การสัมมนาเรื่องการปกป้องพื้นที่ประวัติศาสตร์
ต่อการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน บนถนนโดยรอบกรุงรัตนโกสินทร์
วันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖
ณ ห้องประชุมชั้น ๕ ตึกพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ไฟล์นำเสนอโดย อ. ปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประชาชนในเขตพระนครและผู้รักถิ่นฐานย่านเก่าพากันมาร่วมเสวนาและอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นจนเต็มห้องประชุม
กระแสการจัดแข่งขันรถสูตร ๑ ( Formula 1)ที่จะมีขึ้นอีก ๒ ปีข้างหน้า กลายเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบของคนหลายฝ่ายว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบเส้นทางแข่งขัน ซึ่งมีสถานที่สำคัญ รวมถึงอาคารบ้านเรือนราษฎรหรือไม่? อย่างไร? เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจไม่น้อยให้กับชาวชุมชนที่อยู่บริเวณกรุงเทพฯ ชั้นใน จนนำมาซึ่งการหารือและจัดงานเสวนาครั้งนี้ อันประกอบด้วย ๒๐ ชุมชนของเขตพระนคร สื่อมวลชน นักศึกษา นักวิชาการ ตลอดจนประชาชนที่สนใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแข่งขันดังกล่าว
อรศรี ศิลปี ประธานประชาคมบางลำพู ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดงานเสวนาครั้งนี้ กล่าวท้าวความถึงเหตุผลของการจัดงานเสวนาครั้งนี้ เนื่องจากสื่อมวลชนสำนักหนึ่งเข้ามาขอความเห็นเกี่ยวกับการจัดแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ที่จะมีขึ้นในอีก ๒ ปีข้างหน้า ณ บริเวณถนนราชดำเนินและถนนพระสุเมรุ โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วย เพราะตามแนวถนนราชดำเนินนั้น เป็นเส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปในงานพระราชพิธีต่างๆ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำเส้นทางดังกล่าวมาใช้ในการแข่งรถ ดังนั้นจึงได้มีการประชุมเครือข่ายชุมชนเขตพระนคร เพื่อขอความเห็นในกรณีแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ซึ่งในที่ประชุมทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า หากจัดการแข่งขันตามเส้นทางถนนราชดำเนินและถนนพระสุเมรุคงไม่เหมาะสม ควรไปจัดแข่งขันในสนามเฉพาะ จะถูกต้องกว่า จากวันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการนัดหมายเพื่อร่วมเสวนาหาทางออกและข้อเสนอแนะจากคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ว่าต้องการให้มีการจัดการแข่งขันในอาณาบริเวณนี้หรือไม่ สมาชิกชุมชนทั้ง ๒๐ แห่งจึงได้เชิญนักวิชาการหลายท่านมาให้ความรู้และแง่คิดต่อกรณีจัดแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นใน
อาจารย์ปฐมฤกษ์ เกตุทัต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นว่า การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันเคยจัดมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๓ แต่ครั้งนั้นเป็นการวิ่งโชว์ และเชื่อว่าในอีก ๒ ปีข้างหน้า หากมีการจัดเกิดขึ้นก็เป็นการวิ่งโชว์ ไม่ได้เป็นการแข่งขันอย่างที่เป็นข่าว เพราะตามหลักการการแข่งขันฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลก ต้องมีการวางแผนจัดแข่งอย่างน้อย ๓ ปี นับถึงวันนี้โปรแกรมการแข่งขันต่างๆ เต็มแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นการเก็บคะแนนสะสม
อาจารย์ให้ข้อมูลว่า การแข่งขันรถกรังด์ปรีซ์ชิงแชมป์โลกในแต่ละปีนั้น มีด้วยกัน ๒๐ สนาม โดยในแถบอาเซียนจะมีการแข่งในประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย การเลือกสรรแต่ละสนามจะมองเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ สนามในหลายประเทศจึงสร้างขึ้นเฉพาะทำการแข่งขัน จะมีสนามที่อยู่ในเมืองก็แต่ที่ประเทศสิงคโปร์ และรัฐโมนาโกในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองแห่งนี้เป็นเมืองที่มีแต่ตึก ไม่มีพื้นที่ชุมชนอย่างในบ้านเรา
