หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
อโยธยาศรีรามเทพนคร
บทความโดย พนมกร นวเสลา
เรียบเรียงเมื่อ 29 มิ.ย. 2561, 12:04 น.
เข้าชมแล้ว 9766 ครั้ง

การเกิดขึ้นของเมืองอโยธยา โดยทั่วไปมักจะเชื่อกันว่า เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1893 (ปลายพุทธศตวรรษที่ 19) โดยพระเจ้าอู่ทอง หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงอพยพผู้คนมาหนีโรคระบาดจากเมืองอู่ทอง (ในจังหวัดสุพรรณบุรี) มาตั้งเมืองใหม่อยู่บริเวณริมหนองโสน อย่างไรก็ตามการศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีในปัจจุบันพบว่าเมืองอู่ทองมีสภาพที่ถูกทิ้งร้างไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นพระเจ้าอู่ทองจึงไม่ได้อพยพมาจากเมืองอู่ทองในเขตเมืองสุพรรณบุรี ขณะเดียวกัน อ.มานิต วัลลิโภดมและอ.ศรีศักร วัลลิโภดม ได้เสนอเรื่อง การดำรงอยู่ของเมืองอโยธยาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 จากการศึกษาหลากหลายแขนงวิชาและนำมาบูรณาการ อาทิ ภาพถ่ายทางอากาศ แผนที่ เอกสารตำนาน จารึกและพงศาวดาร รวมทั้งการเดินเท้าสำรวจในพื้นที่ทางทิศตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยา โดยเน้นที่เรื่องของภูมิวัฒนธรรม (cultural landscape) เป็นสิ่งสำคัญ ผลการศึกษาพบว่า

 

ภาพที่ 1 เส้นทางเครือข่ายลำน้ำรอบเมืองอโยธยา

 

          ประการแรก ภายหลังการสิ้นสุดของรัฐศรีวิชัยซึ่งซึ่งเป็นรัฐชายฝั่งทะเลบนคาบสมุทรมลายูเสื่อมลง ในพื้นที่ประเทศไทยได้เกิดบ้านเมืองขึ้นมาหลายแห่ง เช่น ล้านนา สุโขทัย อโยธยา สุพรรณบุรี เพชรบุรี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ระยะนี้เองที่กล่าวได้ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นกลุ่มวัฒนธรรมสยามประเทศ หรือ สยามเทศะ มีลักษณะที่ต่างอออกไปจากกลุ่มวัฒนธรรมก่อนหน้านี้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 คือกัมพูชาเทศะ หลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของชาวสยามในช่วงเวลานี้คือจดหมายราชวงศ์ ซ่ง หยวนและหมิง ตามลำดับ กล่าวถึงกลุ่มชาวเสียมก๊ก (กลุ่มคนทางสุพรรณบุรี) และหลอก๊ก (กลุ่มคนทางละโว้) ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ปรากฏให้เห็นว่าบ้านเมืองต่างมีความสัมพันธ์กันและกัน ทั้งความสัมพันธ์ในกลุ่มเดียวกันอันนำไปสู่ระบบเมืองคู่ที่มีความชัดเจน เช่น เมืองสุพรรณบุรีกับเมืองแพรกศรีราชา และเมืองละโว้กับเมืองอโยธยา ความสัมพันธ์ในกลุ่มเมืองเดียวกันนี้ยังพบได้ในพื้นที่อื่นเช่น เมืองสุโขทัยกับเมืองศรีสัชนาลัย หรือ เมืองหริภุญชัยกับเมืองเขลางค์นคร(ลำปาง) เป็นต้น ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเช่น การดองเครือญาติกันระหว่างราชวงศ์อู่ทองกับราชวงศ์สุพรรณภูมิจนเกิดเป็นเมืองอโยธยาขึ้นมา

 

ภาพที่ 2 หลวงพ่อโตซำปอกง พระประธานวัดพนัญเชิงวรวิหาร 

 

ภาพที่ 3 ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก วัดพนัญเชิงวรวิหาร

 

