หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
บันทึกจากท้องถิ่น สาส์นจากยี่สาร : มุฑิตา ณรงค์ชัย
บทความโดย มุฑิตา ณรงค์ชัย
เรียบเรียงเมื่อ 1 เม.ย. 2541, 11:34 น.
เข้าชมแล้ว 3454 ครั้ง

บันทึกจากท้องถิ่น

สาส์นจากยี่สาร : มุฑิตา ณรงค์ชัย

 

 

ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๗ มกราคม ๒๕๔๑ มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ ได้เริ่มงานขั้นต้นในการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยี่สาร โดยจัด ทำทะเบียนโบราณวัตถุ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลักฐานทางโบราณคดีและมานุษยวิทยา หลักฐานของท้องถิ่นที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดเขายี่สาร ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาลูกโดดขนาดย่อมหน้าลำคลองบางตะบูนและคลองยี่สารในจังหวัดสมุทรสงคราม นักวิชาการได้สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายสมัยพระเจ้าเสือ นอกจากนี้ยังมีตุ่มน้ำโบราณขนาดใหญ่ เครื่องถ้วยจีน ฯลฯ ส่วนหลักฐานทางด้านมานุษยวิทยา ได้แก่ เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เรือ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านหลายประเภท

 

มาทำความรู้จักยี่สารกันสักนิด

 

 

ยี่สารเป็นชื่อหมู่บ้านและตำบลเล็กๆ อันเงียบสงบแห่งหนึ่งในอำเภออัมพวา ตั้งอยู่ปลายแผ่นดินใกล้ๆ อ่าวไทยในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ผูกพันอยู่กับสายน้ำ ป่าโกงกาง และพ่อปู่ศรีราชาซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน

 

ไม่ค่อยมีใครรู้จักยี่สาร เพราะลักษณะภูมิประเทศอันเป็นทางปิด หรือความเป็นพื้นที่ในเขตน้ำกร่อย ไร้แหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิด เจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก ท่ามกลางสภาวะดังกล่าว คงเป็นเพราะเหตุนี้ยี่สารจึงถูกมองผ่าน ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดสมุทรสงครามกลับเป็นที่รู้จักแพร่หลาย อย่างไรก็ตามในมุมกลับ กรอบจำกัดของพื้นที่ขนาดเล็ก ปัญหาชีวภาพของน้ำและดิน น่าจะเป็นผลดีต่อการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของคนในชุมชนรวมทั้งการปรับตัวตามเงื่อนไขตามธรรมชาติ อันเป็นที่มาของภูมิปัญญาพื้นบ้าน อาทิ ประเพณีการช่วยงานในพิธีกรรมหรือเทศกาลต่างๆ การประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น แห อวน แร้วปู สวิง กระดานลุนหอย (กระดานถีบหาหอย) หรือความชาญฉลาดในการทำอาหารจากพืชและสัตว์ในท้องถิ่น เช่น ขำชะคราม (พืชน้ำเค็มชนิดหนึ่ง มีรสเค็มสามารถนำมาทำเป็นยำได้แต่ต้องจำกัดความเค็มด้วยการต้มในน้ำหลายๆ ครั้ง แล้ว ใส่เครื่องปรุงต่างๆ ลงไป) ขนมลูกแสม หอยเค็ม (เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง นำหอยแครงมาทำความสะอาดแล้ว คนทั้งเปลือกในน้ำผสมเกลือและน้ำตาลทรายจนได้ที่ จากนั้นจึงนำไปนึ่งจนสุก) ตลอดจนการผลิตถ่านจากไม้โกงกาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจและเคารพกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ กล่าวคือ ชาวยี่สารตัดและปลูกกล้าใหม่ขึ้นทดแทน ( แบบแผนและความเปลี่ยนแปลงของสำรับอาหารที่บ้านยี่สาร รหัสแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนกลางป่าชายเลน , อภิญญา ตันทวีวงศ์ เอกสารการประชุมทางวิชาการโครงการเมธีวิจัยอาวุโส ส.ก.ว.๒๕๔๐ , ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร)

 

ได้มีผู้ศึกษาเรื่องราวด้านมานุษยวิทยาของยี่สารในแง่มุมต่างๆ แต่ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแทบไม่มี ไม่ว่าในเชิงลายลักษณ์หรือคำบอกเล่า ส่วนใหญ่ทราบเพียงแต่ว่า เดิมทีมีชาวจีนสามพี่น้อง ล่องสำเภามาค้าขาย พี่คนโตชื่อจีนเครา คนรองชื่อจีนขาน ส่วนคนสุดท้องชื่อจีนกู่ สามพี่น้องล่องเรือมาจนถึงบริเวณเขายี่สาร (ซึ่งในอดีตเป็นทะเล) เกิดเรือแตก พี่น้องพลัดพรากจากกัน จีนเคราไปอยู่เขาตะเครา จีนขานไปอยู่เขายี่สาร ส่วนคนเล็กไปอยู่เขาอีโก้ สามพี่น้องได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ต่างๆ ทำให้เกิดเป็นหมู่บ้านอยู่สืบกันมาจนทุกวันนี้ เมื่อเวลาล่วงไป จีนขานได้กลายเป็น " พ่อปู่ศรีราชา " อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองหมู่บ้านให้รอดพ้นจากภัยต่างๆ แม้ว่าจะยังขาดข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแต่ก็เป็นเรื่องที่พยายามค้นคว้าเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป

 

สำหรับโครงการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านเขายี่สาร จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ชุมชนที่นี่ประสบกับความกังวลเรื่องทุนทรัพย์ในการจัดสร้าง ที่จริงปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นกับกระบวนการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่ง แต่ใช่ว่าจะไร้ทางแก้ไข เนื่องจากการหาทุนทรัพย์สามารถทำได้หลายหนทาง อาทิ การประชาสัมพันธ์โดยให้ความรู้ในเชิงอนุรักษ์และเชื้อเชิญให้ผู้ที่สนใจเข้าชม การระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธา เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัญหาที่รีบด่วนที่สุดของยี่สารก็คือ การอนุรักษ์โบราณวัตถุซึ่งกำลังทรุดโทรมลงไปทุกขณะ อาทิ จิตรกรรมบนแผ่นไม้ ธรรมาสน์ ตุ่มน้ำ ภาชนะดินเผา ฯลฯ ซึ่งในขั้นตอนด้านกระบวนการอนุรักษ์ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ ตลอดจนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องทำในขณะนี้

 

ภายใต้กระแสโลกในปัจจุบัน ท้องถิ่นหลายๆ แห่งได้เสียจิตวิญญาณของตนเอง ถ้าเช่นนั้นในกรณีของยี่สาร ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ชุมชนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและความสำคัญในการปลุกจิตสำนึกของชุมชน ย่างก้าวต่อไปของการจัดพิพิธภัณฑ์ชุมชนยี่สารอาจพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ความตั้งใจจริงและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงผลักดันให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประสบผลสำเร็จในที่สุด

 

 

 

 

(บันทึกจากท้องถิ่น จดหมายข่าว ฉ.11-มีนาคม ถึง เมษายน 2541)

อัพเดทล่าสุด 28 ก.ค. 2559, 11:34 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.