไปภายหลัง ที่วัดศาลาแดงเหนือมีโอ่งมังกรลายหมูป่าฝีมือดีอยู่ใบหนึ่ง เขียนข้อความเป็นภาษาไทยตัวใหญ่ว่า "อยู่เย็นเป็นสุข" เขียนแหล่งผลิตเป็นภาษาไทยว่าคลองขุดใหม่และยี่ห้อภาษาจีน สันนิษฐานว่าเป็นโอ่งมังกรรุ่นแรกๆ ที่ผลิตในประเทศไทยและศูนย์กลางแหล่งผลิตและการค้าคือคลองผดุงกรุงเกษมหรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่า คลองขุดใหม่ พ้องกันดีกับละแวกคลองผดุงฯ ที่มีชื่อตลาดนางเลิ้ง
คนรุ่นพ่อแม่วิ่งเรือไปเอาโอ่งมังกรทางน้ำ ใช้เส้นทางคลองภาษีเจริญผ่านท่าจีน เข้าคลองดำเนินสะดวกออกแม่กลองที่บางนกแขวก แล้วล่องไปรับโอ่งมังกรที่ราชบุรี ขากลับเรือที่เพียบแประต้องการพื้นน้ำที่ไม่วุ่นวายเหมือนเส้นทางที่ผ่านมา ก็จะเข้าท่าจีนขึ้นไปทางสุพรรณบุรี ผ่านประตูน้ำบางยี่หน ผ่านบางปลาหมอ มาออกบ้านแพน แล้วล่องแม่น้ำน้อยมาออกแม่น้ำเจ้าพระยาแถวลานเท
อย่างไรก็ตาม การค้าหม้อค้าโอ่งทางเรือค่อยๆ เลิกรา เพราะคลองเริ่มเดินเรือไม่สะดวกและตลาดหรือที่ชุมชนไม่ใช่พื้นที่ริมฝั่งคลองอีกต่อไป สินค้าต่างๆ เปลี่ยนจากเรือมาเป็นรถกันหมดสิ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗
![]() |
| นพดล แสงปลั่ง (คนกลาง) พ่อค้าโอ่งแห่งบ้านศาลาแดงเหนือ |
พี่นพดล แสงปลั่ง เป็นพ่อค้าเร่รถปิกอัพที่เคยช่วยพ่อถ่อเรือขายโอ่งเข้าไปตามลำคลองสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เล่าให้ฟังว่า คนรุ่นพ่อแม่ส่วนใหญ่จะค้าขายทางเรือกันเป็นพื้น ทุกบ้านล้วนส่งเสริมลูกหลานให้ทำอาชีพอื่น ส่วนใหญ่คนบ้านศาลาแดงรุ่นนี้จะออกไปทำมาหากินกันหลากอาชีพ หากบ้านไหนร่ำเรียนกันไม่ถึงที่สุดก็มักจะรับจ้างตามโรงงานแถวๆ ปทุมฯ หรือสืบทอดอาชีพของบรรพบุรุษ
ส่วนพี่นพดลรับมรดกความชำนาญเรื่องการค้าหม้อค้าโอ่งจากพ่อแม่ แต่เปลี่ยนจากเรือมาเป็นรถและถือเป็นอาชีพหลักที่ทำอยู่ในปัจจุบัน พ่อค้าโอ่งที่บ้านศาลาแดงเหนือมีหลายรูปแบบ บ้างมีรถหกล้อสำหรับไปบรรทุกโอ่งจากราชบุรีไปขายเจ้าประจำทางแถบอีสานถึงสกลนคร นครพนม เหนือสุดถึงเชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งต้องใช้ทุนสูงแต่จะได้ลูกค้าประจำ บางรายใช้วิธีเร่ขายตามหมู่บ้านค่ำไหนนอนนั่น ส่วนใหญ่จะออกกันไปราว ๑๕ วันต่อเดือน ซึ่งจะต้องคำนวณเรื่องน้ำมันและค่ากินค่าใช้จ่ายให้ดี หากขายเกินเวลากำไรที่ได้จะน้อยลงตามลำดับและไม่คุ้มแรงที่ลงไป วิธีนี้จะใช้กับรายที่ไม่มีเจ้าประจำหรือต้องการเงินสดที่เร็วกว่าและกำไรมากกว่า แต่ต้องใช้ทั้งความอดทน ฝีมือในการคัดเลือกโอ่ง รวมกระทั่งถึงดวงด้วย กำไรที่ได้จากการค้าโอ่งจะได้มากกว่าครึ่งแต่จะลดลงตามค่าสึกหรอของรถและเวลาที่ล่วงเลยนานวัน
รายอย่างพี่นพดล ใช้วิธีเช้าไปเย็นกลับ ร้องเร่ขายจากรถปิกอัพตามหมู่บ้านหรือที่ชุมชนแถวปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ตามแหล่งที่เคยบุกเบิกไว้ สินค้านอกจากโอ่งก็เป็นพวกครก หม้อดินเผา เตาขนมครกเด็กเล่น อ่างบัว อ่างมังกร กระถางต้นไม้ ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่นิยมอ่างบัวหรืออ่างมังกร ขายดีตามหมู่บ้านจัดสรรชานเมือง ส่วนโอ่งก็หมดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ
