หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
“น้า คะน้า ฮวยน้า แกะน้า” ผักกับตะกร้า คำจีน ในถิ่นบางกะจะ ชุมชนที่จีนกลายเป็นไทย และไทยที่ยังหลงเหลือร่องรอยความเป็นจีน
บทความโดย จิราพร แซ่เตียว
เรียบเรียงเมื่อ 14 ก.ย. 2561, 10:06 น.
เข้าชมแล้ว 180 ครั้ง

ศาลเจ้าหัวตลาด ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี

 

คำว่า “น้า” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคำไทยที่แปลว่า น้องสาวหรือน้องชายของแม่แต่อย่างใด

แต่สำหรับเถ่านั้ง  (เถ่า /เถ้า/เท้า = หัว , นั้ง = คน ภาษาจีนแต้จิ๋ว)  หรือกลุ่มผู้รับผิดชอบงานศาลเจ้าแล้ว

“น้า” ในที่นี้ หมายถึง ตะกร้าดังรูปภาพ สำหรับเรี่ยไรเงินหรือสิ่งของบริจาค ที่จะนำมาส่งต่อให้ผู้รับ

ในงานทิ้งกระจาด ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหา และวันที่ ๖ กันยา ที่ผ่านมา

ของศาลเจ้าหัวตลาด และศาลเจ้าปากคลอง ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

คุณประสาท สอนศรี เถ่านั้งของศาลเจ้าหัวตลาด บอกเล่าถึง “น้า”

และงานทิ้งกระจาดของคนบางกะจะ หรือบางท่านออกเสียงบางกะจ๊ะว่า

 

 

“งานทิ้งกระจาดของคนบางกะจะน่าจะมีการทำต่อเนื่องกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว อย่างตัวเองอายุหกสิบกว่าก็เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ หน้าที่ของเถ่านั้งในงานทิ้งกระจาดขั้นแรกเลยคือต้องออกหาเงินบริจาคก่อนทำอย่างอื่น จะไปต้องไปเป็นทีม ถ้าไปคนสองคนก็ไม่น่าเชื่อถือ เถ่านั้งคนไปขอรับบริจาค และชาวสวน หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งเป็นผู้บริจาคก็จะไม่เชื่อถือ ไม่สบายใจไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไปเป็นทีมที่ว่านี้ นอกจากใส่เสื้อทีมสีเหลือง สกรีนศาลเจ้าแม่อาเนี้ยวหัวตลาดแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “น้า” ตะกร้าสานโบราณ ถือไปด้วย ร้านค้าต่างๆ เค้าเห็นเค้าจะรู้เลยว่านี่มารับบริจาคเพื่อไปจัดงานทิ้งกระจาดประจำปี”

 

เมื่อเราถามว่า “น้า” เป็นคำภาษาจีนหรือภาษาอะไร คำตอบที่ได้รับจากคุณประสาท เถ่านั้ง และคนบางกะจะท่านอื่นๆ อีกหลายท่าน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ เป็นคำที่เรียกกันมาแต่ดั้งแต่เดิม เรียกตามคนรุ่นก่อนๆ

 

คำอธิบายขยายความที่ได้รับคือ   “คนเก่าแก่ดั้งเดิมตายหมดแล้ว คนจีนที่นี่ประวัติสามร้อยกว่าปี  ที่เค้าไล่ๆกันมา ถ่ายทอดกันมาเรื่อยๆ ศาลนี้ก็เป็นร้อยๆ ปี เดิมเป็นศาลเจ้าไม้เล็กๆ  ที่เค้าเล่ากันมาให้ฟัง อันนั้นเจ๊กแท้ๆ เลยมาจากเมืองจีนแล้วมาขึ้นเรือที่นี่ ที่ปากคลอง  การเรียกปู่ย่าตายายเค้าก็มีคำจีน แต่เราไม่รู้ ตอนหลังไม่เรียกเลย อันนี้เราไม่เข้าใจ เราจะแปลงเป็นไทยไปซะแล้ว ถึงรุ่นพ่อแม่และรุ่นเรากลายเป็นไทยหมดแล้ว"

 

บรรยากาศก่อนงานทิ้งกระจาดจะเริ่มขึ้นในช่วงเย็น

 

เนื่องจากการผสมกลมกลืนกับคนพื้นถิ่นอย่างยาวนาน ความเป็นจีนของคนบางกะจะแทบจะติดตามได้ยากจากทั้งรูปพรรณสัณฐานผู้คนที่ว่าด้วยเรื่องทางชีววิทยา ซึ่งมีความเป็นคนพื้นถิ่นเมืองจันท์มากกว่าความเป็นตี๋เป็นหมวย และเรื่องราวทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของคนจีนรุ่นอพยพ เรื่องเล่าจากบรรพบุรุษ การรักษาอัตลักษณ์ผ่านอาหารการกิน ภาษาที่ใช้ ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่เข้าใจ และแปลงเป็นไทยไปซะแล้ว”   สิ่งที่หลงเหลือเป็นหลักฐานว่าคนบางกะจะเป็นกลุ่มชุมชนคนจีนดั้งเดิมกลุ่มสำคัญจึงได้แก่ ศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งมีถึง ๓ แห่ง ในพื้นที่  งานทิ้งกระจาดซึ่งทำกันมาอย่างต่อเนื่อง  และร่องรอยที่หลงเหลือในภาษา เช่นคำว่า “น้า” ที่คนเรียกก็ไม่สามารถอธิบายความหมายที่มาของคำได้

