หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
บ้านญวนสามเสน บ้านเขมร และมิตรคาม ผลกระทบจากโครงการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อมีการจ้าง สจล. หรือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและมหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษาและออกแบบทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเจ้าของโครงการคือ “กรุงเทพมหานคร” ระยะแรก ๑๔ กิโลเมตร และไม่กี่วันที่ผ่านมามีการเปิดเผยแผนงาน ๑๒ แผน ทำให้เห็นภาพวาดว่าเดินตาม TOR ที่ออกแบบการสร้างทางเลียบริมแม่น้ำจริงๆ ไม่ใช่ทางเดิน ไม่ใช่ทางจักรยาน และไม่ใช่การสร้างทางเดินลำลองแต่เป็นการใช้โครงการแบบการตอกเสาลงในแม่น้ำอย่างค่อนข้างแน่นอนแล้ว

ต่างจากการประชาสัมพันธ์ของโครงการที่ผ่านมาที่ออกมาอ้างว่าได้ทยอยออกแบบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) ให้รองรับอนาคตของการสืบสานวัฒนธรรม คุณภาพชีวิต สังคมชุมชน และเศรษฐกิจ โดยการทำกระบวนการประชุมกับชาวบ้านหลายชุมชนและหลายครั้ง อ้างอิงถึงการศึกษาทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และทำให้เห็นไปในทิศทางว่าชาวบ้านยินดีกับการก่อสร้างในโครงการนี้

ส่วนการศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้นไม่มีปรากฏอย่างชัดเจน นอกจากการอ้างว่าจะมีการปลูกพืชพันธุ์ไม้ป่าชายเลนอยู่บ้าง ส่วนเรื่องการกัดเซาะชายตลิ่งและผลกระทบจากน้ำขึ้นลงจากเขื่อนหรือกรณีน้ำท่วมที่ต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนต้นน้ำต่างๆ ที่สร้างผลกระทบอย่างมากในปลายปีที่ผ่านมานั้นไม่มีการกล่าวถึงแต่อย่างใด

บันทึกช่วยจำของ “พจนา ดุริยพันธุ์” แห่ง “บ้านบางลำพู” บ้านดนตรีดุริยประณีตเกี่ยวกับความทรงจำย่านบางลำพู และยุครุ่งเรืองของดนตรีแห่งกรุงเทพมหานคร

การดำเนินชีวิตในสังคมเปลี่ยนไปรวดเร็ว ชุมชนบางลำพูที่เคยมีคนรุ่นเก่าที่ใช้วิถีชีวิตร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย จิตใจเกื้อกูลหมดไป ชีวิตที่ต้องแข่งขันต่างคนต่างอยู่เข้าแทนที่ จิตวิญญาณ ร่วมในประเพณีชุมชนถูกทอดทิ้งแทบไม่เหลือให้เห็น สิ่งปลูกสร้าง วัง บ้านเก่า วัด ที่งดงาม ร่มครึ้มด้วยแมกไม้ถูกรื้อทิ้งสร้างแท่งอิฐ อุดอู้ทดแทน รัฐเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวหวังนำเงินเข้าหมุนเวียน เศรษฐกิจ แต่ไร้ระบบควบคุมที่ดีหรือเหมาะสมกับสภาพชุมชน รัฐทุ่มงบประมาณมากมายเอาใจท่องเที่ยวมองมิติเพียงขยายความ เจริญทางวัตถุ ความสะดวก ขณะเดียวกันละทิ้งความสัมพันธ์ของ ผู้คนที่อยู่ก่อนในชุมชน คิดแต่ระบบแข่งขัน “อยู่ได้อยู่ไป อยู่ไม่ได้หนี ไป” รัฐไม่มองชีวิตเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนเมืองเก่าที่บอกเล่าจารีต ประเพณี ลัทธิความเชื่อ ที่ส่งต่อถึงงานศิลปกรรมได้ 

“พระนคร ๑๐๑” เข้าใจพื้นที่และความเป็นชุมชนของกรุงเทพฯ ในฐานะ “บ้านของเรา เมืองของเรา ชุมชนของเรา”

“ประวัติศาสตร์สังคม” ในทัศนะของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ คือ ประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวของผู้คนในชุมชนเดียวกัน เรียกว่า “ภูมิวัฒนธรรม” คือ ความเป็นชุมชนตามแบบธรรมชาติ รู้จักหน้าค่าตา และมีศาสนสถาน เป็นศูนย์กลางของชุมชน ซึ่งจะแตกต่างจากความเป็นชุมชนแบบใหม่ที่ แบ่งตามเขตพื้นที่การปกครอง การบริหารของส่วนราชการ แนวคิดเรื่อง พื้นที่ชุมชนนั้น คือความเป็นย่านต่างๆ ที่มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ เมืองกรุงเทพฯ 

โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
นิวกรุงเทพฯ นิวรัตนโกสินทร์ : การพัฒนาบ้านเมืองที่ไม่เห็นมนุษย์

ที่ผ่านมาการพัฒนาในสังคมไทยนั้นเป็นการพัฒนาจากข้างบนที่การตัดสินใจมจากคนข้างบนและคนข้างล่างโดยไม่เห็น "คนใน" ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ตรงข้างกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" นั่นคือ การเข้าไม่ถึงคนและไม่เข้าใจคนในพื้นที่ซึ่งจะได้รับการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง  การพัฒนาแบบจากบนลงล่างที่ผ่านมาร่วมกึ่งศตวรรษแลไม่เห็นหัวคนในพื้นที่ดังกล่าวนี้ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" อย่างที่เรียกกัน หากเป็น "การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง" มากกว่า  และทุกครั้งที่ผ่านมาทุกหนแห่งในประเทศ คือ การสร้างนิเวศทางเศรษฐกิจและการเมืองทับลงไปยังนิเวศทางสังคมวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ของท้องถิ่นตลอดเวลา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงล่มสลายของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในสังคมเกษตรกรรมและความเป็นมนุษย์ของคนในท้องถิ่นที่อยู่กันมาเป็นครอบครัว เครือญาติ และชุมชนทั้งในระดับบ้านและเมือง...

โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เข้าใจพื้นที่และชุมชนคนกรุงเทพฯ..จากคำบอกเล่า “พระนคร ๑๐๑”

เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “พระนคร ๑๐๑” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการวิจัยประวัติศาสตร์สังคมกรุงเทพฯ โครงการ “พระนคร ๑๐๑” มีวิทยากรทั้งจากมูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ คือคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริและวิทยากรซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ดังนี้ คุณอรศรี ศิลปี ประธานประชาคมเครือข่ายบางลำพู ,คุณโอภาส มิตรมานะ ปราชญ์ชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ , คุณพจนา ดุริยพันธุ์ บุตรชายของครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ นักร้องขับเสภาชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์,คุณละออศรี (รัชตะศิลปิน) พิพิธภัณฑ์ ตัวแทนของพื้นที่ "บ้านพาน" ซึ่งเป็นผู้ที่เติบโตอยู่ในตระกูลช่างเครื่องเงินที่ทำพาน , คุณสรินยา สุทดิศและคุณกฤษณา แสงไชย ผู้ที่หันมาฟื้นฟูอาชีพตีบาตรที่บ้านบาตร

โดย เรื่อง : จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ / ภาพ : สุรชาญ อุ่มลำยอง
สำนักเรียนดนตรี “บ้านบางลำพู” มรดกทางวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ

สำนักเรียนดนตรี บ้านบางลำพูมรดกทางวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ

 

“บ้านดนตรี” คือระบบอุปถัมภ์ดูแลเด็กที่มีแวว มีความสามารถ หรือสนใจใฝ่รู้ในเรื่องของการดนตรี ซึ่งมีการเลี้ยงดูแบบกินอยู่หลับนอนภายในบ้าน เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยมีครูเป็นดั่งผู้ปกครอง หรือ “พ่อครู แม่ครู” บรรยากาศภายในบ้านถือเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างผู้ให้ความรู้และผู้แสวงหาความรู้ ครูก็ได้คนดนตรีเพื่อมาเล่นในวง ส่วนศิษย์ได้วิชาความรู้ ประสบการณ์และรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการเล่นดนตรี 

