หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับการพัฒนาจาก "ข้างใน"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นทั้งผู้นำและผู้ปฏิบัติ ในความคิดที่ประเทศไทยต้องเป็นสังคมเกษตรกรรมด้วย เศรษฐกิจพอเพียง จึงจะอยู่รอดในโลกที่กำลังถูกทำลาย ด้วยการเป็นสังคมอุตสาหกรรมที่มุ่งการผลิตจนเกินกำลังของดิน น้ำ อากาศ และทรัพยากรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ดังทรงเคยมีพระราชดำรัสว่า “ไม่จำเป็นต้องเป็นเสือ” ให้กับคนในวงการของรัฐและธุรกิจเอกชน ที่มุ่งความเป็นเสือ ซึ่งเรียกกันว่า นิกส์ [NIC] อย่างเป็นแฟชั่นนิยม จนประสบความล่มจมหมดตัวเมื่อเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ใน พ.ศ. ๒๕๔๐ 

“พระนคร ๑๐๑” เข้าใจพื้นที่และความเป็นชุมชนของกรุงเทพฯ ในฐานะ “บ้านของเรา เมืองของเรา ชุมชนของเรา”

“ประวัติศาสตร์สังคม” ในทัศนะของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ คือ ประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวของผู้คนในชุมชนเดียวกัน เรียกว่า “ภูมิวัฒนธรรม” คือ ความเป็นชุมชนตามแบบธรรมชาติ รู้จักหน้าค่าตา และมีศาสนสถาน เป็นศูนย์กลางของชุมชน ซึ่งจะแตกต่างจากความเป็นชุมชนแบบใหม่ที่ แบ่งตามเขตพื้นที่การปกครอง การบริหารของส่วนราชการ แนวคิดเรื่อง พื้นที่ชุมชนนั้น คือความเป็นย่านต่างๆ ที่มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ เมืองกรุงเทพฯ 

บันทึกช่วยจำของ “พจนา ดุริยพันธุ์” แห่ง “บ้านบางลำพู” บ้านดนตรีดุริยประณีตเกี่ยวกับความทรงจำย่านบางลำพู และยุครุ่งเรืองของดนตรีแห่งกรุงเทพมหานคร

การดำเนินชีวิตในสังคมเปลี่ยนไปรวดเร็ว ชุมชนบางลำพูที่เคยมีคนรุ่นเก่าที่ใช้วิถีชีวิตร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย จิตใจเกื้อกูลหมดไป ชีวิตที่ต้องแข่งขันต่างคนต่างอยู่เข้าแทนที่ จิตวิญญาณ ร่วมในประเพณีชุมชนถูกทอดทิ้งแทบไม่เหลือให้เห็น สิ่งปลูกสร้าง วัง บ้านเก่า วัด ที่งดงาม ร่มครึ้มด้วยแมกไม้ถูกรื้อทิ้งสร้างแท่งอิฐ อุดอู้ทดแทน รัฐเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวหวังนำเงินเข้าหมุนเวียน เศรษฐกิจ แต่ไร้ระบบควบคุมที่ดีหรือเหมาะสมกับสภาพชุมชน รัฐทุ่มงบประมาณมากมายเอาใจท่องเที่ยวมองมิติเพียงขยายความ เจริญทางวัตถุ ความสะดวก ขณะเดียวกันละทิ้งความสัมพันธ์ของ ผู้คนที่อยู่ก่อนในชุมชน คิดแต่ระบบแข่งขัน “อยู่ได้อยู่ไป อยู่ไม่ได้หนี ไป” รัฐไม่มองชีวิตเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนเมืองเก่าที่บอกเล่าจารีต ประเพณี ลัทธิความเชื่อ ที่ส่งต่อถึงงานศิลปกรรมได้ 

โดย พจนา ดุริยพันธุ์
"งานตรอกใต้ ของอาจารย์อคิน (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์)"

"งานตรอกใต้ ของอาจารย์อคิน (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์)" เป็นการศึกษาชุมชนแออัดหรือสลัมเป็นวิทยานิพนธ์ทางมานุษยวิทยาปริญญาเอก ราว พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๒ หลังจากตรอกใต้ถูกไฟไหม้ ก็กลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างวัดญวน สะพานขาว (วัดสมนาณัมบริหาร) ที่อ้างอิงเรื่องการรับพระราชทานที่ดินในรัศมีของแนวคลองหรือคูน้ำล้อมรอบกับที่ภายนอก ตรอกใต้อยู่บนคูน้ำที่ตื้นเขินพอดี เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่วัด ปลูกตึกแถวให้เช่า ส่วนด้านหน้าติดถนนก็เป็นที่ทรัพย์สินไป คงแบ่งกันลงตัวคราวนั้น

