หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
"ภาษีเจริญ" บนเส้นทางการเปลี่ยนแปลง
บทความโดย อภิญญา นนท์นาท
เรียบเรียงเมื่อ 27 เม.ย. 2559, 11:19 น.
เข้าชมแล้ว 18196 ครั้ง

 

 ภาพคลองภาษีเจริญตอนในทางฝั่งธนฯ สมัย ร.๕ ยังเห็นบ้านเรือนหลังคาจากหนาแน่น 

 

เปรียบเทียบภาพปัจจุบันที่เดียวกัน สองฝั่งเป็นบ้านตึกไปหมดแล้ว

 

‘ภาษีเจริญ’ เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งธนบุรี  นับตั้งแต่เมื่อแรกมีคลองขุดภาษีเจริญในสมัยรัชกาลที่๔จนกระทั่งเป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพฯอย่างปัจจุบันภาษีเจริญเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ต่างไปจากพื้นที่อื่นๆในฝั่งธนบุรีโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสังคมและวิถีชีวิตของผู้คนจากสังคมชาวสวนที่พึ่งพาอาศัยกันมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมาสู่สังคมเมืองที่เต็มไปด้วยถนนหนทางตึกรามบ้านช่องแน่นขนัดเพื่อรองรับผู้คนจากต่างถิ่นที่หลั่งไหลเข้ามาและมีแนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงจะยิ่งรุดหน้ารวดเร็วมากขึ้นในอนาคต

 

จากคลองขุดถึงเขตปกครอง

พื้นที่ ‘ภาษีเจริญ’ ในฐานะเขตการปกครองของกรุงเทพมหานครมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงคือทิศเหนือติดต่อกับเขตตลิ่งชันทิศตะวันออกติดต่อกับเขตบางกอกใหญ่และเขตธนบุรีทิศใต้ติดต่อกับเขตจอมทองและเขตบางบอนทิศตะวันตกติดต่อกับเขตบางแคแบ่งพื้นที่การปกครองเป็น๗แขวงคือบางหว้าบางด้วนบางจากบางแวกคลองขวางปากคลองภาษีเจริญและคูหาสวรรค์การอธิบายภาพความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ภาษีเจริญนั้นมิอาจจำกัดเพียงขอบเขตพื้นที่ที่แบ่งตามเขตการปกครองได้แต่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ทางวัฒนธรรมรวมถึงความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบที่สัมพันธ์ต่อการก่อร่างสร้างชุมชน

 

จุดเริ่มต้นของพัฒนาการย่านภาษีเจริญเริ่มตั้งแต่การขุดคลองภาษีเจริญในสมัยรัชกาลที่๔  ผู้ริเริ่มขุดคลองดังกล่าวคือพระภาษีสมบัติบริบูรณ์(เจ๊สัวยิ้ม)โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดเส้นทางใหม่ที่สะดวกต่อการขนส่งอ้อยและน้ำตาลจากแหล่งผลิตใหญ่ที่นครชัยศรีมายังกรุงเทพฯรัชกาลที่๔จึงโปรดเกล้าฯให้พระภาษีสมบัติบริบูรณ์เป็นแม่กองงานดำเนินการขุดคลองเมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๐โดยเริ่มต้นจากวัดปากน้ำริมคลองบางกอกใหญ่ขุดออกไปทางทิศตะวันตกจรดแม่น้ำท่าจีนที่ตำบลดอนไก่ดีแขวงเมืองสมุทรสาครซึ่งมีโรงหีบอ้อยของเจ๊สัวยิ้มตั้งอยู่

 

ภาพวาดตลาดน้ำบางแค หน้าวัดนิมมานรดี ประมาณปี ๒๔๘๐ กว่าๆ ฝีมือโยโกต้า-ศิลปินชาวญี่ปุ่น

 

เรือนคหบดีและขุนนางที่ยังหลงเหลือให้เห็นริมฝั่งคลองภาษีเจริญในปัจจุบัน

 

