หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
ฟัง "พจนา ดุริยพันธุ์" เล่าบ้านดนตรีดุริยประณีตแห่งบางลำพู

บ้านดนตรี “ดุริยประณีต” ตั้งอยู่ใกล้กับวัดสังเวชวิศยาราม เดิมหน้าบ้านเป็นลำคลองเก่ามาก่อนสร้างกรุงเทพฯ ภายหลังถูกถมทำเป็นถนนลำพู หรือ สามเสน ๑ ในปัจจุบัน  วัดบางลำพู (วัดสังเวชวิศยาราม) แต่เดิมหันหน้าวัดเข้าออกผ่านคลองเก่านี้ลงแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อขุดคลองเมืองหรือคลองบางลำพู-โอ่งอ่างขึ้นก็เปลี่ยนทิศกลับหลังหันหน้าวัดเข้าสู่คลองเมือง ทำให้ลำคลองเก่าดั้งเดิมตื้นเขินไปเพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทุกวันนี้บ้านดุริยประณีตก็ยังตั้งอยู่ที่เดิมจากเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และยังคงสืบทอดและถ่ายทอดวิชาดนตรีไทยให้แก่เยาวชนและผู้สนใจดังปณิธานของบรรพบุรุษสืบทอดกันมา

ร้านยาหมอหวาน : การรื้อฟื้นตำรับยาไทยอันท้าทาย "ยุคสมัยเที่ยววัดเที่ยววัง"

ร้านยาหมอหวานเป็นตึกสวยออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ หน้าอาคารมีตัวอักษรแปลกตาเขียนติดกันว่า “บำรุงชาติสาสนายาไทย” ถัดลงมามีสัญลักษณ์ตาเหลวและชื่อหมอหวาน เจ้าของผู้สร้างอาคารหลังนี้

ที่ร้านหมอหวานในปัจจุบัน ทายาทรุ่นเหลนตา “ภาสินี ญาโณทัย” และคณะ ศึกษาและค้นคว้าหลักฐานจากสมบัติตกทอดสืบกันมาภายในบ้าน พบว่ามีฉลากยาเก่าเขียนว่า “ร้านขายยาไทยตราชะเหลว” ของหมอหวานตั้งอยู่มุมถนนอุณากรรณแสดงว่าหมอหวานน่าจะมีกิจการปรุงยามาตั้งแต่ก่อนสร้างบ้านหมอหวานหลังนี้นานพอสมควร เพราะสามารถสร้างบ้านเป็นตึกหลังงามขนาดย่อมบนที่ดินของตนเองและเป็นบ้านตึกที่แสดงถึงฐานะอย่างภูมิฐาน

 

“ไตเย็บใหม่” ร้านค้ากระดุมเก่าแก่ในย่านพาหุรัด

พาหุรัดเป็นแหล่งค้าผ้าแห่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ในสมัยก่อน เพราะความหลากหลายของสินค้านำเข้าประเภทผ้าจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผ้าไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นผ้าจากประเทศอังกฤษ เช่น ผ้าดิบ ผ้าแฟนซี ผ้าคอตตอน ผ้ากันหนาวของประเทศอิตาลีและผ้าจากประเทศอื่นๆ ทำให้ย่านพาหุรัดได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยและต่างชาติในยุคที่มีการตัดเย็บชุดเสื้อผ้าสำหรับใส่เอง ซึ่งนอกจากผ้าที่เป็นองค์ประกอบหลักในการตัดชุดแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ “กระดุม” และ “ลวดลายลูกไม้” เย็บปักต่างๆ สำหรับตกแต่งเพื่อให้ชุดเกิดความสวยงามมากขึ้น

ร้านขายกระดุมเก่าแก่ที่สุดร้านหนึ่งในย่านพาหุรัด “ร้านไตเย็บใหม่” มีอายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว  เจ้าของร้านปัจจุบันกล่าวว่าชื่อร้านมีที่มาจากพี่ชายของคุณพ่อชื่อ ‘ไตเย็บ’ เป็นคนมุสลิมจากประเทศอิหร่านที่อยู่อาศัยในประเทศอินเดียและย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้เปิดร้านไตเย็บใหม่คนแรกและยังเป็นชาวมุสลิมเพียงห้องเดียวที่อาศัยอยู่ในตึกแถวท่ามกลางคนจีนเช่นนี้ด้วย 

 

โดย พัชรินธร เดชสมบูรณ์รัตน์
ย่านถนนโรงพิมพ์และอดีตของตะกั่วตัวเรียงพิมพ์

เดินไปเดินมาแถวถนนจักรพรรดิพงษ์ตัดกับถนนนครสวรรค์ ก็พบห้องแถวโรงพิมพ์ที่หนึ่ง พี่ชายคนหนึ่งกำลังนั่งหลอมโลหะ เดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่ากำลังทยอยเอาแท่นตัวเรียงพิมพ์ตะกั่วแกะออกจากบล็อคไม้ แล้วต้มหลอมตะกั่วอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง

 

ย่านถนนนครสวรรค์ต่อเนื่องไปถึงผ่านฟ้าเคยมีกิจการโรงพิมพ์และสำนักพิมพ์ดังๆ เช่น บรรลือสาส์น สำนักพิมพ์เพลินจิต ร้านกาแฟที่ถนนจักรพรรดิพงษ์ตัดกับหลานหลวงก็เคยเป็นที่รับรองนักเขียนดังๆ ช่วงเช้าๆ ก่อนเข้าสำนักพิมพ์ เช่น ว ณ เมืองลุง สละ ลิขิตกุล ที่อยู่สยามรัฐไปทางถนนราชดำเนิน และ ฯลฯ

