หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
การศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อมทางสังคม ESIA [Environmental Social Impact Assessment] กับการ สร้างถนนขนาบน้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ–นนทบุรี

ESIA คือเครื่องมือต่อรองที่สำคัญในโครงการพัฒนาใดๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ประชารัฐที่ประกอบไปด้วยผู้มีอำนาจทางการเมืองเศรษฐกิจของรัฐและบรรดานายทุน  นักวิชาการ ข้าราชการ พบและต่อรองกับคนที่มีส่วนได้เสียที่เป็นประชาสังคม การทำการศึกษาผลกระทบทางสังคมคือสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ทางรัฐและผู้เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าของโครงการจะเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในชุมชนท้องถิ่น ผู้ที่จะต้องได้รับผลกระทบไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยง และถูกอ้างโดยรัฐว่าได้สอบถามความคิดเห็นของคนท้องถิ่นแล้ว 

“มิตรคาม” ย่านวัดเขมรและวัดญวนสามเสนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องถูกไล่รื้อ

"มิตรคาม" ย่านวัดเขมรและวัดญวนสามเสน ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องถูกไล่รื้อ  สืบเนื่องจากโครงการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา การศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ โดยเฉพาะ  "ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม" นั้นไม่มีปรากฎอย่างชัดเจน อาทิ เรื่องการกัดเซาะชายตลิ่ง การสร้างเขื่อนกั้นน้ำชายตลิ่ง และผลกระทบจากน้ำขึ้นลง หรือผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสูงปิดกั้นน้ำท่วมไม่ให้เข้าสู่ชุมชนริมน้ำ ที่ได้เปลี่ยนรูปแบบชีวิตริมแม่น้ำไปจนหมดสิ้นในหลายชุมชนสำคัญตลอดเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมา จากการศึกษาเรื่อง "นิเวศวัฒนธรรม" มาอย่างยาวนานด้วยวิธีการทำความเข้าใจกับสภาพนิเวศตามธรรมชาติที่สัมพันธ์กับชีวิตของผู้คน สังคม ความเชื่ออย่างเป็นองค์รวม ทำให้กังวลถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและชีวิตวัฒนธรรมของผู้คนในสยามประเทศที่อยู่อาศัยโดยใช้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสำคัญมานานหลายร้อยปี.

นิวกรุงเทพฯ นิวรัตนโกสินทร์ : การพัฒนาบ้านเมืองที่ไม่เห็นมนุษย์

ที่ผ่านมาการพัฒนาในสังคมไทยนั้นเป็นการพัฒนาจากข้างบนที่การตัดสินใจมจากคนข้างบนและคนข้างล่างโดยไม่เห็น "คนใน" ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ตรงข้างกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" นั่นคือ การเข้าไม่ถึงคนและไม่เข้าใจคนในพื้นที่ซึ่งจะได้รับการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง  การพัฒนาแบบจากบนลงล่างที่ผ่านมาร่วมกึ่งศตวรรษแลไม่เห็นหัวคนในพื้นที่ดังกล่าวนี้ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" อย่างที่เรียกกัน หากเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง" มากกว่า  และทุกครั้งที่ผ่านมาทุกหนแห่งในประเทศ คือ การสร้างนิเวศทางเศรษฐกิจและการเมืองทับลงไปยังนิเวศทางสังคมวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ของท้องถิ่นตลอดเวลา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงล่มสลายของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในสังคมเกษตรกรรมและความเป็นมนุษย์ของคนในท้องถิ่นที่อยู่กันมาเป็นครอบครัว เครือญาติ และชุมชนทั้งในระดับบ้านและเมือง...

พระผู้ทรงทัดดินต่างปิ่นเกล้า

ปรากฏการณ์เนื่องในวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ยิ่งใหญ่มากซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ของกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งแรกนั้นเมื่อวันสวรรคตของรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีคนร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่คนไทย ยังรวมถึงชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย ผู้ดีมีจนต่างร่ำไห้หมด ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองคือ “ในหลวงภูมิพล” เหตุการณ์แบบนี้ไม่ปรากฏเฉพาะในพระมหากษัตริย์สองพระองค์นี้ เพราะทรงอุทิศพระองค์ให้กับการดูแลบ้านเมือง บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน เข้าถึงประชาชนทุกแห่งหน ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เกิดทันในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่เล่าขานกันมาปากต่อปาก มีสถานที่สำคัญคือการเสด็จประพาสต้น ทำให้เห็นความทรงจำ

มรดกทางวัฒนธรรมจากวัดญวน สะพานขาว

"กงเต๊ก" เป็นพิธีกรรมนำเครื่องกระดาษจำลองสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มาเผาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูของลูกหลานที่มีต่อบรรพบุรุษให้ได้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายตามคติความเชื่อในเรื่องของโลกหลังความตาย ทุกวันนี้วัดญวน สะพานขาว ยังมีการสืบทอดช่างฝีมือแต่ครั้งโบราณที่เคยมีช่างชาวญวนทำเครื่องกงเต๊กหลวงในพระราชพิธีสืบทอดส่งต่อให้คนแถบวัดญวนจนกลายเป็นช่างทำกงเต๊กที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศที่รู้จักกันในนาม "บ้านกระดาษ เล็ก วัดญวน สะพานขาว"

โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
นิวกรุงเทพฯ นิวรัตนโกสินทร์ : การพัฒนาบ้านเมืองที่ไม่เห็นมนุษย์

ที่ผ่านมาการพัฒนาในสังคมไทยนั้นเป็นการพัฒนาจากข้างบนที่การตัดสินใจมจากคนข้างบนและคนข้างล่างโดยไม่เห็น "คนใน" ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ตรงข้างกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" นั่นคือ การเข้าไม่ถึงคนและไม่เข้าใจคนในพื้นที่ซึ่งจะได้รับการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง  การพัฒนาแบบจากบนลงล่างที่ผ่านมาร่วมกึ่งศตวรรษแลไม่เห็นหัวคนในพื้นที่ดังกล่าวนี้ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" อย่างที่เรียกกัน หากเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง" มากกว่า  และทุกครั้งที่ผ่านมาทุกหนแห่งในประเทศ คือ การสร้างนิเวศทางเศรษฐกิจและการเมืองทับลงไปยังนิเวศทางสังคมวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ของท้องถิ่นตลอดเวลา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงล่มสลายของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในสังคมเกษตรกรรมและความเป็นมนุษย์ของคนในท้องถิ่นที่อยู่กันมาเป็นครอบครัว เครือญาติ และชุมชนทั้งในระดับบ้านและเมือง...

โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
"สองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ย่านถนนกรุงเกษม ถนนลูกหลวงถึงสี่แยกมหานาค" กับกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๔

การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากวัง วัด และบ้านพระราชทานสู่ย่านตลาด และชุมชนแออัดที่มีการศึกษาแห่งแรกของประเทศฯ และชุมชนมุสลิมดั้งเดิมนอกพระนคร การทำความเข้าใจพื้นฐานของย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ

โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
"มะเหง่" วัฒนธรรมการกินของชาวเวียดนามที่ยังหลงเหลืออยู่

"มะเหง่" ของดีชุมชนที่อยู่มาช้านาน วัฒนธรรมการกินของชาวเวียดนามในพื้นที่วัดญวนสะพานขาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นอาหารที่ประยุกต์ระหว่างอาหารไทยกับเวียดนาม มีจุดเด่นคือน้ำจิ้มมะม่วงดิบซอยสามรสอันเป็นเอกลักษณ์

มัสยิด หลวงโกชา อิศหาก และตระกูลสมันตรัฐ ในท่ามกลางย่านการค้าท่านํ้าราชวงศ์
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ร้านยาหมอหวาน : การรื้อฟื้นตำรับยาไทยอันท้าทาย "ยุคสมัยเที่ยววัดเที่ยววัง"
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
บ้านญวนสามเสน บ้านเขมร และมิตรคาม ผลกระทบจากโครงการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, ภูวนาท เช้าวรรณโณ, วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
น้ำ-ข้าว-วิถีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านทะเลน้อย เมืองแกลง
โดย กิตติคุณ โพธิ์ศรี และพชรพงษ์ พุฒซ้อน
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง (๑)
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, สุรชาญ อุ่มลำยอง
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๓ : ประตูผี ถึง ชุมชนชาวตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน (๒)
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, สุรชาญ อุ่มลำยอง
presentation โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๔ : สองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ย่านถนนกรุงเกษม ถนนลูกหลวงถึงสี่แยกมหานาค (๑)
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
รายการต้นฉบับ ตอน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
วัดญวนสะพานขาวกับการทบทวนเรื่องราวของชุมชนแออัดที่มีการศึกษาทางมานุษยวิทยาแห่งแรกของกรุงเทพฯ

ครั้งหนึ่งตรอกใต้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่เสื่อมโทรมที่สุดของกรุงเทพฯ และจากงานศึกษาชุมชนทางมานุษยวิทยาในบริเวณที่เรียกว่า "ตรอกใต้" ของอาจารย์ ม.ร.ว.อคิน  รพีพัฒน์ เป็นการศึกษาชุมชนแออัดหรือสลัมแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร เป็นวิทยานิพนธ์ทางมานุษยวิทยาปริญญาเอกเมื่อราว พ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๑๒ ที่นำมาเขียนย่อๆ แบบหลายชีวิตถึงชีวิตคนตรอกใต้กลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวแทนของผู้คนในตรอกดั่งนวนิยาย

 

ชุมชนโบราณในพื้นที่ “น้ำสำคัญ ป่าต้น” ที่สามชุก
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เปิดประเด็น พื้นที่วัฒนธรรม : การโต้กลับทางภูมิปัญญาของคนใน
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
พื้นที่สาธารณะ กับเศรษฐกิจแบบพอเพียง
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม (บทบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๒, เมษายน-มิถุนายน ๒๕๔๑)
การตั้งถิ่นฐานในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
 
ศรีอโยธยา : อดีตราชธานีสยามประเทศ
“พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง และชุมชนชานพระนครจากป้อมมหากาฬ ประตูผี ถึงชุมชนชาวตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน ตรอกบวรรังษี และมัสยิดบ้านตึกดิน
งานเสวนาเสน่ห์บางลำพู ธนารักษ์คู่ชุมชน
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ เรื่อง "คนย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน..โดยคนบางลำพู"
อ่านทั้งหมด
 
 
 
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.