หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ออกแอว [Oc Eo]
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เรียบเรียงเมื่อ 9 เม.ย. 2561
เข้าชมแล้ว 2236 ครั้ง
แผนที่แสดงข้อมูลสันนิษฐานแนวคลองธรรมชาติและคลองขุดโบราณจากเมืองอังกอร์เบอเรยสู่ออกแอวและ บริเวณใกล้เคียงรวมถึงออกสู่ทะเลอ่าวไทย
หมู่บ้านชาวเวียดนามปนชาวเขมรดั้งเดิมที่ทางขึ้นด้านหน้า สามารถว่าจ้างรถมอเตอร์ไซค์ไต่ขึ้นไปยังยอดเขาทั้งสองลูกของออกแอว
บนยอดเขาด้านหนึ่งมีการสร้างป้อมค่ายและเป็นที่บรรจุรูปปั้นที่มีความหมายถึง“เจ้าดำ” ผู้ดูแลนรก ซึ่งมีรากฐานในความเชื่อของชาวเขมรท้องถิ่น แต่ถูกปรับให้กลายเป็นความเชื่อแบบชาวเวียดนามอย่างเห็นได้ชัด และจุดนี้มีเรื่องเล่าเป็นป้อมค่ายในสมัยสงครามโลกและสงครามเวียดนาม จึงมีผู้คนขึ้นมากราบไหว้ขอพรกันเสมอ
เจ้าดำ ผู้ดูแลท้องถิ่นในตำนานที่ไม่เกี่ยวของกับแหล่งโบราณคดีแต่อย่างใด
อีกยอดเขาหนึ่งใกล้กันเป็นศาลเจ้าแบบเวียดนามที่มีการประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม
ยอดเขาหนึ่งในเทือกเขา Nui Sap (ภูเขาสาบ) ของออกแอว
พิพิธภัณฑ์ที่อยู่บนยอดเขา เก็บรักษาโบราณวัตถุไม่สำคัญบางส่วนและจำลองชิ้นส่วนที่สำคัญๆ ซึ่งพบโดยรอบนี้ ส่วนใหญ่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์กรุงโฮจิมินห์
ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่จัดได้ค่อนข้างดี แต่ไม่มีภาษาอังกฤษมากนัก
ภาพแผ่นทางดุนรูปสิ่งของมงคลจากออกแอว
แนวเทือกขาภูสาบหรือ Nui Sap มองจากนวโบราณสถานด้านหลัง
วัดเชิงเขาที่เคยเป็นศาสนสถานแบบฟูนัน ปัจจุบันเก็บรักษาเทวรูปที่น่าจะเป็นพระนารายณ์ขนาดใหญ่และบูรณะจนเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร
จารึกภาษาสันสกฤตที่เก็บรักษาไว้ที่วัดแห่งนี้
อาคารคลุมโบราณสถานออกแอวที่ขุดค้นและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
โบราณสถานออกแอว
โบราณสถานออกแอว มองจากยอดเขา
ภูมิทัศน์โดยรอบของภูเขาสาบ รอบๆ ออกแอว จะเห็นแนวคลองสำคัญทั้งใหญ่เล็กหลายสาย บาง เส้นก็เพิ่งขุดเป็นการชลประทานใหม่เพื่อการปลูกข้าวในปัจจุบัน
ภูมิทัศน์โดยรอบของภูเขาสาบ รอบๆ ออกแอว จะเห็นแนวคลองสำคัญทั้งใหญ่เล็กหลายสาย บาง เส้นก็เพิ่งขุดเป็นการชลประทานใหม่เพื่อการปลูกข้าวในปัจจุบัน
ภูมิทัศน์โดยรอบของภูเขาสาบ รอบๆ ออกแอว จะเห็นแนวคลองสำคัญทั้งใหญ่เล็กหลายสาย บาง เส้นก็เพิ่งขุดเป็นการชลประทานใหม่เพื่อการปลูกข้าวในปัจจุบัน
ภูมิทัศน์โดยรอบของภูเขาสาบ รอบๆ ออกแอว จะเห็นแนวคลองสำคัญทั้งใหญ่เล็กหลายสาย บาง เส้นก็เพิ่งขุดเป็นการชลประทานใหม่เพื่อการปลูกข้าวในปัจจุบัน
สัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์บนยอดเขาเมืองโบราณออกแอว คือรูปท้าวกุเวร
แผนที่แสดงตำแหน่งแหล่งโบราณคดีที่ออกแอวและภูมิประเทศรอบๆ ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
ภูเขาสาบ [Nui Sap] ออกแอว