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ตรอกใต้อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากไปวัดญวนมารอบหนึ่งแล้ว และกลับไปทบทวนงานของอาจารย์อคิน (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์) ที่นำมาเขียนย่อๆ แบบหลายชีวิต ถึงชีวิตคนตรอกใต้กลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวแทนของผู้คนในตรอกดั่งนวนิยาย หลังจากเดินเข้าไปทางตรอกที่เคยเป็นคลองลำปัก แนวบ้านบุกรุกอยู่บนคลอง ใต้บ้านก็เป็นน้ำครำ แต่เดี๋ยวนี้ถมขึ้นมาๆ น้ำเฉอะแฉะค่อยๆ หายไปบ้าง ครั้งที่แล้วไปคุยกับพี่ประธานชุมชน ฝั่งชุมชนแออัดตรอกทางเหนือวัด แต่คราวนี้ได้คุยกับ "พี่ใหญ่" ที่เป็นตัวจริงเสียยิ่งกว่าผู้นำทางการของวัดญวน สะพานขาว

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
มัสยิด หลวงโกชา อิศหาก และตระกูลสมันตรัฐ ในท่ามกลางย่านการค้าท่านํ้าราชวงศ์

มัสยิดหลวงโกชา อิศหาก แม้จะถือว่าเป็นสถานที่ส่วนตัว แต่ก็เปิดให้คนที่นี่ฝั่งนี้ที่เป็นพ่อค้าอิสลามใครก็ได้ทุกสาย เขาสืบตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยปู่ พ่อแม่เขาฝังที่นี่ เราเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาหรือดูมัสยิดได้ด้วย ผู้ที่เข้ามาก็จะเป็นญาติพี่น้องของเราและมีพวกพ่อค้าแถวใกล้ๆ สุเหร่าบ้าง เข้ามาวันศุกร์และวันทำบุญต่างๆ บางคนพ่อแม่เขาเสียก็มาฝั่งที่นี่ รอบๆ มัสยิดไม่มีชุมชนของอิสลามเป็นร้านค้าของคนจีนทั้งนั้น และมีพ่อค้าที่เป็นชาวอินเดียมีร้านเพชรพลอยเยาวราชที่ค้าขายจิวเวลรี่ จะใช้สถานที่ตรงนี้เป็นที่ละหมาด ๕ เวลา คนมุสลิมนานาชาติที่มาซื้อของในสำเพ็งพาหุรัดใช้ที่นี่เป็นที่ละหมาด คนอินเดียใช้ที่นี่เป็นร้อยปีแล้ว 

บันทึกจากท้องถิ่น เมืองสกลนครจากภาพถ่ายของพระดุลยภาณสรประจักษ์
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ร้านยาหมอหวาน : การรื้อฟื้นตำรับยาไทยอันท้าทาย "ยุคสมัยเที่ยววัดเที่ยววัง"
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ตรอกสะพานยาว ไกรฑามาตย์ และภิรมย์<br> ในละแวกวัดจักรวรรดิถึงวัดบพิตรพิมุข
โดย พรพิมล เจริญบุตร
พิพิธโภคัย-บ้านหล่อ-นามบัญญัติ ๓ ตรอกบนถนนประชาธิปไตย
โดย พรพิมล เจริญบุตร
รายการต้นฉบับ ตอน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, สุรชาญ อุ่มลำยอง
presentation โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการความร่วมมือเพื่อศึกษาท้องถิ่นข้ามภูมิภาค
โดย มูลนิธิ ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เสวนาสัญจรคนค่อนศตวรรษ เรื่อง "ไล่รื้อชุมชน : ความขัดแย้งระหว่างกรรมสิทธิ์ โดยกฎหมายและสิทธิชุมชน"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ข้อสังเกตเรื่อง “ความไม่เข้าใจเมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร”

ในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าเน้นการจัดการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ตามนิยามขององค์การยูเนสโกว่าเป็นวัฒนธรรมจับต้องได้ หรือการอนุรักษ์เฉพาะโบราณวัตถุและโบราณสถานโดยขาดบริบทของชุมชนและความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม จึงทำให้ผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่เข้าใจและหลงลืมย่านเก่าที่ถือเป็นจุดกำเนิดชีวิตทางสังคมและเศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการเมือง ประวัติศาสตร์ 

 
 
“พระนคร ๑๐๑” เข้าใจพื้นที่และความเป็นชุมชนของกรุงเทพฯ ในฐานะ “บ้านของเรา เมืองของเรา ชุมชนของเรา”
“พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง และชุมชนชานพระนครจากป้อมมหากาฬ ประตูผี ถึงชุมชนชาวตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน ตรอกบวรรังษี และมัสยิดบ้านตึกดิน
งานเสวนาเสน่ห์บางลำพู ธนารักษ์คู่ชุมชน
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ เรื่อง "คนย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน..โดยคนบางลำพู"
อ่านทั้งหมด
 
การสำรวจเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระนครศรีอยุธยาจนถึงเมืองตราด
เมืองสกลนครโบราณในรัฐ “ศรีโคตรบูร” และตำนานอุรังธาตุ
ความสำคัญของตำนานในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น : กรณีตำนานสิงหนวัติ
ตามรอย “ปาจิต-อรพิม” บนเส้นทางสายตำนาน ไทย-ลาว-เขมร
อ่านทั้งหมด
 
 
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.