ตำบลลอ ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบจุน – เทิง เป็นแอ่งที่ราบระหว่างหุบเขา ที่วางตัวในแนวทิศเหนือ - ทิศใต้ โดยมีดอยภูนางเป็นขอบแอ่งทางด้านทิศใต้และทอดตัวต่อเนื่องขึ้นทางทิศเหนือ ซึ่งมีดอยแม่ฮิ ดอยขุนแม่เลอะ ดอยกิ่วช้าง ดอยกิ่วแก้ว เป็นขอบแอ่งด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถัดจากดอยกิ่วแก้วไปทางทิศเหนือเป็นที่ลุ่มแคบๆ มีแม่น้ำอิง(อิงลอด) ไหลผ่านกั้นระหว่างดอยกิ่วแก้วและดอยจิกจ้องที่เป็นขอบแอ่งด้านทิศตะวันตก ขอบแอ่งที่ราบจุน-เทิง ด้านทิศตะวันตก เริ่มตั้งแต่ดอยจิกจ้องทอดตัวขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจรดดอยจำมุ
ส่วนขอบแอ่งด้านทิศเหนือ คือ บริเวณดอยม่อนเมาที่อยู่ติดกับเมืองเทิงและขอบแอ่งด้านทิศตะวันออก คือ แนวเขาดอยหา ดอยบ่อส้ม ดอยปุกหนอกวัวและดอยม่อนยาว แนวเขาเหล่านี้นอกจากเป็นปราการโอบล้อมแอ่งที่ราบจุน-เทิงและเมืองโบราณเวียงลอไว้ภายใน และยังเป็นต้นกำเนิดลำน้ำสายต่าง ๆ หลายสายเช่น น้ำจุน น้ำแม่ทะลาย ห้วยร่องขุ่นและห้วยงิ้ว
ตำบลลอประกอบไปด้วย ๑๑ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ ๑ บ้านลอ หมู่ที่ ๒ บ้านปางป้อมเหนือ หมู่ที่ ๓ บ้านร่องย้าง หมู่ที่ ๔ บ้านปางป้อมใต้ หมู่ที่ ๕ บ้านน้ำจุน หมู่ที่ ๖ บ้านศรีเมืองชุม หมู่ที่ ๗ บ้านปางป้อมใหม่ หมู่ที่ ๘ บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ ๙ บ้านปางป้อมกลาง หมู่ที่ ๑๐ บ้านน้ำจุนใหม่ หมู่ที่ ๑๑ บ้านเวียงลอ
เวียงลอ คือ ชุมชนที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มในแอ่งจุน-เทิง มีเทือกเขาโอบล้อมทางด้านทิศตะวันตกเป็นเทือกเขาดอยจิกจ้อง โดยมีหนองขึดกั้น (ฮ่องขึด = ร่องขึด คือแม่น้ำอิงสายเดิมที่ไหลผ่านหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันนี้แม่น้ำอิงได้เปลี่ยนทิศทางใหม่ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดเป็นหนองน้ำขาดกันเป็นช่วงๆ) จะเห็นได้ว่าพื้นที่ของชุมชนเวียงลอแห่งนี้มีน้ำอิงเป็นลำน้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมืองที่อยู่คู่กับการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่มาทุกยุคทุกสมัย
![]() |
| ภูมิศาสตร์เมืองลอ |
แม่น้ำอิงมีต้นกำเนิดจากห้วยเอี้ยงบริเวณเทือกเขาทางทิศตะวันตกของอำเภอแม่ใจ ไหลผ่านบ้านแม่ใจมาสู่หนองเล็งทราย ผ่านทุ่งนาแม่ใจ แม่ปืม บ้านต๋ำ ไหลลงสู่กว๊านพะเยา จากนั้นไหลออกจากกว๊านพะเยาผ่านอำเภอดอกคำใต้ เข้าสู่อำเภอจุนทางด้านทิศตะวันตกบริเวณบ้านศรีเมืองชุม จากนั้นไหลเลียบเทือกเขาดอยจิกจ้องด้านทิศตะวันออก ผ่านตำบลลอ ตำบลหงส์หิน เข้าสู่จังหวัดเชียงรายในเขตอำเภอเทิง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณสบอิงเหนือเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เวียงลอตั้งอยู่ในพื้นที่ราบหุบเขาขนาดกว้างใหญ่ที่อยู่ตอนกลางของหุบเขาในเขตอำเภอจุน มีเทือกเขาเป็นเขตแดนล้อมรอบ พื้นที่ราบขนาดกว้างใหญ่นี้เรียกว่า “ ทุ่งลอ ” และเป็นที่ราบระหว่างหุบเขาที่มีลำน้ำอิงไหลผ่าน
![]() |
| ลำน้ำอิงที่ไหลผ่านเวียงลอ |
ลำน้ำอิงไหลผ่านเข้ามาในพื้นที่เวียงลอ โดยผ่านช่องแคบระหว่างดอยกิ่วแก้วกับดอยจิกจ้องเข้าสู่ตอนกลางของเวียงลอ แล้วไหลขึ้นไปทางทิศเหนือเข้าสู่อำเภอเทิง ลักษณะพื้นที่โดยรอบของเวียงลอเป็นที่ราบอยู่ระหว่างเชิงเขาด้านทิศตะวันออกของดอยจิกจ้องกับลำน้ำอิง ซึ่งในพื้นที่ราบหุบเขาที่เป็นที่ตั้งของเวียงลอนี้ นอกจากมีลำน้ำที่สำคัญ คือ ลำน้ำอิงไหลผ่านแล้ว ยังมีลำน้ำจุนที่ไหลจากเทือกเขาทิศใต้ขึ้นไปบรรจบกับลำน้ำอิงในบริเวณพื้นที่ใกล้กับเวียงลอ จึงเรียกว่า สบอิง และที่สำคัญ คือ พื้นที่บริเวณต้นน้ำของลำน้ำจุนยังมีเส้นทางที่สามารถใช้ในการเดินทางได้ โดยลำน้ำจุนเป็นเส้นทางที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกับเส้นทางลำน้ำอิง โดยเป็นจุดที่ใช้เดินทางขึ้นไปทางเหนือตามลำน้ำอิงสู่เมืองเทิง เมืองเชียงของออกสู่แม่น้ำโขง หรือลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามลำน้ำอิงสู่เมืองพะเยา หรือแยกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามลำน้ำจุนแล้วเดินข้ามหุบเขาไปยังเมืองปงสู่แม่น้ำยม จะเห็นได้ว่าตำแหน่งที่ตั้งของเวียงลอนั้นอยู่ตรงจุดที่เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่สามารถใช้เดินทางไปยังบ้านเมืองต่างๆได้ ดังนั้นที่ตั้งของเวียงลอจึงมีความสัมพันธ์กับสายน้ำที่ไหลผ่าน เนื่องจากว่าการมีลำน้ำไหลผ่านนอกจากจะทำให้พื้นที่ราบแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์แล้วนั้น ยังสามารถใช้ประโยชน์ในการเป็นเส้นทางคมนาคมได้อีกด้วย การที่เวียงลอเป็นชุมทางคมนาคมที่สำคัญนี้ คงเป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการก่อตั้งหลักแหล่งบ้านเมือง และพัฒนากลายเป็นชุมชนเมืองขึ้น
ที่ตั้งของเวียงลอมีความสัมพันธ์กับสายน้ำที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งการอุปโภคบริโภค ในการเกษตร การทำมาหากิน เพราะบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำหรือที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่านจะเป็นบริเวณที่มีพื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญ เนื่องจากมีน้ำที่นำมาใช้ในการเพาะปลูก ทำการเกษตรอย่างเพียงพอ พื้นที่ราบหุบเขาลุ่มน้ำอิงจึงเป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งเป็นชุมชนอยู่อาศัย เห็นได้จากเมืองโบราณต่างๆ ของชาวล้านนานั้นมักจะเป็นการตั้งหลักแหล่งชุมชนอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำหรือที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา อันมีแม่น้ำไหลผ่านเสมอมา นับแต่การเริ่มตั้งชุมชน การเลือกชัยภูมิในการตั้งหลักแหล่งยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของการตั้งบ้านเมืองที่มีการรวมกลุ่มอยู่กันเป็นชุมชน หมู่บ้าน และรู้จักการทำการเกษตร เพื่อที่จะนำเอาผลผลิตมาเลี้ยงชุมชน
ชุมชนเวียงลอจึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการเลือกพื้นที่ตั้งของชุมชนโบราณเวียงลอ เป็นการตั้งชุมชนที่สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่โดยส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้จะมีพื้นที่เต็มไปด้วยเทือกเขาจำนวนมาก เช่นในเขตพื้นที่ราบเชียงราย พะเยา เพราะฉะนั้นการที่ชุมชนโบราณเวียงลอได้เลือกที่ตั้งชุมชนอยู่ในเขตที่ราบระหว่างหุบเขานั้น จึงเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อการตั้งหลักแหล่งขึ้นเป็นชุมชน เนื่องจากว่าพื้นที่ราบนี้มีความสัมพันธ์กับทางน้ำโดยตรง มีส่วนสำคัญอย่างมากที่นำเอาความอุดมสมบูรณ์ของตะกอนจากภูเขามาทับถมแล้วเกิดเป็นที่ราบขนาดกว้างใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกและที่สำคัญ คือ การที่ชุมชนโบราณตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำนั้นก็เอื้อต่อการนำน้ำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านของการอุปโภคและบริโภค
ดังนั้นจึงทำให้บริเวณที่ราบระหว่างหุบเขา ซึ่งมีลำน้ำอิงไหลผ่านแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณเวียงลอที่มีลักษณะของสังคมเกษตร เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และจากพื้นที่แห่งนี้มีลำน้ำไหลผ่าน จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยในการหล่อเลี้ยงผู้คนและพื้นที่ในการเพาะปลูกภายในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าสภาพภูมิศาสตร์นั้นมีความสำคัญมาก เอื้ออำนวยแก่การตั้งถิ่นฐาน จนทำให้เกิดพัฒนาการเป็นบ้านเมืองและชุมชนต่อไป