คลองภาษีเจริญจึงกลายเป็นเส้นทางสำคัญในการติดต่อค้าขายระหว่างชุมชนในแถบแม่น้ำท่าจีนกับกรุงเทพฯทั้งยังมีจุดเชื่อมต่อกับคลองที่มีชื่อคล้องจองกันคือคลองดำเนินสะดวกซึ่งเป็นคลองที่ขุดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกับคลองภาษีเจริญคลองดำเนินสะดวกเชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีนที่ตำบลบางยางกับแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลบางนกแขวกทำให้ชาวบ้านสามารถแจวเรือจากกรุงเทพฯตรงไปยังสมุทรสงครามราชบุรีและกาญจนบุรีได้โดยสะดวก

 

ผู้คนจึงพากันย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานสองฝั่งคลองภาษีเจริญเมื่อเกิดการขยายตัวของชุมชนริมฝั่งคลองมากขึ้น  ทางราชการจึงจัดตั้ง‘อำเภอภาษีเจริญ’ ขึ้นในปีพ.ศ.๒๔๔๒มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดธนบุรีต่อมาทางราชการได้รวมจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกันเป็นจังหวัดนครหลวงกรุงเทพธนบุรีและเปลี่ยนเป็นกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ.๒๕๑๕ พร้อมกับได้ยุบการปกครองท้องถิ่นแบบสุขาภิบาลและเทศบาลรวมทั้งเปลี่ยนการเรียกชื่อตำบลและอำเภอใหม่อำเภอภาษีเจริญจึงได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเขตภาษีเจริญสืบมาถึงปัจจุบัน

 

ทำนาทำสวนผักและทำสวนส้ม

ระยะแรกผู้คนที่บุกเบิกพื้นที่ริมฝั่งคลองเป็นที่อยู่อาศัยโดยมากจะทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักและมีการขุดคลองหลายสายเชื่อมต่อกับคลองภาษีเจริญไปยังพื้นที่เกษตรกรรมหรือเป็นเส้นทางลัดไปยังพื้นที่ใกล้เคียงเช่นคลองราชมนตรีคลองบางหว้าเป็นต้นสมัยนั้นพื้นที่แถบภาษีเจริญและละแวกใกล้เคียงหนาแน่นไปด้วยพื้นที่สวนและท้องนาตลอดริมฝั่งคลองดารดาษไปด้วยสวนผักสวนผลไม้ประเภทต่างๆเช่นส้มเขียวหวานส้มโอหมากมะพร้าวฯลฯส่วนท้องนามีอยู่ทั่วไปตั้งแต่บางแคบางแวกบางไผ่หนองแขมบางบอนฯลฯ

 

ตรงแถบคลองนี่เป็นสวนทั้งหมดปลูกส้มบางมดตั้งแต่นี่ไปถึงบางขุนเทียนบางมดส่วนสวนหมากสวนพลูสวนมะพร้าวแถบวัดอ่างแก้ววัดรางบัวตรงไปทางบางบอนก็สวนส้มแต่ทางบางแวกบางขี้แก้งบางไผ่เป็นท้องนาหมดบริเวณนี้จึงเป็นจุดนัดพบเอาของมาขายอาจารย์สุโชติดาวสุโขวัย72 ปีซึ่งตั้งบ้านอยู่ริมคลองภาษีเจริญตั้งแต่รุ่นก๋งให้ภาพของสภาพพื้นที่ในอดีตกระจ่างมากขึ้น

 

