บันทึกจากท้องถิ่น
พันธุ์ไม้ชายเลนที่บ้านเขายี่สาร : มุทิตา ณรงค์ชัย

บ้านเขายี่สารจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า " เขตทะเลตม " หรือทะเลที่มีลักษณะเป็นดินโคลนตะกอนซึ่งแม่น้ำได้พัดพามาทับถมกัน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์บก สัตว์น้ำ และพืชพันธุ์นานาชนิด
จากการสำรวจพันธุ์ไม้ชายเลนอันเป็นพืชน้ำเค็มในเขตบ้านเขายี่สาร พบว่ามีอยู่เกือบยี่สิบชนิดขึ้นอยู่ปะปนกันไป บางชนิดมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการหาเลี้ยงชีพ ใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมผ้า หรือใช้เป็นสมุนไพรในการรักษาโรค ฯลฯ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้
โกงกาง เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบแหลมรี ดอกสีขาวอมเหลือง ผลเป็นฝักเรียว มีรากยื่นออกมาจากลำต้นเพื่อใช้ยึดเหนี่ยวและพยุงลำต้นให้ตั้งตรงได้ดีในพื้นที่ชายเลน เมื่อฝักแก่เต็มที่จะร่วงหล่นปักลงพื้นเลนและเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ต่อไป ไม้โกงกางเป็นพืชเศรษฐกิจ ชาวยี่สารใช้เผาถ่านเลี้ยงชีพ ว่ากันว่าถ่านไม้โกงกางให้ไฟแรงนานสม่ำเสมอ ถ่านไม่ปะทุ อาหารที่ใช้ถ่านไม้โกงกางเป็นเชื้อเพลิงในกรรมวิธีปรุงมักจะหอมกว่าอาหารที่ใช้ถ่านไม้ชนิดอื่น ปัจจุบันชุมชนยี่สารมีป่าโกงกางจากการปลูกนับพันไร่ โดยปลูกทดแทนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนไม้ที่ตัดไป
ครุ่ย จัดเป็นไม้ตระกูลเดียวกับโกงกาง แต่ใบจะใหญ่และแบนกว่า เนื้อไม้หยาบและไม่เป็นที่นิยมในการเผาถ่านนัก เพราะให้ไฟไม่แรงสม่ำเสมอเท่าโกงกาง เดิมชาวยี่สารใช้ฝักครุ่ยมาทำขนมเรียกกันว่าขนมฝักครุ่ย แต่ปัจจุบันก็ไม่ค่อยมีใครทำรับประทานกันเท่าใด
รุ่ย เป็นไม้ในตระกูลเดียวกันกับโกงกางและครุ่ย แต่ขนาดของใบค่อนข้างใหญ่กว่า ดอกรุ่ยมีสีแดง ต้นรุ่ยใช้ทำฟืนได้ แต่ไม่นิยมนำมาทำเป็นถ่าน เนื่องจากคุณสมบัติของเนื้อไม้ไม่ดีเท่าโกงกาง
ตะบูนหรือกะบูน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เรือนยอดสูงเป็นพุ่ม โคนใบเรียวปลายใบสอบ แหลม ผลกลมขนาดผลส้มโอ ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เมื่อดิบผลสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงเมื่อแก่เต็มที่ ตะบูนมีประโยชน์หลายประการด้วยกัน เช่น ใช้ทำฟืน ในอดีตใช้เปลือกตะบูนย้อมแหและอวนเพื่อเพิ่มความเหนียวและไม่อมน้ำ หรือนำเปลือกตะบูนไปย้อมเสื้อผ้า เมื่อย้อมออกมาก็จะได้สีน้ำตาลอมแดง เนื้อผ้าก็จะเหนียวทนทานขึ้น ตะบูนมีเมล็ดหลายเมล็ด ประกอบรวมกันเป็นพูๆ เด็กๆ ยี่สารสมัยก่อนมักจะนำเมล็ดตะบูนมาเป็นของเล่น โดยแยกเมล็ดออกจากกันแล้วเอากลับมาต่อประกอบกันใหม่ให้เข้ารูปเดิม (คล้ายๆ การต่อจิกซอว์)
ตาตุ่ม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจิก เปลือกลำต้นเรียบ ลักษณะพิเศษของต้นตาตุ่มก็คือ ถ้าขึ้นอยู่ใกล้ๆ กับต้นโกงกางความสูงของต้นตาตุ่มก็จะมีขนาดไล่เลี่ยกัน แต่เมื่อไรที่ขึ้นห่างจากต้นโกงกาง ต้นตาตุ่มก็จะเตี้ยแจ้ ยางของต้นตาตุ่มมีพิษ ทำให้เกิดอาการบวมแดง คัน และเป็นผื่น ถ้าหากเข้าตาก็จะทำให้ลืมตาไม่ขึ้น แต่ชาวยี่สารมีวิธีแก้โดยใช้ใบชะครามคั้นรวมกับมะพร้าวขูดแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงนำมาทาผิวบริเวณที่โดนยางของต้นไม้ชนิดนี้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ เมื่อถูกยางของต้นตาตุ่มก็ให้รีบหาน้ำฝนมาทาหรือล้างบริเวณนั้นๆ อาการจะค่อยๆ ทุเลาลง