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เยี่ยม “คุกใหม่” ที่ “สวนรมณีนาถ”

สวนสาธารณะสวนรมณีนาถ ตั้งอยู่ระหว่างถนนมหาไชย กับถนนศิริพงษ์ ใกล้โรงเรียนเบญจมราชาลัย และวัดฮินดูเทพมณเฑียร ไม่ไกลจากวัดสุทัศน์เทพวราราม

 

ก่อนที่จะเป็นสวนสาธารณะดังเช่นที่เห็นทุกวันนี้นั้น พื้นที่นี้ เคยเป็นที่ตั้งของ “คุก” มาก่อน ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๓ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริว่า

 “...การคุก การตะราง เป็นการสำคัญของประเทศ สมควรจะได้สร้างสถานที่ จัดระเบียบให้เป็นปึกแผ่น...”   

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ประเทศสยามวันนี้ : เมืองสองฝ่ายฟ้าระหว่างอเมริกากับจีน

สำหรับข้าพเจ้าในทุกวันนี้ภาวะที่ทำให้เกิดความละเหี่ยใจก็คือความรู้สึกของคนปัญญาชนในสังคมที่สะท้อนออกมาจากทั้งการแสดงออกในโซเชียลมีเดียและข่าวสารตามหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ที่เห็นว่าแผ่นดินไทยในขณะนี้ถูกปิดล้อมและคุกคามจากต่างชาติภายนอกทั้งในด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยมีเหตุใหญ่มาจากความแตกแยกภายในทั้งรัฐและสังคมของผู้ที่เรียกว่าคนไทยนั่นเอง 

ตำนานการเคลื่อนย้ายของคนกลุ่มใหม่ที่มากับเรือสำเภา กับการสร้างบ้านแปงเมืองในสมัยอยุธยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ความย่อยยับทางภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ธนบุรี
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
ภาวะ "ล้มละลาย ความเป็นมนุษย์" ในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
พื้นที่ชานพระนครที่ย่านป้อมมหากาฬและตรอกพระยาเพชรฯ
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
บันทึกงานเสวนา “รวมพลคนป้อมมหากาฬ” ชีพจรยังสั่นไหว ลมหายใจยังเคลื่อนอยู่
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เทปบันทึกการหาทางออกร่วมกันระหว่างกทม. กับ ชุมชนป้อมมหากาฬ
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
presentation โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการความร่วมมือเพื่อศึกษาท้องถิ่นข้ามภูมิภาค
โดย มูลนิธิ ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เสวนาสัญจรคนค่อนศตวรรษ เรื่อง "ไล่รื้อชุมชน : ความขัดแย้งระหว่างกรรมสิทธิ์ โดยกฎหมายและสิทธิชุมชน"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
“จากพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว ถึงเพนเฮาส์ฉบับอนาจาร”

กรมศิลปากรได้เคยจัดพิมพ์หนังสือเล่มบางๆ เล่มหนึ่งชื่อ “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเป็นปรมาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยศิลปากร เนื้อเรื่องและภาพประกอบล้วนเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้แลเห็นความหมายและคุณค่าของโบราณสถานและโบราณวัตถุ อันเป็นศิลปกรรมของชาติ

 

"ทวาย" บ้านเมืองที่เราไม่รู้จัก
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ : ภาพและเรื่อง
เปิดประเด็น : ตามโลกหรือทันโลก ทางเลือกในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
ตามรอย “ปาจิต-อรพิม” บนเส้นทางสายตำนาน ไทย-ลาว-เขมร
โดย รังสิมา กุลพัฒน์
การตั้งถิ่นฐานในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
 
"ฟื้นพลังยาไทย..บำรุงชาติสาสนายาไทย" สรุปเสวนาสาธารณะของคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ที่ป้อมมหากาฬ
สรุปเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ “ย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน โดยคนบางลำพู”
สรุปเสวนาสาธารณะของคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ที่ป้อมมหากาฬ "ชีพจรยังสั่นไหวที่ตรอกละครนางเลิ้ง"
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๓ เรื่อง "ปิดฉากงานช่างชั้นครูตรอกบ้านพาน"
อ่านทั้งหมด
 
การสำรวจเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระนครศรีอยุธยาจนถึงเมืองตราด
“ลิงลิงโอ” เครื่องรางก่อนประวัติศาสตร์ ที่ยังคงสืบเนื่องความหมายสำหรับชาวอิฟูเกาในฟิลิปปินส์
อันเนื่องมาจากทับหลังแผ่นนั้น
จากดอยตุงถึงดอยด้วน : ภูมิวัฒนธรรมยุคหินตั้งในล้านนา
อ่านทั้งหมด
 
เก็บตกเสวนา สภาวะความเป็นสมัยใหม่อันแตกกระจายการค้นหาประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมปาตานี
ตุลาทมิฬและอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ
เปิดประเด็น : ข้าฯมา ข้าฯเห็น ข้าฯเข้าใจ : ปัตตานีกับความล้าหลังทางวัฒนธรรมที่ยังธำรงความเป็นมนุษย์
ถอดเทปเสวนาเรื่อง "เล่าขานตำนานใต้ มองประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านตำนาน "
อ่านทั้งหมด
 
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.