หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
พระผู้ทรงทัดดินต่างปิ่นเกล้า

ปรากฏการณ์เนื่องในวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ยิ่งใหญ่มากซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ของกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งแรกนั้นเมื่อวันสวรรคตของรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีคนร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่คนไทย ยังรวมถึงชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย ผู้ดีมีจนต่างร่ำไห้หมด ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองคือ “ในหลวงภูมิพล” เหตุการณ์แบบนี้ไม่ปรากฏเฉพาะในพระมหากษัตริย์สองพระองค์นี้ เพราะทรงอุทิศพระองค์ให้กับการดูแลบ้านเมือง บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน เข้าถึงประชาชนทุกแห่งหน ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เกิดทันในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่เล่าขานกันมาปากต่อปาก มีสถานที่สำคัญคือการเสด็จประพาสต้น ทำให้เห็นความทรงจำ

เข้าใจพื้นที่และชุมชนคนกรุงเทพฯ..จากคำบอกเล่า “พระนคร ๑๐๑”

เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “พระนคร ๑๐๑” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการวิจัยประวัติศาสตร์สังคมกรุงเทพฯ โครงการ “พระนคร ๑๐๑” มีวิทยากรทั้งจากมูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ คือคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริและวิทยากรซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ดังนี้ คุณอรศรี ศิลปี ประธานประชาคมเครือข่ายบางลำพู ,คุณโอภาส มิตรมานะ ปราชญ์ชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ , คุณพจนา ดุริยพันธุ์ บุตรชายของครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ นักร้องขับเสภาชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์,คุณละออศรี (รัชตะศิลปิน) พิพิธภัณฑ์ ตัวแทนของพื้นที่ "บ้านพาน" ซึ่งเป็นผู้ที่เติบโตอยู่ในตระกูลช่างเครื่องเงินที่ทำพาน , คุณสรินยา สุทดิศและคุณกฤษณา แสงไชย ผู้ที่หันมาฟื้นฟูอาชีพตีบาตรที่บ้านบาตร

การเคลื่อนไหวของธรรมกาย กับปัญหาสังคม

เรื่องที่เป็นข่าวดังตามหน้าหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์ในช่วงปลายปี ๒๕๔๑ ต่อต้นปี ๒๕๔๒ ก็คือเรื่องกิจกรรมทางด้านศาสนาของวัดพระธรรมกาย ที่มีลักษณะแปลกแยกไปจากแนวทางของพระพุทธศาสนาที่ถือปฏิบัติกันมานานในประเทศไทยประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง ก็คือมีการชักชวนให้บรรดาสมาชิกและประชาชนผู้มีศรัทธาบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างพระมหาสถูปและพระธรรมกายประจำตัวเองคนละเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งดูแล้วเป็นเรื่องการค้าเพื่อหาเงินไป เป็นเหตุให้มีการออกมาโจมตีและโต้ตอบกันเพื่อหาความถูกต้องกันอย่างไม่จบไม่สิ้น

ทองคำเปลว ย่านมัสยิดบ้านตึกดิน

แรกเริ่มเดิมที “มัสยิดบ้านตึกดิน” เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชุมชนชาวมุสลิมที่อพยพมาจากปัตตานีตั้งแต่เมื่อราวสมัยรัชกาลที่ ๖ กลุ่มมุสลิมบ้านตึกดินที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งบนที่ดินพระราชทานในบริเวณซอยดำเนินกลางเหนือ ข้างโรงเรียนสตรีวิทยาในปัจจุบัน หลังจากการเข้ามาของกลุ่มมุสลิมมัสยิดจักรพงษ์

โดย เกสรบัว อุบลสรรค์
“ศาลาโรงธรรม” ศาลากลางบ้านที่บ้านสายรัดประคด ร่องรอยของชุมชนเก่าในกรุงเทพฯ ที่ยังเหลืออยู่

ในกรุงเทพมหานครทุกวันนี้ หากกล่าวถึง ‘ศาลาโรงธรรม ศาลากลางบ้าน หรือศาลากลางย่าน’ คงมีน้อยคนที่เคยเห็นหรือรู้จัก เพราะแทบทุกแห่งเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางกายภาพไปจนถึงโครงสร้างทางสังคม ศาลาโรงธรรมที่เคยเป็นแหล่งทำกิจกรรมส่วนรวมของชุมชนทั้งเป็นสถานที่ทำบุญร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่วัดทุกวันสำคัญทางพุทธศาสนาหรือเป็นสถานที่พบปะพูดคุยสังสรรค์ในระหว่างเพื่อนบ้านและเครือญาติ บัดนี้แทบจะไม่เคยพบเห็นกันอีก และกลายเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับผู้คนในชุมชนเมืองเช่นกรุงเทพมหานครที่รับรู้ว่า

