หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
สโมสรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ย่างก้าวต่อไปของพิพิธภัณฑ์จันเสน
บทความโดย มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 1 มิ.ย. 2542, 16:17 น.
เข้าชมแล้ว 3189 ครั้ง

สโมสรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ย่างก้าวต่อไปของพิพิธภัณฑ์จันเสน

 

จากไม่มีอะไรเลย พัฒนาขึ้นเป็นกลุ่มทอผ้า เชื่อว่าในอนาคตต้องพัฒนาขึ้นต่อไป

 

 

อดีต

เมื่อก่อนนี้ชื่อของ " จันเสน " เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปว่าเป็นท้องถิ่นเล็กๆ ของอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีความเจริญในฐานะที่เป็นชุมชนการค้าริมทางรถไฟ บนเส้นทางทางรถไฟซึ่งมุ่งตรงไปยังตัวจังหวัด ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตข้าวเจ้าพันธุ์ดี " พันธุ์ข้าวตาแห้ง " นอกจากนี้แล้ว หลวงพ่อโอดแห่งวัดจันเสนยังมีชื่อเสียงด้านวัตถุมงคลและความเมตตากรุณา เป็นที่เคารพรักและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนอย่างเหนียวแน่น ทว่าต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้มีการขุดคลองชลประทานอนุศาสนันท์พร้อมถนนเลียงคลองเชื่อมต่อระหว่างช่องแค-ตาคลี บ้านหมี่-ลพบุรีได้ทำให้เส้นทางคมนาคมหลักเปลี่ยนจากทางรถไฟเป็นถนนลาดยาง ส่งผลให้ชุมชนริมทางรถไฟที่เคยคึกคักค่อยๆ โรยร้าง โรงสีและร้านค้าต่างๆ ทยอยกันปิดกิจการลง จนในที่สุดชุมชนจันเสนได้ตายลงอย่างเงียบๆ

 

อย่างไรก็ตาม การศึกษาค้นคว้าภาพถ่ายทางอากาศบริเวณตำบลจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ โดยอาจารย์นิจ หิญธีระนันท์ ได้ทำให้จันเสนได้รับความสนใจอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นการเปิดทัศนะในการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีของท้องถิ่นแห่งนี้ขึ้นมาว่า เป็นเมืองในสมัยทวารวดีที่พัฒนาขึ้นมาจากชุมชนสมัยโลหะตอนปลาย มีการติดต่อกับต่างถิ่นใกล้ไกลและต่างถิ่นโพ้นทะเล เช่น เมืองอู่ทอง , ฟูนัน , อินเดีย เป็นต้น

 

หลักฐานจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่จันเสน ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๒ พบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก เช่น ภาชนะดินเผา ลูกปัด เครื่องมือเหล็ก ตราประทับ รูปเคารพเนื่องในศาสนา ฯลฯ ได้ทำให้ชุมชนแห่งนี้น่าสนใจขึ้นมาในระยะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็เข้าสู่สภาวะเงียบงันเช่นเดิม

 

แต่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นที่นี่ กลับเป็นแรงบันดาลใจให้หลวงพ่อโอดเจ้าอาวาสวัดจันเสนในขณะนั้นตระหนักถึงความสำคัญของท้องถิ่น คิดฟื้นฟูจันเสนให้มีความรุ่งเรืองทั้งทางด้านศาสนา วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในการนี้หลวงพ่อโอดดำริให้สร้างอาคารมณฑปเพื่อประดิษฐานปูชนียวัตถุ และใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความเป็นมาของชุมชนไปในตัว ทว่าน่าเสียดายหลวงพ่อไม่ทันเห็นอาคารมณฑปที่เสร็จสมบูรณ์เนื่องจากมรณภาพลงในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ หลวงพ่อเจริญเจ้าอาวาสรูปต่อมาได้สืบทอดเจตนารมณ์หลวงพ่อโอด ด้วยการขอความร่วมมือจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ จนทำให้อาคารพิพิธภัณฑ์จันเสนและข้อมูลการจัดแสดงภายในเสร็จสมบูรณ์ในราวปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๘