ต่อมาเกิดตลาดท้องน้ำขนาดใหญ่ขึ้นคือตลาดน้ำบางแคหรือตลาดน้ำหน้าวัดนิมมานรดีเป็นจุดนัดพบของพ่อค้าแม่ค้าชาวสวนเพื่อมาแลกเปลี่ยนพืชผลต่างๆ  ตลาดน้ำบางแคตั้งอยู่ในคลองราชมนตรีตรงจุดเชื่อมต่อกับคลองภาษีเจริญกินอาณาเขตตั้งแต่หน้าวัดนิมมานรดีเรื่อยไปจนถึงท่าเกษตรในปัจจุบันทุกวันจะคับคั่งไปด้วยเรือสินค้าจำพวกพืชผลต่างๆทั้งเรือพายขายผักและผลไม้ของชาวสวนในละแวกบางแคบางขี้แก้งบางแวกบางไผ่ฯลฯตลอดจนเรือจากต่างถิ่นก็มีมาเช่นเรือเอี้ยมจุ๊นบรรทุกใบตองกล้วยหัวปลีมะพร้าวพริกหัวหอมหัวกระเทียมแห้งฯลฯมาจากบางช้างพ่วงต่อกันมาจากคลองดำเนินสะดวกเข้ามาตามคลองภาษีเจริญเรือจากแม่กลองและท่าจีนมีพวกกะปิน้ำปลาปูเค็มปลาเค็มมาขายพ่อค้าแม่ค้าจากอยุธยานครสวรรค์สุพรรณบุรีล่องเรือลงมาหาซื้อพวกมะพร้าวหมากไปขายต่อยังพื้นที่ตน

 

นอกจากตลาดในท้องน้ำแล้วริมคลองภาษีเจริญยังเป็นที่ตั้งของกิจการร้านค้าต่างๆอย่างบริเวณตลาดน้ำบางแคทั้งริมฝั่งคลองภาษีเจริญและคลองราชมนตรีมีเรือนแถวขายของสารพัดอย่างตั้งอยู่หลายร้านส่วนใหญ่มีเจ้าของเป็นเถ้าแก่ชาวจีนส่วนกิจการอื่นๆก็มีเช่นกิจการโรงสีข้าวโรงไม้โรงเชือดหมูเป็นต้นต่างก็อาศัยคลองภาษีเจริญเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญสถานที่ราชการในระยะแรกๆตั้งอยู่ริมฝั่งคลองเช่นกันดังเช่นที่ทำการอำเภอภาษีเจริญเดิมตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๒ตัวอาคารตั้งอยู่ริมคลองตรงวัดรางบัวแขวงบางหว้าหรือสถานีตำรวจภาษีเจริญที่ตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๔เดิมชื่อสถานีตำรวจอ่างแก้วเพราะตั้งอยู่ริมคลองใกล้กับวัดอ่างแก้วแขวงบางหว้าเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีวัดที่สร้างขึ้นริมคลองหลังการขุดคลองภาษีเจริญแล้วหลายวัดส่วนใหญ่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๔-๕ที่สำคัญเช่นวัดอ่างแก้ววัดรางบัววัดนิมมานรดีวัดม่วงวัดหนองแขมเป็นต้น

 

คลองภาษีเจริญเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อตัดถนนเพชรเกษมชีวิตที่เคยหันหน้าสู่ลำคลองจึงถูกแทนที่ด้วยความเจริญริมถนนถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข๔เริ่มต้นที่สะพานเนาวจำเนียร บางกอกใหญ่ ผ่านภาษีเจริญ บางแคหนองแขมแล้วผ่านลงไปยังจังหวัดภาคใต้  สร้างเสร็จเมื่อพ.ศ.๒๔๙๓ระยะแรกถนนเพชรเกษมเป็นเพียงถนนลูกรังคนจึงย้ายไปอยู่ริมถนนเพชรเกษมไม่มากนักกระทั่งต่อมาเมื่อถนนราดยางรถราวิ่งได้โดยสะดวกผู้คนจึงพากันไปจับจองพื้นที่ริมถนนเพชรเกษมมากขึ้นตลาดน้ำบางแคเริ่มซบเซาลงเกิดตลาดสดแห่งใหม่ริมถนนเพชรเกษมคือตลาดทวีทรัพย์จนขยายเป็นตลาดสดที่ใหญ่โตคึกคักมาจนทุกวันนี้

 