ชะคราม เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุก ลำต้นอวบน้ำ ใบเป็นเส้นเล็กฝอยๆ สีเขียว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีอมน้ำเงินแกมม่วงเล็กน้อย ลำต้นและใบจะสะสมความเค็มเอาไว้ ชาวยี่สารนำใบชะครามมาประกอบอาหารต่างๆ เช่น แกงส้ม หรือนำมาลวกราดกะทิกินกับน้ำพริก (เช่น น้ำพริกมะขาม , น้ำพริกกะปิ) แต่การนำชะครามมารับประทานจะต้องลวกแล้วบีบน้ำออกหลายๆ ครั้งเพื่อเอาความเค็มออกก่อน นอกจากนี้ยังใช้ชะครามเป็นยาแก้พิษของ " ต้นตาตุ่ม " ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
แสม เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบเขียว ปลายใบมนเล็กน้อย ด้านข้างของใบห่อลู่ลง สีใต้ใบจะอ่อนกว่าตัวใบ ดอกแสมเป็นกระจุกเล็กๆ มีสีขาวหรือขาวอมเหลือง กลิ่นฉุนเล็กน้อย ผลกลม ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ที่ยี่สารมีทั้งแสมดำและแสมขาว แสมขาวมีเปลือกสีน้ำตาลอ่อนจาง ส่วนแสมดำเปลือกสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผลของแสมดำใช้ทำ " ขนมลูกแสม " รสชาติหวานมัน คล้ายๆ กับขนมมัน ส่วน " แก่น " ของแสมขาวมีรสชาติเผ็ดร้อนใช้เป็นสมุนไพรเข้าเครื่องยาเพื่อรักษาโรคต่างๆ ไม้แสมใช้ทำฟืน
ในบริเวณบ้านเขายี่สารมีต้นแสมขนาดใหญ่ราวสี่คนโอบ สูงประมาณ ๑๕ เมตร อยู่ในที่ดินของลุงเขียน ปรารถนาดี ลุงเขียนเล่าว่าเห็นแสมสูงเท่าปัจจุบันนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และแม่ของลุงเขียนก็เคยเห็นแสมต้นนี้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กเช่นเดียวกัน
เหงือกปลาหมอ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " จะเกร็ง " เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นเป็นข้อแข็งและมีหนามอยู่ตามข้อ ปลายใบแหลม ริมขอบใบมีหยัก ออกดอกเป็นช่อตั้งตรงสีฟ้าอมม่วง ผลเป็นฝัก ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณในเชิงสมุนไพร ซึ่งชาวยี่สารสมัยก่อนได้ใช้ลำต้นสดมาสับแล้วต้มกับน้ำแก้ผดผื่นคัน
จาก เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบคล้ายใบมะพร้าว ผลออกเป็นกลุ่มสีน้ำตาล ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ต้นจากมีประโยชน์หลายประการ เช่น นำใบมาเย็บเป็นตับเพื่อมุงหลังคา หรืออาจใช้ห่อขนมที่เรียกกันว่า " ขนมจาก " ส่วนผลอ่อนก็นำมาแกงเผ็ดรับประทานได้
ป้าอุดม สงวนจิตร์ วัย ๖๖ ปี ลูกสาวของหมอสมุนไพรในอดีตของชุมชนยี่สารเล่าว่าส่วนยอดของต้นจากยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร แก้อาการผดผื่นคันที่เกิดขึ้นกับผิวหนังเด็ก โดยนำยอดจากสดๆ มาต้มกับน้ำให้เด็กอาบ อาการผื่นคันก็จะทุเลาลง
ทับแถบ เป็นไม้เถา มักจะเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ลักษณะใบคล้ายใบถั่ว ปลายใบแหลม ผลออกเป็นฝัก ฝักทับแถบกลมและแบนคล้ายกับฝักของต้นประดู่ ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ในอดีตชาวยี่สารได้ใช้ยอดของต้นทับแถบ มาต้มรับประทานกับน้ำพริก แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครรับประทานแล้ว อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็มีผู้เห็นคุณค่าของต้นทับแถบ โดยคนเลี้ยงวัวจากแถบราชบุรีและเพชรบุรี จะมาเกี่ยวเถาทับแถบไปให้วัวกิน ทับแถบมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ วัวที่กินพืชชนิดนี้เข้าไปก็จะระบายขับถ่ายที่ดี ทำให้แข็งแรงและเจริญอาหาร ส่วนเมล็ดทับแถบมีสรรพคุณเบื่อเมา ไม่มีใครรับประทาน