ครั้งหนึ่ง กรุงเทพฯ เคยมีศาลาประจำชุมชนอยู่ทั่วไป

                

โดย เกสรบัว อุบลสรรค์
ร่อนทอง / เล่นแร่แปรธาตุ ที่คลองวัดราชนัดดา

โคลงบทแรกอันโด่งดังในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ที่อ่านเมื่อใดก็ได้บรรยากาศย่ำรุ่งอันฉ่ำชื่น ดาวดาดฟ้าและลมหนาว

เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า         ดาดาว

จรูญจรัดรัศมีพราว            พร่างพร้อย

ยามดึกนึกหนาวหนาว       เขนยแนบ  แอบเอย

เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย            เยือกฟ้าพาหนาวฯ

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เปิดประเด็น : พฤติกรรมวัยรุ่นกับความวิบัติทางสังคม

ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมักชี้ให้เห็นว่า บ้านใดเมืองใดที่มีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัตถุธรรมเป็นอย่างมากนั้น มักเข้าสู่ยุคเสื่อมในด้านศีลธรรมและจิตใจ จนเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งภายในชาติที่นำไปสู่ความวิบัติทางสังคมได้ สังคมไทยเคยวิบัติมาแล้วอย่างเช่นครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าเมื่อ ๒๓๖ ปีที่ผ่านมา แต่สาเหตุของความวิบัตินั้นคนไทยส่วนใหญ่แม้กระทั่งปัจจุบันมักไปโทษว่ามาจากการรุกรานและการทำลายล้างของพม่า เลยอบรมสั่งสอนให้คนไทยเกลียดพม่ามาจนทุกวันนี้

"ทวาย" บ้านเมืองที่เราไม่รู้จัก
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ : ภาพและเรื่อง
พลังของชุมชนในการฟื้นฟูเชิงอนุรักษ์ จากการเสวนาประเด็น "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
ภาวะ "ล้มละลาย ความเป็นมนุษย์" ในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เรียนรู้เรื่องราวชาวย่านที่ ‘พิพิธบางลำพู’
โดย อภิญญา นนท์นาท
รายการต้นฉบับ ตอน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ยานนาวา : ย่านประวัติศาสตร์ที่กำลังเลือนหาย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
presentation โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการความร่วมมือเพื่อศึกษาท้องถิ่นข้ามภูมิภาค
โดย มูลนิธิ ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เสวนาสัญจรคนค่อนศตวรรษ เรื่อง "ไล่รื้อชุมชน : ความขัดแย้งระหว่างกรรมสิทธิ์ โดยกฎหมายและสิทธิชุมชน"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงใช้แผนที่อย่างหนอน

คนทั่วไปส่วนใหญ่ใช้แผนที่แผ่นทางในลักษณะแบบนก [Bird eyes view] คือกางแผนที่แล้ววางแผน หรือถ้าหากจะต้องลงพื้นที่ก็ทำอย่างคร่าวๆ แบบขี่ม้าเลียบค่ายเลียบเมืองอะไรทำนองนั้น แต่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงทำแบบหนอน [Worm eyes view] ที่ทรงดำเนินด้วยพระบาทเข้าไปในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ยากลำบากและทุรกันดารอย่างไรเพื่อเข้าไปให้เห็นคน เห็นสัตว์กันได้ และสิ่งที่มีชีวิตที่สัมพันธ์กับดินน้ำลมและอากาศที่มีระดับสูงต่ำ และระดับอุณหภูมิที่เป็นจริง จึงทำให้ได้ทรงเข้าถึงเข้าใจในปัญหาของความเดือดร้อนที่จะต้องนำไปวางแผนแก้ไขในการพัฒนา ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นจากการดำเนินการแก้ไขในเรื่องการจัดการน้ำทั้งเพื่อการเกษตรกรรม การป้องกันน้ำท่วม ฝนแล้งและการส่งเสริมพืชพันธุ์ต่างๆ รวมทั้งการสนับสนุนเลือกเฟ้น เน้นใช้และประดิษฐ์เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่คนในชุมชนที่จะต้องพัฒนา

ระบบเหมืองฝายของคนไตคำตี่ ชุมชนจารีตและสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เปิดประเด็น : ตามโลกหรือทันโลก ทางเลือกในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
ปีการท่องเที่ยวเราเดินถูกทิศทางแล้วหรือ
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม (บทบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๒ , เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๐)
การตั้งถิ่นฐานในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
 
 
 
 
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.