ก่อนเกิดตลาดทวีทรัพย์ข้างถนนเพชรเกษมมีบ่อหลาคนต่างเอาสินค้ามาขายที่บ่อหลามีเรือลอยขายคนเดินทางทางรถก็มาซื้อตลาดน้ำที่บางแคข้างทวีทรัพย์ก็เกิดขึ้นมาได้เพราะเพชรเกษมเจริญตลาดเรือจากบ่อหลาก็ขยายมาที่หน้าวัดนิมมานรดีมาเจริญมากๆเมื่อเกิดตลาดใหม่บางแคและตลาดทวีทรัพย์ซึ่งถมบ่อหลามาสร้างตลาดผู้ใหญ่เดือนซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านและมีบ้านตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญขยายความถึงพัฒนาการของตลาดในย่านนี้ให้ฟัง

 

ยุคถนนและโรงงาน

ในช่วงหลังพ.ศ.๒๕๐๐ย่านนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผู้คนเริ่มแออัดหนาแน่นมากขึ้นหลังแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๕(พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙) ควบคู่ไปกับแผนพัฒนากรุงเทพฯที่กระจายเขตอุตสาหกรรมออกไปยังชานเมืองทำให้พื้นที่รอบนอกอย่างภาษีเจริญบางแคหนองแขมราษฎร์บูรณะจอมทองบางขุนเทียนกลายเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมที่ดินมีราคาค่างวดสูงขึ้นชาวนาชาวสวนจึงพากันตัดที่ดินขายส่งผลให้พื้นที่สวนและท้องนาลดลงอย่างรวดเร็ว  คนจากต่างถิ่นก็เข้ามาแสวงหาหนทางทำกินจากโรงงานที่เปิดใหม่จำนวนมาก

 

ตึกแถวเบียดแน่นริมสองฝั่งถนนเพชรเกษม และโครงการรถไฟฟ้าที่เกาะกลางถนนกำลังจะมีขึ้นในอนาคต

 

พื้นที่ภาษีเจริญจึงเต็มไปด้วยตึกแถวเรียงรายเต็มสองฟากถนน  โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมากทั้งโรงงานย้อมผ้าทอผ้าเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปโรงเหล็กโรงกลึงโรงงานน้ำตาลฯลฯตามตรอกซอกซอยต่างๆแน่นขนัดไปด้วยตึกแถวห้องเช่าเพื่อรองรับผู้คนจากต่างถิ่นที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  พื้นที่สวนมีหลงเหลืออยู่ไม่มากนักเช่นสวนผักในแถบบางแวกบางขี้แก้งสวนผลไม้ในแถบบางหว้าเป็นต้น ส่วนคลองภาษีเจริญถูกลดความสำคัญลงกลายเป็นแหล่งรองรับน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านจัดสรรที่มีมากขึ้นริมฝั่งคลองประกอบกับปัญหาขยะมูลฝอยจำนวนมากที่ถูกทิ้งลงลำคลองส่งผลให้น้ำในคลองเริ่มเน่าเสียไม่เหลือภาพน้ำใสสะอาดอย่างที่คนรุ่นปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่ามีกุ้งหอยปูปลาเหลือเฟือและน้ำก็สะอาดจนดื่มกินได้

 

แม้การทำนาทำสวนย่านคลองภาษีเจริญจะสูญไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีลูกหลานชาวจีน

ยังคงทำงานหัตถกรรมสานบุ้งกี๋ส่งขายตามร้านค้าต่างจังหวัด

 

