หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ชุมชน ๒ ฝั่งลุ่มทะเลสาบสงขลา
บทความโดย กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
เรียบเรียงเมื่อ 7 พ.ค. 2560
เข้าชมแล้ว 6791 ครั้ง
ทิวทัศน์ของเทือกบรรทัด มองเห็นกลุ่มภูเขาในตัวเมืองพัทลุงได้อย่างชัดเจน
อาชีพปีนตาลยังคงพบเห็นได้บนเส้นทางเลียบรอบทะเลสาบสงขลา
วัวชนถือเป็นกีฬายอดนิยมในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา
แท่นท่านยอ ลานอโศก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณเขาชัยบุรี อุทยานเมืองเก่าชัยบุรี
ฐานศิวลึงก์ อิทธิพลศาสนาพุทธ-ฮินดู ในชุมชนโบราณถ้ำคูหา
บ้านเก่า หลังคามุงแผ่นกระเบื้องอิฐของคนรอบลุ่มทะเลสาบที่ยังมีให้เห็น
ลอบปู เครื่องมือประมงชายฝั่งของคนท้องถิ่นลุ่มทะเลสาบ
ชาวบ้านสานเสื่อกระจูดริมทะเลน้อย แม้เมืองจะขยายตัวแค่ไหนแต่ภาพเช่นนี้ยังคงมีให้เห็น
ชาวประมงในทะเลน้อย มองเห็นเขาเมืองพัทลุงได้อย่างชัดเจน
ชาวบ้านทอดแหกลางทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
สองสามีภรรยามายกลอบดักปูยามเช้าในทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
ใต้สะพานทะเลน้อยเชื่อมฝั่งระโนด-พัทลุง คุณลุงมาดูยอดักปลาของเขา
ยอใหญ่บริเวณปากประ ทะเลลำป่า
ชาวบ้านตากปลาตัวเล็กบนถนนสายลำป่า
ภาพจำลองในสำนักสงฆ์นาเปล ครั้งที่งูบองหลาหรืองูจงอางมอบลูกแก้วให้สมเด็จพะโค๊ะเจ้า
พระเจดีย์บรรจุสารีริกธาตุในวัดเขียนบางแก้วที่มีอายุมากกว่า ๑,๐๐๐ ปี
เจดีย์วัดพะโคะ ในวันที่ท้องฟ้าใส
เกาะสี่เกาะห้า เกาะรังนกมองเห็นจากฝั่งริมฝั่งทะเลสาบ
ภูเขาหินปูน ทัศนียภาพเช่นนี้มองเห็นได้ทั่วไปในจังหวัดพัทลุง
เขาเมือง อีกหนึ่งมุมมองในพื้นที่จังหวัดพัทลุง
ภูเขาอกทะลุโดดเด่นจนกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดพัทลุง
เขาหัวแตก มุมมองจากเขาอกทะลุ ซึ่งมีตำนานที่เกี่ยวโยงถึงกัน
เขาหินปูนลูกเล็ก มีชื่อว่า เขาจิงโจ้ มุมมองจากเขาเมืองในจังหวัดพัทลุง
กลุ่มภูเขาในจังหวัดพัทลุงที่มองเห็นได้ทั่วไปในภูมิประเทศแถบลุ่มทะเลสาบ
สัณฐานของภูเขาหินปูนที่เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวเมื่อหลายล้านปีก่อน
ทัศนียภาพทางด้านตะวันออกของจังหวัดพัทลุงที่มองเห็นไกลลิบๆ คือ ทะเลน้อย

ชุมชนลุ่มทะเลสาบสงขลาครอบคลุมพื้นที่ ๓ จังหวัด ตั้งแต่นครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา ซึ่งหลักฐานทางโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า บนพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดตั้งต้นของชุมชนมาตั้งแต่โบราณแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ ชุมชนบนคาบสมุทรสทิงพระ ชุมชนฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ และชุมชนเมืองสงขลา

ชุมชนโบราณสทิงพระในกลุ่มชุมชนบนคาบสมุทรสทิงพระ คือ ชุมชนใหญ่ที่มีความสำคัญและพัฒนาการต่อเนื่องจนกลายเป็นเมืองมีศูนย์กลางอยู่บริเวณหมู่ที่๕ บ้านจะทิ้งพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังเป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายสัมพันธ์กับโลกภายนอก จนปรากฏชื่อในเอกสารเพลานางเลือดขาวที่เรียกชื่อเมืองสทิงพระว่า “กรุงสทิงพาราณสี”

ส่วนพัฒนาการทางด้านฝั่งตะวันตกของทะเลสาบหรือในส่วนของจังหวัดพัทลุง พบว่ามีความสัมพันธ์ควบคู่กับชุมชนบนคาบสมุทรสทิงพระ จากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีอยู่มากมายบริเวณถ้ำพระ เขาอกทะลุ ถ้ำคูหาสวรรค์ แหล่งบ้านควนมะพร้าวและแหล่งวัดวังในเขตเมืองพัทลุงและแหล่งวัดเขียนบางแก้ว ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ที่มีอายุร่วมสมัยกับวัดสทังและวัดสทิงพระจากอดีตถึงปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้พัทลุงพยายามเสนอตัวเองเป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น การชูสโลแกนเมืองลุงโลก (“เปิดเมืองลุงสู่โลก เปิดโลกสู่เมืองลุง” ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ-วัฒนธรรมเชื่อมโยงภูมิภาคอื่นๆ ของไทยและทวีปอื่นของโลก) นอกจากความสวยทางธรรมชาติอย่างทะเลน้อย การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดีเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจและค้นหา

ภาพโดย กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.