          ประการที่สอง เมืองอโยธยาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำป่าสักตอนล่าง โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ดอน ลักษณะเป็นเมืองในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าเช่นเดียวกับเมืองสุพรรณบุรีและราชบุรี ที่เป็นเกิดขึ้นเป็นบ้านเมืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 รอบนอกและภายในเมืองอโยธยาล้อมรอบด้วยลำน้ำสายต่างๆ เช่น คลองหันตรา(ลำน้ำป่าสักเก่า)ไหลจากทิศเหนือไปออกทางทิศตะวันออกของเมืองบริเวณทุ่งพระอุทัย คลองคูขื่อหน้า(ลำน้ำป่าสักปัจจุบัน) สันนิษฐานว่าเป็นคลองขุดทางทิศตะวันตกของเมือง, คลองแม่เบี้ยหรือคลองสวนพลูทางทิศใต้ของเมือง กลางเมืองมีคลองบ้านบาตรหรือคลองข้าวเม่า ภายในเมืองพบโบราณสถานขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ตั้งเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีพระเจดีย์เป็นประธาน เช่นวัดอโยธยา, วัดจักรวรรดิ์, วัดกุฎีดาว, วัดสามปลื้ม วัดใหญ่ชัยมงคล ฯลฯ นอกจากนี้วัดบางแห่งยังมีหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงการสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 1893 เช่น วัดพนัญเชิงวรวิหาร จากหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่าสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา 26 ปี ยิ่งไปกว่านั้นด้านทิศใต้จากการศึกษาของ อ.ศรีศักร วัลลิโภดม พบว่า มีพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆและมีคูน้ำล้อมรอบจึงสันนิษฐานว่าเป็นตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวัง

 

ภาพที่ 3 วัดอโยธยา (วัดเดิม) ตั้งอยุ่ทางทิศตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยาในปัจจุบัน

 

          ประการที่สาม ชื่อเมือง “อโยธยา” เป็นชื่อเดียวกับ “อยุธยา” และพบว่าปรากฏชื่อในจารึกช่วงต้นของกรุงศรีอยุธยาเช่นจารึกวัดส่องคบ พ.ศ. 1951 มีข้อความว่า “ศรีอโยธยา” และคำว่า อโยธยายังปรากฏอยู่ในตำนานมูลศาสนาของทางล้านนาด้วยเช่นกัน ขณะที่ชื่อ “อยุธยา” ปรากฏอยู่ในโครงกำสรวลสมุทรซึ่งแต่งขึ้นในช่วงต้นกรุงศรีอยุธยาด้วยเช่นกัน ถัดมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ยังคงปรากฏคำว่า “อโยธยา”  ในเนื้อหาลิลิตยวนพ่าย เป็นต้น

          ดังนั้นเมืองอโยธยาในระยะเริ่มแรก (พุทธศตวรรรษที่ 18-19) จึงเป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์ควบคู่กับเมืองละโว้ โดยเป็นเมืองท่าที่รองรับกับการค้าก่อนเดินทางมาสู่เมืองละโว้  จากอ่าวไทยจะผ่านบริเวณเกาะพระขึ้นมาจนถึงเมืองอโยธยาและมีลำน้ำที่สามารถไปถึงเมืองละโว้ได้คือลำน้ำหนองกระแชงหรือลำน้ำโพธิ์ ซึ่งเส้นทางนี้จะผ่านเมืองอู่ตะเภาและขีดขิน จนถึงละโว้ตามลำดับ ระหว่างเส้นทางมีวัดขนอนตั้งอยู่บริเวณแยกลำน้ำโพธิ์กับล้ำน้ำกรด อันสะท้อนให้เห้นว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มีด่านเก็บภาษีอากรอีกด้วย และในเวลาต่อมาเมื่อมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นบริเวณพื้นที่หนองโสน (หรือบึงพระรามในปัจจุบัน) จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีลำน้ำหลายสายล้อมรอบเมืองได้แก่ แม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำป่าสัก ยิ่งทำให้เมืองอโยธยาหรืออยุธยากลายเป็นเมืองท่าการค้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นจนกระทั่งเป็นรัฐศูนย์กลางในลุ่มเจ้าพระยาในที่สุด

 

อ้างอิง

ศรีศักร วัลลิโภดม. สยามประเทศ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2539.

ศรีศักร วัลลิโภดม. “”อโยธยาศรีรามเทพนคร”. วารสารเมืองโบราณ 43, 1, (มกราคม-มีนาคม 2560): 33-43.

อัพเดทล่าสุด 11 ก.ค. 2561, 12:04 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.