คนปั้นโอ่งราชบุรีเลี่ยงไปทำเครื่องถ้วยชามเซรามิกก็มี ปั้นไหดองคราวละมากๆ ที่เล่ากันว่าพวกประมงทางภาคใต้บางแห่งสั่งซื้อเพื่อไประเบิดปลา
พี่นพดลเล่าว่า การค้าโอ่งในปัจจุบันก็ยังมีคู่แข่งหลายเจ้า ส่วนหนึ่งเป็นพวกที่เคยค้าขายกันมาก่อน แต่คนท้องถิ่น เช่น คนราชบุรีก็เริ่มบรรทุกโอ่งเร่ขายเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะขาดความชำนาญลงทุนเสียหายมากก่อนจะดูโอ่งเป็น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการผูกขาดของเจ้าที่มีทุนสูง กว้านซื้อกักตุนสะสมเอาไว้ ช่วงที่ขาดตลาดซึ่งมักเกิดขึ้นเสมอ รายย่อยก็ต้องไปซื้อมือสองทำให้ต้นทุนสูงขึ้นไปอีก ผู้ที่ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางจะมีทุนสูงและมักผูกขาดสินค้าอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น ส่วนรายย่อยก็ไม่สามารถเพิ่มทุนของตัวเองไปมากกว่านี้ ผู้ผลิตยังคงลงทุนสูงและเสี่ยงมากกว่าหากไม่มีความชำนาญหรือผิดพลาดไปบ้าง เพราะเมื่อเปิดเตาโอ่งที่เสียหายหรือใช้ไม่ได้เท่าไรก็เท่ากับขาดทุนเท่านั้น
พ่อค้ารายย่อยที่รับซื้อโอ่งต้องมีความชำนาญ วิธีคัดเลือกโอ่งต้องดูที่ขอบปากดีไม่บิดเบี้ยว ใช้เหล็กเคาะที่ขอบปากเสียงจะต้องแกร่ง และกรีดที่ลำตัวฟังเสียงต้องมีเสียงกังวานและเสียงหึ่งตามมา เลี่ยงโอ่งเนื้อบาง หรือผิวบุบ ผิวร้าวบิ่น ซึมตามด มีรอยทรายระเบิดเป็นรู แต่เคล็ดลับที่คนขายโอ่งจนชำนาญจะรู้กันคือโอ่งปากเบี้ยวนิดๆ จะดีกว่าโอ่งปากกลมได้รูป เพราะเนื้อจะแกร่งและไม่รั่ว
การเลือกซื้อต้องไม่เอาของเกรดดีทั้งหมดเพราะต้นทุนจะสูง แต่จะเลือกใบที่นำมาซ่อมเล็กๆ น้อยๆ ได้ เป็นการลดต้นทุน พ่อค้าโอ่งต้องซ่อมโอ่งจากโรงงานเป็น วัสดุที่ใช้ซ่อมคือ ปูนซีเมนต์ น้ำเกลือ สีน้ำมัน ซ่อมแล้วถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นร่องรอยและใช้ได้นานกว่าโอ่งที่ไม่ผ่านการซ่อมเลย
ส่วนสินค้าจำพวกครกจะมีแหล่งผลิตที่เตาปากเกร็ด ยังคงอยู่ ๒ เตา ลูกค้าเก่าแก่จะกีดกันไม่ให้รายย่อยอื่นมารับซื้อ และส่งขายร้านขายส่งที่กรุงเทพฯ หรือไม่ก็จะต้องไปซื้อมาขายปลีกเจ้าที่อยู่บ้านสองพี่น้องหรือบ้านเจดีย์ทอง ครกจะแบ่งเป็นครกตีนม้าขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก ซึ่งรูปทรงสูงกว่าครกตีนช้างขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก ปัจจุบันคงเหลือการทำครกตีนม้าไม่กี่ขนาดเท่านั้น
พ่อค้าโอ่งแห่งบ้านศาลาแดงเหนือยังคงขายสินค้าคล้ายคลึงกับที่บรรพบุรุษของตนเคยทำมา เพียงเปลี่ยนจากเรือขึ้นบกและเหลือเพียงไม่กี่เจ้า ต่างจากอดีตที่ค้าขายกันแทบทุกครัวเรือน
เคยขับรถไปไกลถึงสกลนคร พบรถหกล้อบรรทุกโอ่งมังกรราชบุรีเพียบมาเต็มคันรถ นึกสงสัยว่าจะขายกันได้สักเท่าไร ใครจะไปรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน จะคงหลงเหลือช่องว่างให้พ่อค้าเร่ขายสินค้าที่อาจถูกลืมไปแล้ว แต่ทำรายได้ไม่เลวนัก
ความชำนาญเรื่องสินค้าที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษชาวมอญยังไม่สูญหาย ขาดแต่วิญญาณทางน้ำที่เปลี่ยนมาอยู่บนถนนทดแทนกัน
แต่ที่สำคัญเราได้เห็นความชำนาญที่สืบเนื่องของพ่อค้าแม่ค้าเร่ชาวมอญที่ยังไม่เคยขาดสาย
บันทึกจากท้องถิ่น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๒๔ (พ.ค.-มิ.ย. ๒๕๕๓)