 

คุณไพฑูรย์ ภิรมย์สุข เถ่านั้งของศาลเจ้าปากคลอง พาเราไปดู ถ่ายรูป พร้อมกับเล่าให้เราฟังว่า “อันนี้คือที่เราไปเดินเรี่ยไรกับชาวบ้าน เราใช้อันนี้ไป เรียก  “น้า” ที่ว่าออกหาเงินมาทำงาน คณะกรรมการก็จะถืออันนี้ไปให้ชาวบ้านที่ต่างๆ พอไปถึงชาวบ้านปุ๊บเราก็จะบอกเค้าว่าเทศกาลทิ้งกระจาดมาขอบริจาคทาน จะซื้อของเตรียมไว้ทิ้ง”

 

เถ่านั้งศาลเจ้าปากคลองพาชม "น้า" และข้าวของที่จัดเตรียมไว้สำหรับงานทิ้งกระจาดในสัปดาห์หน้า

 

ด้วยความสงสัยในคำว่า “น้า” จากคนจีนภาคตะวันออกที่ชุมชนบางกะจะดังกล่าว เราเลยลองไปตามรอยคำนี้เพิ่มเติมจากการถามเพื่อนชาวไทยเชื้อสายจีนถิ่นฝั่งธน ๒ ท่าน ท่านหนึ่งให้คำอธิบายว่า “ป๊า (พ่อ) บอกแต้จิ๋วเรียก “คะน้า” จีนกลางอ่านว่า “เก๋อหลัน” (格蓝)” ส่วนอีกท่านบอกว่า “บ้านเราเรียกฮวยน้า อารมณ์ตะกร้าใส่อาหาร”

 

 

เมื่อตามรอยคำว่า “น้า” ของคนบางกะจะเพิ่มเติมอีกนิดจึงได้รับคำอธิบายขยายความต่อไปอีกจากหนังสือ  หอเจี๊ยะตึ้ง:ตำนานอาหารจีน โดย ฮ.ศุภวุฒิ จันทสาโร ซึ่งเล่าถึง คะน้า: ตะกร้าผู้วิเศษ ซึ่งขอคัดลอกมาบางส่วนเพื่ออธิบายคำเรียกตะกร้าว่า “น้า” ของคนบางกะจะ ดังนี้

 

“แต้จิ๋ว ซัวเถาเป็นถิ่นคะน้าเจริญงอกงามดี แต่กิกเอี้ยเป็นที่คะน้าลือชื่อ คะน้าหมู่บ้านท้อซัวมีชื่อเสียงมาก ทั้งหวานทั้งกรอบในบันทึกเมืองกิกเอี้ย เล่าว่า หลักโจ้วตอนยังไม่บวชได้หว่านเมล็ดปลูกพืชในป่า วันหนึ่งเกิดหิว เห็นชาวนากำลังต้มของกินในหม้อ จึงนำผักป่าใส่ในตะกร้าไม้ไผ่ แล้วนำไปต้มในหม้อ แยกอาหารตนเองกับของชาวบ้าน

 

ตำนานนี้ยังมีเรื่องเล่าคล้ายกันแต่พิสดารกว่านั้นว่า โพธิสัตว์กวนอิมน่ำไห่ท่องไปถึงหมู่บ้านท้อซัว เกิดหิวจึงคัดเลือกของป่า แต่เพราะไม่ทานของสดของคาว จึงจัดผักใส่ในตะกร้าไผ่แล้วนำไปต้มในหม้อชาวบ้านเพื่อแยกของเจของชอ ผักที่ว่านี้จึงได้ชื่อ คะน้า มีที่มาจากเป็นคำพ้องเสียงกับ แกะน้า (格蓝)  แปลว่า ตะกร้าแยกของเจของชอ”

 

ตะกร้าแยกของเจของชอของโพธิสัตว์กวนอิม จึงกลายมาเป็นตะกร้าใส่เงินและของบริจาค อุปกรณ์สำคัญสำหรับงานทิ้งกระจาดชาวบางกะจะมาจนทุกวันนี้

 

ขอขอบคุณ

คุณประสาท สอนศรี / ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๑ คณะกรรมการศาลเจ้าหัวตลาด (เถ่านั้ง)  

คุณไพฑูรย์ ภิรมย์สุข / คณะกรรมการศาลเจ้าปากคลอง (เถ่านั้ง)

คุณนุช คุณบอย /ผู้ดูแลเพจ Bangkaja Village Chanthaburi

เถ่านั้งและผู้ร่วมงานทิ้งกระจาดศาลเจ้าหัวตลาด และศาลเจ้าปากคลองผู้ให้ความเอื้อเฟื้อ

ฮ.ศุภวุฒิ จันทสาโร. หอเจี๊ยตึ้ง: ตำนานอาหารจีน. ยิปซี กรุ๊ป: กรุงเทพฯ. ๒๕๖๐ หน้า ๑๙๕.

 

 

อัพเดทล่าสุด 21 ก.ย. 2561, 10:06 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.