ลำแพน เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นค่อนข้างขรุขระ ใบกลมมนค่อนข้างหนา ต้นลำแพนใช้ทำฟืนแต่ไม่นิยมนำมาเผาถ่าน เพราะลำต้นมีขนาดใหญ่เกินไปและให้ไฟไม่แรงเท่าไม้โกงกาง เมื่อดิบผลมีสีเขียว พอแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ผลลำแพนมีรสเปรี้ยว ชาวยี่สารมีวิธีกินลำแพนให้เอร็ดอร่อยยิ่งขึ้นโดยนำมากวนเข้ากับน้ำตาลทรายก็จะได้ลำแพนกวนรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ
ลำพู เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ ใบยาวรี ผลค่อนข้างแป้น มีกลีบเป็นแฉกยาวๆ หุ้มอยู่ต่อจากขั้ว ส่วนก้นของผลจะมีติ่งเล็กๆ ยาวประมาณ ๒-๔ เซนติเมตร ยื่นออกมา ต้นลำพูใช้ทำฟืนได้แต่คุณภาพก็ไม่ทัดเทียมกับไม้โกงกาง ผลลำพูมีรสเปรี้ยวเช่นเดียวกันกับลำแพน แต่ก็ไม่ค่อยมีใครนำมากินเท่าใดนัก
โพธิ์ทะเล เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกลำต้นขรุขระเล็กน้อย ใบคล้ายกับใบโพธิ์ ดอกมีสีเหลือง ผลกลมมีขนปกคลุม ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ชาวยี่สารไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากโพธิ์ทะเล แต่ผู้ใหญ่ชาวยี่สารเล่าให้ฟังว่า สมัยเด็กๆ มักจะนำผลโพธิ์ทะเลมาทำ " ลูกหมุน " ( ซึ่งเป็นของเล่นชนิดหนึ่งคล้ายๆ กับลูกข่าง) โดยนำผลโพธิ์ทะเลที่แก่จัดมาเสียบเข้ากับไม้เล็กๆ จากนั้นก็จะนำมาหมุนๆ ปั่นๆ ลงกับพื้นดิน เป็นที่สนุกสนานตามประสาเด็ก
ฝาด เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกลำต้นขรุขระเล็กน้อย รูปทรงโคนใบสอบเล็ก ปลายใบมน ดอกมีลักษณะเป็นหลอดสั้นๆ ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ชาวยี่สารใช้ประโยชน์จากฝาดโดยการนำมาทำฟืนแต่ค่อนข้างน้อย ฝาดไม่เหมาะที่จะนำมาเผาเป็นถ่านไม้ เนื่องจากเมื่อเผาออกมาแล้วเนื้อถ่านจะเปราะ และกะเทาะออกมาเป็นแว่นๆ คุณภาพในการติดไฟจึงไม่ดี และเป็นผลทำให้ได้ราคาถ่านไม่ดีเท่าที่ควร
ปุโลง เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ในอดีตชาวยี่สารนำเปลือกของพันธุ์ไม้ชนิดนี้มาต้มรวมกับเปลือกตะบูนเป็น " น้ำปะเตา " ใช้ย้อมแห อวนและเสื้อ เปลือกตะบูนจะมีสรรพคุณทำให้เนื้อผ้าที่ย้อมแข็งและเหนียว ส่วนเปลือกปุโลงจะมียาซึ่งมีคุณสมบัติยึดติดใยผ้าได้ดี เสื้อผ้าที่ย้อมด้วย " น้ำปะเตา "จึงใส่สบาย ทนทาน และไม่ร้อน

อาจกล่าวได้ว่าพันธุ์ไม้ที่ยี่สารมีความสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนในชุมชน บางชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับท้องถิ่น เช่น ไม้โกงกาง หรือบางชนิดก็เป็นส่วนประกอบอาหารที่ขึ้นชื่อ เช่น แกงส้มใบชะคราม นอกจากนี้บางชนิดก็มีคุณค่าเชิงสมุนไพร แม้พันธุ์ไม้บางชนิดอาจดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ทางตรงต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น แต่ความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามก็คือ ต่างก็เป็นพันธุ์ไม้ร่วมของระบบนิเวศในเขตป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำสัตว์บกและความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพอันเป็นสิ่งที่ชุมชนจะต้องรักษาไว้
(บันทึกจากท้องถิ่น จดหมายข่าว ฉ.33-พฤศจิกายน ถึง ธันวาคม 2544)