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าแม้แต่พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือพระองค์พีระ ยังเคยจัดการแข่งขันรถกรังด์ปรีซ์ ในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นในนั้น เป็นการแข่งขันเมื่อปี ๑๙๓๙ และมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสนับสนุนกองทัพ ต่างจากการจัดแข่งขันในยุคนี้ที่หวังผลทางธุรกิจเป็นหลัก
ส่วน อาจารย์ศรีศักรวัลลิโภดม นักมานุษยวิทยา ผู้มีประสบการณ์ในการศึกษาวิจัยพื้นที่ชุมชนมาอย่างยาวนาน ได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับความเหมาะสมในการจัดแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นใน ว่า ทุกวันนี้เรานำเอาพื้นที่กรุงเทพมหานครไปเป็นพื้นที่เสี่ยงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีการแข่งรถที่ต้องใช้ความเร็ว นับเป็นอันตรายอย่างมากต่อสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่า อย่างแรกคือเส้นทางที่ใช้ในการแข่งขันได้ผ่านสถานที่สำคัญ ทั้งวัด วัง และชุมชน เพียงแค่มีรถคันใดคันหนึ่งเสียหลักออกนอกเส้นทางอะไรจะเกิดขึ้น ส่วนตัวเห็นว่าการจัดแข่งขันในพื้นที่นี้ไม่เหมาะสม ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนกรุงเทพฯ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากว่า ๗๕ ปีแล้ว คิดว่าสิ่งใดก็ตามที่ไม่ถูกกาลเทศะนั้น ถือเป็นสิ่งอัปมงคลต่อบ้านเมือง จากกรณีนี้จะเห็นว่าการแข่งรถในตัวเมืองใหญ่นั้น ไม่มีใครคิดทำกัน ที่มีก็เป็นเมืองซึ่งประกอบด้วยตึก อาคารคอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรร ต่างกับในกรุงเทพมหานครที่ประกอบด้วยชุมชนและย่านต่างๆ โดยรอบ ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างยาวนาน
เส้นทางแข่งขันรถได้ผ่านเข้าไปในชุมชนต่างๆ ซึ่งผลกระทบหลักคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่สองข้างทาง เป็นสิ่งที่ควรคำนึงอย่างที่สุด นอกจากนี้ในความเป็นเมืองประวัติศาสตร์แล้ว กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงมากว่า ๒๓๑ ปี นับแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาเมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นมา ได้สร้างให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ประกอบด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่าง
เขตกรุงเทพฯ ชั้นใน มีพระบรมมหาราชวังเป็นศูนย์กลางทางศาสนา มีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ภายใน ถัดไปเป็นพระบวรราชวัง ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกวันนี้ ใกล้เคียงกันยังมีวัดพระเชตุพนฯ และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง โดยทั้งหมดล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม แต่ที่ผ่านมาเราได้ปล่อยปละให้ไร้ซึ่งระเบียบแบบแผน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือการเอารถทัวร์ไปจอดระเกะระกะตามสองข้างทางสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครเองควรมีการจัดระบบระเบียบ ไม่ใช่จะจอดรถขนนักท่องเที่ยวได้ตามอำเภอใจ จะเห็นว่าเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ทางฝ่ายปกครองก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ดังนั้นย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ จึงต้องลุกขึ้นมารวมพลังกันเรียกร้องให้มีการจัดการพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นระเบียบ
สังเกตได้ว่าการบริหารจัดการปกครองทุกวันนี้ ชุมชนต่างๆ ถูกลบออกไปจากสารบบทางสังคม แล้วนำเอาการแบ่งเขตตามพื้นที่ปกครองเข้ามาแทนที่ ซึ่งเขตเหล่านี้เป็นเพียงพื้นที่จัดการปกครองเท่านั้น แต่ชุมชนและย่านต่างๆ นั้นเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม เราต้องรวมตัวกันฟื้นย่านเหล่านี้ขึ้นมาให้มีพลังในการต่อรอง มิเช่นนั้นเราจะถูกลบออกไปจนเหลือเพียงชื่อสถานที่เท่านั้น