ออกแอวตั้งอยู่ในจังหวัดอานยาง [An Giang] ของเวียดนามทางตอนใต้ในปัจจุบัน ในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางประวัติศาสตร์เคยอยู่ในอิทธิพลวัฒนธรรมแบบเขมรมาก่อนและราชวงศ์เพิ่งมายึดครอง ชื่อ “ออกแอว” ที่ออกเสียงเป็นแบบภาษาเวียดนาม จึงมีรากเหง้ามาจากภาษาเขมรว่า โอแก้ว ["O'keo" អូរកែវ] ที่แปลว่า “คลองแก้ว” และยังมีชุมชนชาวเวียดนามเชื้อสายเขมรตั้งชุมชนอยู่รายรอบบริเวณแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งนี้

 

สำหรับนักเรียน นักศึกษาทางโบราณคดี มักคุ้นเคยกับชื่อ “ออกแก้ว” หรือเปลี่ยนมาเรียกว่า “ออกแอว” เมื่อไม่นานมานี้ เพราะมีการนำมาเปรียบเทียบกับการศึกษาและขุดค้นแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย ที่ “อู่ทอง” ซึ่งมักจะเห็นร่วมกันระหว่างนักวิชาการชาวฝรั่งเศสและไทยว่า เป็นแหล่งโบราณคดีที่เป็นรัฐในยุคเริ่มแรกที่เรียกว่า “ฟูนัน” ร่วมสมัยกันระหว่างออกแก้วและอู่ทอง

 

ในอดีตมักจะใช้หลักฐานเอกสารจากบันทึกของชาวจีนที่เดินทางมากับคณะฑูต ราวพุทธศตวรรษที่ ๘-๙ กล่าวถึงบ้านเมืองที่วิเคราะห์กันว่าคือ ”ฟูนัน” ที่มาจาก พนมหรือภูเขา อาณาจักรฟูนันรับเอาวัฒนธรรมฮินดูจากอินเดีย จากตำนานเรื่องพราหมณ์โกณทัณญะชาวอินเดียเข้ามาแต่งงานกับพระนางหลิวเหย่ มาใช้ในสังคมและเป็นชนชาติที่เป็นบรรพบุรุษของเขมรปัจจุบัน ต่อมาอาณาจักรแห่งนี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรเจนละในเขมร เมื่่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ จากนั้นอาณาจักรฟูนันก็สูญหายไป เนื่องจากได้เกิดมีอาณาจักรขอมขึ้นมาแทน

 

แต่มีการวิเคราะห์ใหม่และคัดค้านการมีอยู่ของอาณาจักรฟูนันซึ่งมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลและทำให้อู่ทองกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรนี้ไปด้วย แม้ว่าจะเป็นนครรัฐแรกเริ่มในสมัยประวัติศาสตร์ที่มีอายุร่วมสมัยกันเท่านั้น และในเวลาต่อมาทางเวียดนามก็ขุดค้นหรือพบแห่งโบราณในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่มีอายุร่วมสมัยกับวัฒนธรรมออกแอวอีกมากมาย

 

นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส Louis Mallaret เป็นคนแรกที่ขุดค้นที่ออกแอว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๕ โดยค้นพบจากภาพถ่ายทางอากาศ เชื่อถือกันว่า “ออกแอว” เป็นศูนย์กลางของเมืองท่าภายในของอาณาจักฟูนัน ที่สัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและอินเดีย เพราะพบหลักฐานมากมายที่เป็นเครือข่ายคูและลำคลองขุดโบราณทั้งสองฝากฝั่งของออกแอว ติดต่อกับเมืองที่อยู่ภายในที่อังกอร์เบอเรย [Angkor Borei] ที่อยู่ไม่ห่างไกลนักทางเหนือขึ้นไป แต่ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา ทั้งพบโบราณวัตถุจำพวก ภาชนะดินเผาอิทธิพลแบบอินเดีย เครื่องประดับหินและแก้วต่างๆ เหรียญแบบโรมัน จารึกภาษาสันสกฤตในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เทวรูปต่างๆ

 

เพราะบริเวณนี้เป็นท้องถิ่นแรกเริ่มในการเดินทางเข้าสู่แผ่นดินภายในโดยมีบริเวณอังกอร์เบอเรย ที่มีอาศรมมหาฤาษีอันเป็นรูปแบบศาสนสถานแบบอินเดียปรากฏชัด และท้องถิ่นแบบฟูนันนี้ปรากฏอยู่ทั่วไปในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โดยมีการชลประทานเพื่อปลูกข้าวที่อุดมสมบูรณ์ ขุดคูคลองทำทำนบกับเก็บและระบายน้ำถือเป็นการชลประทานขั้นสูง โดยมีเมืองใหญ่อยู่ออกแอวซึ่งอยู่เชิงเขาหนึ่งในเจ็ดภูเขา ที่เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงโดยมีเส้นทางสามารถออกทะเลอ่าวไทยในบริเวณนี้ 

 

วลัยลักษณ์  ทรงศิริ : เรื่องและภาพ

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.