หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เสวนา "เมืองเปลี่ยน เปลี่ยนเมือง" บนรากฐานประวัติศาสตร์เมือง
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 5 ม.ค. 2559, 00:00 น.
เข้าชมแล้ว 2526 ครั้ง

                

อาจารย์ศรีศักร  วัลลิโภดม ปาฐกถาเรื่องความสำคัญของเมืองประวัติศาสตร์

                มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ วารสารเมืองโบราณ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “เมืองเปลี่ยน เปลี่ยนเมือง บนรากฐานประวัติศาสตร์เมือง”  ขึ้นในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของ “เมือง” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน โดยในงานแบ่งออกเป็น๒ ช่วงคือ ช่วงของการปาฐกถาจากนักวิชาการและผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์ในพื้นที่ต่างๆ

                ปาฐกถาในเรื่องแรกคือ  ความสำคัญของเมืองประวัติศาสตร์ โดยอาจารย์ศรีศักร  วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ได้กล่าวถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือในการบอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของชุมชนและผู้คนในพื้นที่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจแผนที่ แผนผังโบราณเพื่อเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง และการศึกษาเรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่กล่าวถึงแต่สถานที่ไม่ได้กล่าวถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น มองไม่เห็นคนที่อยู่ในพื้นที่ มูลนิธิฯ จึงพยายามเน้นให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มาจาก “คนใน” ด้วยการศึกษาเรื่องราวของท้องถิ่นต่างๆ โดยให้คนในเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ของตนเองเพื่อเข้าใจชุมชนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

                ในหัวข้อถัดมาคือ สำนึกเรื่องเมืองประวัติศาสตร์ของคนนครปฐม โดยคุณไพบูลย์ พวงสำลี ประธานกลุ่มศรีทวารวดีได้มาบอกเล่าถึงบทบาทการทำงานของกลุ่มเพื่อดำรงและรักษาไว้ซึ่งโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมของคนนครปฐม เช่น การฟื้นฟูสะพานเจริญศรัทธาสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ เพื่อเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟนครปฐมกับองค์พระปฐมเจดีย์ การคัดค้านการสร้างห้างสรรพสินค้าบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ใกล้กับโบราณสถานวัดพระเมรุ และการร่วมกันต่อสู้เพื่อทวงคืนพื้นที่ประวัติศาสตร์พระราชวังปฐมนคร และการเคลื่อนไหวเพื่อยับยั้งการย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ การทำงานทั้งหมดนั้นแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานของเมืองนครปฐมไว้เป็นอนุสรณ์ถึงความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ร่วมกันอันเป็นจุดประสงค์หลักในการทำงานของกลุ่มศรีทวารวดี

                ประเด็นถัดมาคือ เรื่อง อยุธยา...เมืองมรดกโลกหรือมรดกคนอยุธยา โดยคุณพัฑร์ แตงพันธ์ นักวิชาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา ในอยุธยาได้มีการประกาศเขตโบราณสถานทั้งเกาะเมืองเพิ่มเติมจากเดิมกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ และรัฐบาลก็ได้กำหนดให้อยุธยาเป็นเมืองอุตสาหกรรมไปด้วย จึงเกิดความขัดแย้งระหว่างนโยบายทั้งสองเรื่อง ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ห่างจากเกาะเมืองอยุธยาไม่มากนักส่งผลให้ผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาหาที่พักในบริเวณเกาะเมืองอยุธยาเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ก็ยังคงมีประเด็นคำถามต่อคนอยุธยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อเรื่องการเป็นมรดกโลกในอนาคตว่าจะหาวิธีการอย่างไรเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของอยุธยาต่อไปอย่างไรไม่ให้การเปลี่ยนแปลงของเมืองมากระทบไปมากกว่านี้

 

วิทยากรในงานวันเล็ก-ประไพ รำลึก  ครั้งที่ ๑๓ 

                ช่วงท้ายของงานคือ วงเสวนาเรื่อง “เสียงสะท้อนจากคลองคูเมือง” นั้น เป็นการพูดคุยกันในเรื่องของพื้นที่ริมคลองประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานครว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างไร โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ ผศ.ดร. ยงธนิศร์  พิมลเสถียร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณธวัชชัย  วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ คุณสมมาท เขียวนาคา ชาวชุมชนริมคลองคูเมืองธนบุรี ฝั่งตะวันตก และคุณชัยยศ เจริญสันติพงศ์  นักวิชาการศึกษา (โบราณคดี) ประจำพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน มาร่วมพูดคุย สาระสำคัญของการเสวนานี้เพื่อร่วมบอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคลองคูเมืองต่างๆ ในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมา เช่นในพื้นที่คลองโอ่งอ่างทั้งในช่วงวิกฤตและในช่วงเวลาที่ชาวคลองโอ่งอ่างมาร่วมมือกันแก้ปัญหาน้ำคลองเน่าเสีย และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้คลองในเขตคลองฝั่งธนบุรีจากพื้นที่สวนไปเป็นพื้นที่อยู่อาศัย และการพยายามแก้ไขปัญหาความเน่าเสียของน้ำในคลองต่างๆ การจัดภูมิทัศน์ของเมืองให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยของหน่วยงานรัฐ ซึ่งในบางครั้งก็สวนทางกับสิ่งที่ชุมชนเป็นอยู่และต้องการยังขาดมิติของการทำความเข้าใจระหว่างคนในชุมชนและภาครัฐที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่

                การพูดคุยในวงเสวนานี้เปรียบเสมือนการสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของคลองคูเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ซึ่งประเด็นและปัญหาเหล่านี้หากทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการติดตามและร่วมกันแสดงความคิดเห็น ก็จะทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการพัฒนาบ้านเมืองต่อไป

 

วันเล็ก-ประไพ  รำลึก ครั้งที่ ๑๓ : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๐๘ (ต.ค.-ธ.ค.๒๕๕๘)

อัพเดทล่าสุด 5 ม.ค. 2559, 00:00 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.