ค่อยๆเลิกทำสวนราวปี๒๕๐๖-๒๕๐๘มีการขายที่ทำโรงงานเพราะถนนผ่านสะดวกโรงงานแรกๆตั้งริมถนนเพชรเกษมเป็นพวกโรงงานทอผ้าอย่างโรงงานแสงหิรัญโรงงานแสงฟ้าแล้วมีโรงงานถ่านไฟฉาย๕แพะโรงงานรองเท้านันยางพวกนี้เป็นโรงงานดั้งเดิมเลยต่อมาก็มีโรงงานทำหม้ออลูมิเนียมโรงงานทำยากันยุงและโรงงานห้องแถวต่างๆพวกตัดผ้าเย็บผ้าทำให้คนอพยพเข้ามาทำโรงงานมากขึ้นเลิกสวนมาปลูกบ้านเช่าแล้วต่อมาขยายเป็นอาคารพาณิชย์คนเข้ามาอยู่หนาแน่นราวปี๒๕๑๖เป็นต้นไปคนงานมีทั้งคนอีสานและคนภาคกลางจากสุพรรณฯเมืองกาญจน์แล้วต่อมาโรงงานก็ขยายไปอ้อมน้อยอ้อมใหญ่ทำให้ตลาดบางแคคึกคักเพราะเสาร์อาทิตย์คนงานหยุดก็มาจับจ่ายดูหนังที่ตลาดบางแคจนเกิดศูนย์การค้าใหม่ๆขึ้นก็พากันไปแหล่งใหม่ป้าจำรัสซึ่งเกิดริมฝั่งคลองภาษีฯตั้งแต่หลังสงครามมหาเอเชียบูรพาบอกเล่าประสบการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตที่ได้ทำสวนส้มระยะหนึ่งก่อนจะเลิกไปมีชีวิตเป็นสาวโรงงานยุคแรก

 

การขยายถนนขนาดใหญ่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องเช่นถนนสายราชพฤกษ์เริ่มสร้างตั้งแต่พ.ศ.๒๕๓๓เป็นเส้นทางเชื่อมกรุงเทพฯกับนนทบุรีโดยเริ่มต้นจากถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินแขวงบุคคโลเขตธนบุรีผ่านพื้นที่ดาวคะนองจอมทองตัดกับถนนเพชรเกษมที่แขวงปากคลองภาษีเจริญ  เข้าสู่พื้นที่แขวงคูหาสวรรค์แขวงบางจากและบางแวกเขตภาษีเจริญต่อไปยังพื้นที่เขตตลิ่งชันก่อนเข้าเขตจังหวัดนนทบุรีถนนกัลปพฤกษ์เริ่มเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างเมื่อพ.ศ.๒๕๓๗เริ่มจากถนนราชพฤกษ์ที่ทางแยกต่างระดับสวนเลียบผ่านพื้นที่แขวงบางค้อเขตจอมทองแขวงบางหว้าเขตภาษีเจริญแขวงบางขุนเทียนเขตจอมทองและแขวงบางแคเขตบางแคก่อนตัดกับถนนบางแค จนบรรจบกับถนนกาญจนาภิเษกที่ทางแยกต่างระดับบางโคลัดระหว่างพื้นที่แขวงบางแคและแขวงหลักสองการสร้างถนนทั้งสองสายนี้ถึงแม้ว่าจะทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้นจริงแต่ในทางกลับกันก็ต้องแลกมาด้วยการเวนคืนที่ดินจำนวนมากในหลายพื้นที่เช่นจอมทองภาษีเจริญตลิ่งชันที่มีพื้นที่สวนเก่าแก่หลงเหลืออยู่และสวนที่แปรเปลี่ยนมาอยู่ริมถนนเริ่มกลายสภาพเป็นหมู่บ้านจัดสรรเรียงรายไปตลอดแนวถนนราชพฤกษ์และกัลปพฤกษ์

 

ทุกวันนี้ภาษีเจริญยังคงรุดหน้าไปสู่สังคมเมืองมากขึ้นทุกวันโดยเฉพาะการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เชื่อมต่อหัวลำโพงถึงบางแคได้ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นทำเลทองแหล่งใหม่ถึงแม้ว่ารถไฟฟ้าสายนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างแต่ก็ดึงให้กลุ่มนายทุนที่เห็นโอกาสเข้ามาแสวงหาผลกำไรมีการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตึกคอนโดมิเนียมตามเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้จับจองตั้งแต่เริ่มสร้างเพื่อรองรับผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นในอนาคต

 

นับแต่นี้ภาษีเจริญคงไม่ต่างจากเขตเมืองอื่นๆในกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยผู้คนแออัดตึกระฟ้าและบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ได้มาพร้อมกับความล่มสลายของชุมชน

 

พระนครบันทึก :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๙๒ (ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๔)

 

อัพเดทล่าสุด 7 มี.ค. 2561, 11:19 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.