ผู้คนจากทุกสารทิศคลาคล่ำเสียจนวัดท่าคุระคับแคบลงไปถนัดตาแผกไปจากวันก่อนที่ผมเข้าไปพูดคุยกับท่านพระครูพิพัฒน์ ธรรมจารี งานพิธีสรงน้ำแม่เจ้าอยู่หัวหรือประเพณีตายายย่านเป็นสิ่งที่ท่านเจ้าอาวาสท่าคุระให้ความหมายว่า “พันธะทางวัฒนธรรม” ของคนลุ่มทะเลสาบสงขลา หรือเป็นวันที่ลูกหลานของเจ้าแม่อยู่หัวต้องกลับมารำโนราห์ถวายได้พบหน้าค่าตาในเครือญาติครอบครัว
ตายายย่าน ในภาษาถิ่นใต้ "ย่าน" คือ เทือกเถาเหล่ากอ งานประเพณีตายายย่านจึงเป็นงานที่ลูกหลานมารวมกันโดยมีเจ้าแม่อยู่หัวเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมทางจิตใจนานนับร้อยปี ลูกหลานจากทุกสารทิศไม่ว่าทำงานใกล้หรือไก ต่างกลับมาเพื่อร่วมงานประเพณีที่จัดขึ้นทุกวันพุธแรก(ข้างแรม)เดือนหกหรือเรียกกันติดปากว่า “งานเดือนหก”
ตามตำนาน กล่าวถึง พระหน่อ ที่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าอยู่ที่เมืองใดแต่ผู้เฒ่าเล่ากันว่า เมื่อหลายร้อยปีมาแล้วพระโอรสของเมืองๆ หนึ่งในยุคสุโขทัยตอนปลายต่ออยุธยาตอนต้นมีความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเมืองนครศรีธรรมราช อาณาประชาราษฎร์และพระบิดามารดาต่างหลงรักพระหน่อเป็นอย่างยิ่ง อยู่มาวันหนึ่งพระหน่อสาบสูญระหว่างสรงน้ำซึ่งตาพรหมและยายจันได้ช่วยเหลือและชุบเลี้ยงอย่างรักใคร่เอ็นดู จนเลื่องลือเป็นที่นับถือของชาวบ้านร้านถิ่นกลายเป็นพันธะทางวัฒนธรรมสืบทอดนับเนื่องหลายร้อยปีจนถึงปัจจุบันกาล
ส่วนสาเหตุที่เรียกพระหนอว่าเจ้าแม่อยู่หัวนั้นมาจากเหตุผล ๒ ประการ คือ
๑.ชาวบ้านต่างให้ความนับถือพระหน่อประดุจมารดา
๒.ชาวบ้านเรียกแทนตัวราชินีผู้ที่มอบแผ่นทองคำสลักสัญลักษณ์แทนพระหน่อมอบไว้เป็นที่ระลึก และจุดที่ตาพรหมยายจันช่วยเหลือพระหน่อ คือจุดที่เป็นวัดท่าคุระในปัจจุบัน
การรำมโนราห์ คือ เครื่องมือสื่อสารของความศรัทธาเพราะตามตำนานผู้เฒ่าเล่าว่า เจ้าแม่อยู่หัวทรงโปรดนาฎศิลป์แขนงนี้มาก ใครบนบานสานกล่าวหากไม่รำโนราห์แก้บน จะประสบเหตุต่างๆ นานาจนกลายเป็นความเลื่องชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ เดือน ๖ ของทุกปี ลูกหลานเจ้าแม่อยู่หัวทุกคนจะกลับบ้าน
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์ : เรื่องและภาพ