ไม่เพียงแค่การแข่งขันรถที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากเราไม่เข้มแข็งพอก็จะถูกไล่รื้อออกไปจากเมืองหลวงแห่งนี้ด้วย จึงต้องทำให้เมืองนี้เป็นมรดกของคนกรุงเทพฯ ที่ทุกย่านต้องมีชุมชนที่มีชีวิตดำรงคงอยู่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องมีอยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในเนื้อหาที่ว่าชุมชนมีสิทธิดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของตัวเอง เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ต้องหวังพึ่งรัฐบาลที่ไม่มีตัวตน
โดยสรุปอาจารย์เห็นว่าการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ในกรุงเทพฯ ชั้นใน เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในทุกแง่มุม เพราะกรุงเทพฯ มิใช่เมืองร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ หากเราถามไปยังเจ้าของพื้นที่ซึ่งเป็นประชาชนแล้ว ก็คงได้คำตอบว่าไม่เห็นด้วยต่อการแข่งขันรถในครั้งนี้ ทางรัฐบาลนั้นควรคำนึงถึงในสิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิใช่จะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่ออาคารโบราณสถานพียงอย่างเดียว แต่ได้สะเทือนไปถึงจิตใจของคนกรุงเทพฯ ด้วย
วันนี้จึงนับเป็นโอกาสดีที่สามารถรวมตัวกันได้ในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ ต้องร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งคือต้องเคลื่อนด้วยพลังประชาชน โดยการทำประชาพิจารณ์ด้วยพวกเราเอง เพื่อลงรายชื่อและเหตุผลที่เราคัดค้าน แล้วทำป้ายผ้าต่อต้านการทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมติดตามสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องอบรมคนรุ่นใหม่ให้มองเห็นความสำคัญของเรื่องเหล่านี้ ให้เขาเกิดสำนึกรักถิ่น รับรู้ถึงรากเหง้าของความเป็นบ้านเมืองที่มีผู้คนสืบทอดกันมา ถ้าหากรวมตัวและสร้างพลังในเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง การลุกไล่ที่หรือทำในสิ่งที่ไม่เหมาะควรก็จะหมดไป
ในช่วงท้ายของงานเสวนา เป็นการร่วมลงชื่อของบุคคลจากที่ต่างๆ เพื่อเสนอเป็นประชามติร่วมคัดค้านการจัดแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน นอกจากนี้ คุณสิทธิชัย ผลหิตตานนท์ ประธานประชาคมฟื้นฟูวัฒนธรรมย่านบางลำพู อาสารับหน้าที่จัดทำป้ายคัดค้านการแข่งขัน และนัดหมายให้ทุกคนมารับป้าย พร้อมทั้งแสดงพลังร่วมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน เวลา ๑๖.๐๐ น.

ภาพซ้าย อ. ศรีศักร วัลลิโภดม นักมานุษยวิทยาอาวุโส ที่ทำงานกับประชาชนในย่านเก่าของกรุงเทพมหานครมาอย่ายาวนาน ชี้ให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ของคนในอดีตที่รู้ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ควรทำสิ่งที่เป็นอัปมงคลในพื้นที่ดังกล่าว , ภาพขวา ป้าอรศรี ศิลปี แห่งประชาคมบางลำพู ผู้ชักชวนตัวแทนชุมชนในเขตพระนครลุกขึ้นมาสู้กับความไม่ถูกต้องกรณี F 1

อ. ปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมต่อสู้และให้คำปรึกษากับชุมชนในเขตเมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร
ให้ข้อมูลรายละเอียดเรื่องการแข่งรถ F 1 และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก
หมายเหตุ : จากประชามติคัดค้านการจัดแข่งฟอร์มูล่าวันของชุมชนในเขตพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครกับประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลให้นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องพับโครงการที่จะใช้พื้นที่เขตชั้นในเป็นที่จัดแข่งรถ ด้วยปรากฏว่ามีประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุห้ามมีกิจกรรมสนามแข่งรถในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้แผนการใช้เส้นทางดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย