หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
"เรือเครื่องเทศ" หัวใจแห่งการค้าบนสายน้ำในอดีต

วิถีชีวิตคนไทยอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสายน้ำมาแสนนาน เราใช้ประโยชน์จากสายน้ำมากมายทั้งการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม และเป็นทั้งเส้นทางหลักการสัญจรในอดีต จนกระทั่งก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีและอาชีพแห่งสายน้ำ    ชีวิตชาวน้ำที่ใช้เรือเป็นพาหนะจึงทำให้เกิดตลาดน้ำ ใช้เรือเพื่อค้าขายทางเรือแบบรอนแรมไปไกลๆ ตามชุมชนชายน้ำ ในท้องถิ่นต่างๆ พ่อค้าแม่ค้าใช้เรือนั้นเป็นทั้งที่พักอาศัยและ ร้านค้าลอยน้ำ เรือค้าขายมีหลากประเภท แต่มีเรือค้าขายแบบหนึ่งที่ เปรียบเสมือนร้านชำแห่งสายน้ำเรียกกันสืบต่อมาว่า “เรือเครื่องเทศ” 

ระบบเหมืองฝายของคนไตคำตี่ ชุมชนจารีตและสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม

ในทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า คนไตคำตี่เป็นกลุ่มที่ข้ามเทือกเขาปาดไก่ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง บรรพบุรุษนั้นเดินทางมาจากแถบลุ่มแม่น้ำชินด์วินซึ่งอยู่ในรัฐกะฉิ่น สหภาพเมียนมา แล้วข้ามเทือกเขาปาดไก่อันเป็นชายแดนระหว่างพม่าและอินเดียสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำพรหมบุตร โดยกลุ่มเหล่านี้แบ่งเป็น ไตคำตี่ ไตผาเก ไตอ้ายตอน ไตคำยัง ในกลุ่มคนไตเหล่านี้เคยตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ด้วยกันบริเวณใกล้กับเชิงเขาปาดไก่ในรัฐอัสสัมปัจจุบันนี้โดยมีรูปแบบวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม การทำนาทดน้ำ การแต่งงาน บ้านเรือน เครือญาติ การนับถือศาสนาโดยเฉพาะรูปแบบของวัดแบบ “จอง” และเรียกผู้นำของตนว่า “เจ้าฟ้า” เช่นเดียวกับผู้คนในวัฒนธรรมคนไตหรือไทใหญ่อื่นๆ

สรุปเสวนาสาธารณะ “ย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน โดยคนบางลำพู”

“บางลำพู” ศูนย์กลางทางการค้าที่มีความคึกคักของคนเมืองกรุงเมื่อครั้งอดีต เป็นดินแดนแห่งความทันสมัย และจุดนัดพบของ ชาวพระนครทั้งวัยรุ่นไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ เนื่องมาจากมีศูนย์รวมของสินค้าทันสมัย อาหารการกินหรือแม้แต่เสื้อผ้าแฟชั่นอันหลากหลายและมีทั้งพ่อค้าจีน-ไทย

เมื่อเป็นที่รู้จักและเป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแล้วนั้น บางลำพูจึงเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา เข้ามาพักอาศัยและทำมาหากิน มีการเกิดขึ้นของกลุ่มคน พบความหลากหลายทางเชื้อชาติวัฒนธรรม และวิถีชีวิต แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองความหลากหลายดังกล่าวกลายเป็นเสน่ห์ของย่านบางลำพู ที่ทำให้บางลำพูนั้นมีความแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ 

พร พิษณุ รุ่นใหญ่หลังวัดราชนัดดา

น้าเชษฐ์ หรือ พิเชษฐ์ ปัทมินทร เพิ่งร้างตำแหน่งหน้าที่จาก สก. เขตพระนครไปหลังถึงยุคของ คสช. แต่ก่อนหน้านั้น น้าเชษฐ์เกษียณราชการในยศนายร้อยหน้าที่สารวัตรทหาร และอาสาไปอยู่บันนังสตาและธารโตมาก่อนหน้านั้น

 

น้าเชษฐ์ตัวสูงใหญ่เหมือนทหารทั่วไป ยังแข็งแรงในวัย ๖๖ ปี และมีร่องรอยว่า 'หล่อ' เหมือนกัน

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ร่อนทอง / เล่นแร่แปรธาตุ ที่คลองวัดราชนัดดา

โคลงบทแรกอันโด่งดังในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ที่อ่านเมื่อใดก็ได้บรรยากาศย่ำรุ่งอันฉ่ำชื่น ดาวดาดฟ้าและลมหนาว

เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า         ดาดาว

จรูญจรัดรัศมีพราว            พร่างพร้อย

ยามดึกนึกหนาวหนาว       เขนยแนบ  แอบเอย

เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย            เยือกฟ้าพาหนาวฯ

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"งานตรอกใต้ ของอาจารย์อคิน (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์)"

"งานตรอกใต้ ของอาจารย์อคิน (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์)" เป็นการศึกษาชุมชนแออัดหรือสลัมเป็นวิทยานิพนธ์ทางมานุษยวิทยาปริญญาเอก ราว พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๒ หลังจากตรอกใต้ถูกไฟไหม้ ก็กลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างวัดญวน สะพานขาว (วัดสมนาณัมบริหาร) ที่อ้างอิงเรื่องการรับพระราชทานที่ดินในรัศมีของแนวคลองหรือคูน้ำล้อมรอบกับที่ภายนอก ตรอกใต้อยู่บนคูน้ำที่ตื้นเขินพอดี เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่วัด ปลูกตึกแถวให้เช่า ส่วนด้านหน้าติดถนนก็เป็นที่ทรัพย์สินไป คงแบ่งกันลงตัวคราวนั้น

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"พินิจ สุทธิเนตร" กับงานต่อชีวิตวัฒนธรรม "บ้านนราศิลป์"

ย่านตรอกละครชาตรีที่อยู่ฝั่งใต้วัดแคริมถนนหลานหลวงทุกวันนี้ ยังคงมีกลุ่มบ้านละครและดนตรีหลายหลังและบางบ้านเป็นคณะผู้จัดโขนละครซึ่งยังมีกำลังทำงานตามแบบบรรพบุรุษในสภาพสังคมที่ไม่เหมือนเดิมก็ยังสู้อุตสาหะทำสืบต่อกัน

หากผ่านไปทางถนนหลานหลวง คงเห็นบ้านไม้งามริมถนนอยู่หนึ่งหลัง หน้าบ้านเขียนป้ายไว้ว่า “บ้านนราศิลป์” มีซุ้มต้นไม้สวยๆอยู่หน้าบ้านโดยเฉพาะซุ้มดอกพุดดูสดชื่น ร่มรื่นร่มเย็น ดูแตกต่างไปจากถนนด้านนอกที่มีแต่รถติดตลอดวัน

ความเจ็บปวดที่ชุมชนป้อมมหากาฬ “เมืองประวัติศาสตร์ต้องมีชุมชน”
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ความย่อยยับทางภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ธนบุรี
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
ภาวะ "ล้มละลาย ความเป็นมนุษย์" ในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
พื้นที่ชานพระนครที่ย่านป้อมมหากาฬและตรอกพระยาเพชรฯ
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
บันทึกงานเสวนา “รวมพลคนป้อมมหากาฬ” ชีพจรยังสั่นไหว ลมหายใจยังเคลื่อนอยู่
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ ๘ เรื่อง "ฟื้นพลังยาไทย บำรุงชาติสาสนายาไทย"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ ๗ เรื่อง "ตรอกเฟื่องทองและตรอกวิสูตร" เมืองเก่ายังไม่ไร้ช่างทอง
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ไล่รื้อชุมชน : ความขัดแย้งระหว่างกรรมสิทธิ์ โดยกฎหมายและสิทธิชุมชน
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ระบบเหมืองฝายของคนไตคำตี่ ชุมชนจารีตและสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม

ในทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า คนไตคำตี่เป็นกลุ่มที่ข้ามเทือกเขาปาดไก่ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง บรรพบุรุษนั้นเดินทางมาจากแถบลุ่มแม่น้ำชินด์วินซึ่งอยู่ในรัฐกะฉิ่น สหภาพเมียนมา แล้วข้ามเทือกเขาปาดไก่อันเป็นชายแดนระหว่างพม่าและอินเดียสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำพรหมบุตร โดยกลุ่มเหล่านี้แบ่งเป็น ไตคำตี่ ไตผาเก ไตอ้ายตอน ไตคำยัง ในกลุ่มคนไตเหล่านี้เคยตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ด้วยกันบริเวณใกล้กับเชิงเขาปาดไก่ในรัฐอัสสัมปัจจุบันนี้โดยมีรูปแบบวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม การทำนาทดน้ำ การแต่งงาน บ้านเรือน เครือญาติ การนับถือศาสนาโดยเฉพาะรูปแบบของวัดแบบ “จอง” และเรียกผู้นำของตนว่า “เจ้าฟ้า” เช่นเดียวกับผู้คนในวัฒนธรรมคนไตหรือไทใหญ่อื่นๆ

"ทวาย" บ้านเมืองที่เราไม่รู้จัก
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ : ภาพและเรื่อง
เปิดประเด็น : ตามโลกหรือทันโลก ทางเลือกในสังคมไทย
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
ตามรอย “ปาจิต-อรพิม” บนเส้นทางสายตำนาน ไทย-ลาว-เขมร
โดย รังสิมา กุลพัฒน์
การตั้งถิ่นฐานในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
 
 
การสำรวจเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระนครศรีอยุธยาจนถึงเมืองตราด
“ลิงลิงโอ” เครื่องรางก่อนประวัติศาสตร์ ที่ยังคงสืบเนื่องความหมายสำหรับชาวอิฟูเกาในฟิลิปปินส์
อันเนื่องมาจากทับหลังแผ่นนั้น
จากดอยตุงถึงดอยด้วน : ภูมิวัฒนธรรมยุคหินตั้งในล้านนา
อ่านทั้งหมด
 
 
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.