มัสยิด หลวงโกชา อิศหาก และตระกูลสมันตรัฐ ในท่ามกลางย่านการค้าท่านํ้าราชวงศ์
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ร้านยาหมอหวาน : การรื้อฟื้นตำรับยาไทยอันท้าทาย "ยุคสมัยเที่ยววัดเที่ยววัง"
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
“มิตรคาม” ย่านวัดเขมรและวัดญวนสามเสนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องถูกไล่รื้อ
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ, จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ เรื่อง ภูวนาท เช้าวรรณโณ, สุรชาญ อุ่มลำยอง ภาพ
จาก 7 สิงหา ‘เสียงปืนแตก’ ถึงปัจจุบันของ ‘คนกับป่า’ ที่ ‘ภูพาน’
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง (๑)
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, สุรชาญ อุ่มลำยอง
"พระนครชวนชม" จากกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๓ : ประตูผี ถึง ชุมชนชาวตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน (๒)
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์, สุรชาญ อุ่มลำยอง
presentation โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการศึกษาเมืองระยองในเส้นทางกู้ชาติขอ­ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดบ้านค่าย
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
โครงการความร่วมมือเพื่อศึกษาท้องถิ่นข้ามภูมิภาค
โดย มูลนิธิ ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา1
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
หยุดกำแพงเจ้าพระยา 2
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
รายการต้นฉบับ ตอน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ในหลวงกับชนกลุ่มน้อยในสยามประเทศ

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงพื้นที่และพบประชาชนด้วยพระองค์เอง ทรงศึกษาและตรวจสภาพภูมิประเทศ กำหนดแหล่งน้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรให้เป็นแหล่งที่พึ่งของชุมชน อย่างเช่นในโครงการพระราชดำริที่ขอแรงสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งบรรดาแหล่งเก็บน้ำต่างๆ ที่ทรงแนะนำและสนับสนุนนั้นล้วนเป็นโครงการขนาดเล็กเพื่อการเกษตรของชุมชนท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็ทรงแนะนำให้ความรู้ทั้งทางวิชาการและทางเทคนิคแก่ชาวบ้าน เพื่อให้ทำมาหาเลี้ยงได้ด้วยตนเอง ดูเหมือนการเสด็จลงไปทรงช่วยเหลือพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของคนกลุ่มน้อยที่โดดเด่นในระยะแรกๆ ก็คือ การเสด็จไปช่วยกลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูงในเขตจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย

 การเสด็จลงไปพบปะและแนะนำด้วยพระองค์เองนั้นประสบผลสำเร็จอย่างมหาศาล เพราะสามารถทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเร่ร่อนปักหลักได้ เปลี่ยนการทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอยมาเป็นการเพาะปลูกพืชพันธุ์ที่ทั้งกินได้ ขายได้ หยุดการปลูกฝิ่นอันเป็นสิ่งผิดกฎหมายและกลับมาปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ผลไม้ ดอกไม้ และผักเมืองหนาว

ผลการพัฒนาทำให้คนบนที่สูงไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว มีการสัมพันธ์กับคนเมืองทั้งในการลงมาพบปะผสมผสานกันในทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวที่ให้ประโยชน์ทั้งแก่คนเมืองและคนบนภูเขา

ชุมชนโบราณในพื้นที่ “น้ำสำคัญ ป่าต้น” ที่สามชุก
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เปิดประเด็น พื้นที่วัฒนธรรม : การโต้กลับทางภูมิปัญญาของคนใน
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม
พื้นที่สาธารณะ กับเศรษฐกิจแบบพอเพียง
โดย ศรีศักร วัลลิโภดม (บทบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๒, เมษายน-มิถุนายน ๒๕๔๑)
การตั้งถิ่นฐานในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
 
“พระนคร ๑๐๑” เข้าใจพื้นที่และความเป็นชุมชนของกรุงเทพฯ ในฐานะ “บ้านของเรา เมืองของเรา ชุมชนของเรา”
“พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๓ : ความสำคัญของป้อมค่ายคูประตูเมือง และชุมชนชานพระนครจากป้อมมหากาฬ ประตูผี ถึงชุมชนชาวตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน ตรอกบวรรังษี และมัสยิดบ้านตึกดิน
งานเสวนาเสน่ห์บางลำพู ธนารักษ์คู่ชุมชน
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ เรื่อง "คนย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน..โดยคนบางลำพู"
อ่านทั้งหมด
 
 
 
บันทึกช่วยจำของ “พจนา ดุริยพันธุ์” แห่ง “บ้านบางลำพู” บ้านดนตรีดุริยประณีตเกี่ยวกับความทรงจำย่านบางลำพู และยุครุ่งเรืองของดนตรีแห่งกรุงเทพมหานคร
เล่าเรื่องชุมชนมอญวัดประดิษฐาราม
ศาลเจ้าเซี้ยอึ้งกง : ศาลเจ้าหลักเมืองในย่านสำเพ็ง
กิจการค้าของมุสลิมในย่านจีน กรุงเทพฯ
อ่านทั้งหมด
 
 
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.