 

 

เยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่กำลังเข้ารับการอบรมเพื่อเป็นยุวมัคคุเทศก์

 


ปัจจุบัน

เมื่ออาคารมณฑปและข้อมูลการจัดแสดงเสร็จสมบูรณ์ ทางวัดจันเสนได้ริเริ่มโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่ออาสาสมัครเป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ (ส่วนใหญ่เป็นครูในท้องถิ่น) การอบรมให้นักเรียนในพื้นทีตำบลจันเสนเป็นยุวมัคคุเทศก์ประจำพิพิธภัณฑ์ ส่งเสริมการทอผ้า การผลิตของที่ระลึกและงานหัตถกรรมโดยการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้าน จัดทัศนศึกษาเพื่อดูงานเกี่ยวกับการจัดการพิพิธภัณฑ์ในภูมิภาคต่างๆ งานลอยกระทงประจำปี งานรำลึกอดีต "รถไฟไทยเส้นทางประสานอดีตปัจจุบัน " ตลอดจนการตั้งกลุ่ม " เรารักษ์จันเสน " เพื่อให้ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ฯลฯ

 

โครงการและกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าวซึ่งทางวัดหรือพิพิธภัณฑ์ได้จัดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น พบว่าเป็นไปด้วยดีเพราะคนในท้องถิ่นเห็นความสำคัญของการรวมตัวและให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างดียิ่ง บุคคลภายนอกจากภูมิภาคต่างๆ (รวมทั้ง ชาวต่างชาติ)มักจะแวะเวียนกันเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมของชุมชนอย่างไม่ขาดสาย สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าจากชุมชนเล็กๆ ที่ตายแล้วกลับพลิกฟื้นขึ้นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมประเพณี การรวมตัวกันของคนในชุมชน การกระจายรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง อย่างไรก็ตามกระบวนการทำงานของพิพิธภัณฑ์จันเสนใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไปเนื่องจากพบว่ามีปัญหาบางประการ

 

ปัญหา

เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๒ พิพิธภัณฑ์จันเสน ได้ร่วมกับมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ จัดกิจกรรมฝึกอบรมอาจารย์และนักเรียนในพื้นที่เพื่อเป็นมัคคุเทศก์ในการนำชมพิพิธภัณฑ์ ในส่วนของคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการทำงาน และนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญๆ ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างให้แก่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นแห่งอื่นๆ ได้ตระหนักและนำไปรับใช้ในการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ ดังต่อไปนี้

 

     •  การประชาสัมพันธ์กิจกรรมของวัดและพิพิธภัณฑ์ แพร่กระจายออกไปตามสื่อต่างๆ น้อยเกินควร ไม่ว่าจะเป็นสื่อภายในท้องถิ่นหรือสื่อจากภายนอก

 

     • อาสาสมัครใหม่ซึ่งเข้ามาฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ ยังไม่ค่อยมั่นใจในการนำชมเท่าใดนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นความรู้ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี บางท่านก็ไม่ได้เรียนทางด้านนี้มา

 

     •  มีความล่าช้าในการดำเนินงาน เนื่องจากในครั้งก่อนๆ นั้น เมื่อพิพิธภัณฑ์จะจัดกิจกรรมใดก็ตาม ต้องให้กรรมการทุกคนเข้าร่วมประชุม และตัดสินใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอุปสรรคสำคัญ คือ กว่าที่ประชุมจะสรุปจุดยืนหรือประเด็นของกิจกรรมนั้น เสียเวลานานมาก

 

     •  ปัญหาเรื่องการประสานงาน ส่วนหนึ่งมาจากการที่คณะกรรมการส่วนใหญ่ซึ่งเป็นอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ กัน มีเวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความไม่ชัดเจนของขั้นตอนการปฏิบัติงานและกิจกรรมว่าหน้าที่ของตนนั้นจะต้องทำอย่างไรรับผิดชอบในจุดไหนบ้าง นอกจากนี้คณะกรรมการในส่วนของการนำชมพิพิธภัณฑ์ติดภารกิจในการสอนนักเรียน นักศึกษา บางครั้งไม่สามารถปลีกเวลามาได้ ฯลฯ

 

อย่างไรก็ดี ทางคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์เชื่อว่าปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นสามารถแก้ไขได้ ตัวอย่างเช่น เรื่องการประชาสัมพันธ์ไปตามสื่อต่างๆ ก็ควรเลือกสื่อที่มีคุณภาพในการแพร่ข่าวสารออกไปในวงกว้าง เรื่องความล่าช้าในการดำเนินงานของแต่ละส่วนงานเพื่อประชุมรับรู้นโยบาย ซึ่งสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับงานในขอบเขตของตนได้ จากนั้นหัวหน้างานก็มอบหมายงานให้กลุ่มของตนไปปฏิบัติอีกทีหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มความฉับไวในการทำงาน รวมทั้งลดขั้นตอนหรือรูปแบบที่ไม่จำเป็นบางอย่างออกไป สำหรับปัญหาในการประสานงานอาจจะใช้วิธีประชุมย่อยตามโอกาสที่เหมาะสม เพื่อแจกแจงรายละเอียดและข้อสงสัยในการทำงาน ฯลฯ

 

สำหรับมุมมองของมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ ที่มีต่อการทำงานของพิพิธภัณฑ์จันเสนนั้น พบว่า ในบางจุดสามารถเติมช่องว่างให้เต็มขึ้นมาได้ เช่น ควรจะมีการจัดพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับข้อมูลในท้องถิ่นเป็นเอกสารเผยแพร่หรือจำหน่าย อาทิรายละเอียดประวัติของหลวงพ่อโอด การทำขนมจีน การตีเหล็กของชาวจันเสน นิทานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญๆ ของท้องถิ่น หรือเรื่องราวการพบแหล่งโบราณคดีที่เป็นหลุมฝังศพบริเวณวัดกกกว้าวซึ่งอยู่เหนือจันเสนราว ๒ กิโลเมตร เมื่อไม่นานมานี้ ฯลฯ รวมถึงการออกจดหมายข่าวเสนอข้อมูลต่างๆ ของท้องถิ่นจันเสน

 

นอกจากนี้ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ควรจะมีการหมุนเวียนโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกให้หลายกหลายโดยผสมผสานเรื่องการตลาด ประโยชน์ใช้สอยและความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น การจัดสร้างห้องสมุดประจำพิพิธภัณฑ์ ซึ่งต้องประสานงานกับสื่อหรือองค์กรต่างๆ เป็นต้น

 

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ควรวางแผนงาน ประจำปี (โดย อาจใช้เกณฑ์จากประเพณีสิบสองเดือน) ทั้งนี้เพื่อให้มีกิจกรรมตามแต่ละช่วงเวลา ดึงดูดให้กลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเยี่ยมชมและยังช่วยทำให้ทราบว่าในแต่ละเดือน ควรจะใช้งบประมาณในการทำกิจกรรมเท่าไร และควรจะมีการประสานงาน การเตรียมงานล่วงหน้าอย่างไร


อนาคต

หวังไว้ว่า พิพิธภัณฑ์จันเสนคงไม่หยุดความเคลื่อนไหวของกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นและ บุคคลภายนอก (อย่า กลายสภาพเป็นฟอสซิลเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ในส่วนราชการ) ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความพยายามอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจจริงในการทำงานเพราะผู้ที่ทำงานหนักย่อมได้รับผลตอบแทนที่มีคุณค่าเสมอ

 

 

จากคอลัมน์สโมสร พ.พ.จดหมายข่าว ฉ18 - พฤษภาคม ถึง มิถุนายน 2542 - ( 6.2 )
อัพเดทล่าสุด 27 ก.ค. 2559, 16:17 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.