“สามย่าน” ในเมืองแกลง ประวัติศาสตร์ที่บอกเล่า
“ถึงหย่อมย่านบ้านกร่ำพอค่ำพลบ ประสบพบเผ่าพงศ์พวกวงศา
ขึ้นกุฏิที่สถิตท่านบิดา กลืนน้ำตาก็ไม่ฟังเฝ้าพรั่งพราย”
(นิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่)
วันนี้คณะทำงานได้ตามรอยนิราศเมืองแกลงของกวีเอกสุนทรภู่มาอยู่ที่ถนนสุนทรโวหาร หรือชื่อเดิมคือถนนทางเกวียน ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักของตลาดสามย่าน จังหวัดระยองแห่งนี้
เราเริ่มเอ๊ะจากชื่อบ้านนามเมือง “แกลง” และ “สามย่าน” และอ๋อด้วยข้อมูลจากหนังสือ “เมืองแกลงของเรา เมืองเก่าบรรพชน” และการคำบอกเล่าจากการสัมภาษณ์ผู้รู้เจ้าถิ่น
ที่มาของคำว่า “แกลง” มีอยู่หลายกระแส บ้างก็บอกว่าเป็นภาษาชองที่มีความหมายว่า แหวน ซึ่งตั้งตามชื่อหนองน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณที่ตั้งเมืองแกลงในอดีต ที่มีลักษณะคล้ายวงกลมรูปแหวน ส่วนอีกกระแสว่าแกลงในภาษาชองแปลว่าปลาดุกได้อีกหนึ่งความหมาย ซึ่งเมืองแกลงตั้งอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำที่มีปลาดุกชุกชุม อีกตำนานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาษาชอง แต่เป็นคำบอกเล่าในท้องถิ่น ระบุว่า แกลง เพี้ยนมาจากคำว่า นกแก-ลง คือมีฝูงนกกา ที่เรียกว่า “นกแก” อพยพมาอยู่ในอาณาบริเวณหนองน้ำแห่งหนึ่งจึงเรียกติดปากกันว่า นก แก ลง และเพี้ยนมาเป็นแกลงจนถึงปัจจุบันนี้
จากคำบอกเล่าของคุณครูลำใย วงศ์พิทักษ์ อดีตข้าราชการครูผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนสามย่าน แม้จะอายุ ๙๒ ปี แต่ความทรงจำเกี่ยวกับพื้นที่และผู้คนยังแจ่มชัด ครูลำใยได้กล่าวถึงตนเองสั้นๆ ว่า ท่านเป็นบุตรของหมื่นพงษ์แพทย์ (เอิบ วงศ์พิทักษ์) แพทย์ประจำตำบลในสมัยนั้น ซึ่งโยกย้ายมาจากอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แรกเริ่มเดิมทีย้ายมาอยู่ ณ บริเวณใกล้วัดพลงช้างเผือก ภายหลังย้ายเข้ามาอยู่บริเวณวงเวียนใน ใกล้กับถนนสุนทรโวหาร ซอย ๙ (พงษ์แพทย์พิทักษ์) ในพื้นที่ตลาดสามย่าน
ครูลำใยท่านเล่าว่า “ย่านนั้นหมายถึงระยะทางจากที่แห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง ส่วนการเป็นสามย่าน หากยืนตรงจุดกลางสามแยกหน้าที่ว่าการอำเภอ (หลังเก่า) หันหลังให้ที่ว่าการอำเภอแล้วหันหน้าไปยังบ้านดอนเค็ด บ้านโพธิ์ทองขวามือคือเส้นทางไปสู่วัดพลงช้างเผือกและบ้านทะเลน้อย ซ้ายมือคือเส้นทางไปสู่ทางวัดสารนาถธรรมาราม และด้านหน้าไปยังบ้านดอนเค็ด บ้านโพธิ์ทอง ซึ่งมีถนนลงไปสู่ท่าเรือ ปัจจุบันคือหัวสะพานร้อยปีเมืองแกลง”
ในสมัยก่อนที่ทางคมนาคมยังไม่เจริญการเดินทางมาสามย่านดังที่กล่าวมานั้นสามารถสัญจรได้ทั้งเส้นทางบก คือการเดินเท้าและการใช้เกวียน และเส้นทางทางน้ำล่องตามคลองประแสโดยการแจวเรือ เป็นการไปมาหาสู่ของผู้คนเมืองแกลงในสมัยก่อน บรรยากาศของท่าน้ำ ท่าเรือ ตลาดและชุมชนริมน้ำคึกคักเป็นอย่างมาก ชาวบ้านมีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยมีปากน้ำประแสเป็นตัวตั้ง เวลาจะไปไหนมาไหนต้องออกทางประแส บ้านนา บ้านล่างก็เอาเรือไปประแส ส่วนทางประแสก็นำเอาสินค้าจากกรุงเทพฯ เข้ามาขายที่สามย่าน ยาวไปถึงทางบ้านนา ซึ่งในสมัยนั้นมีคนจีนที่เป็นตัวกลางในการขนส่งสินค้าจากแกลงไปประแส โดยมีคนจากทุ่งเค็ด จากบ้านนามาซื้อ คุณครูลำใยฉายภาพให้เห็นการแลกเปลี่ยนสินค้าว่า “สมัยนั้นยังไม่มีร้านค้าทางประแสก็เอากะปิ น้ำมันยาง ไปแลกข้าวทางบ้านนา แล้วเอาลงเรือใหญ่ไปกรุงเทพฯ”
จึงไม่แปลกที่จะพบบ้านแถวเรือนไม้เก่าบริเวณท่าน้ำหรือตามแนวคลอง รวมถึงศาลเจ้าจีนตามจุดต่างๆ บริเวณริมน้ำเช่นที่ศาลจ้าวทางเกวียน ศาลจ้าวพ่อตะเคียน เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของผู้คนในอดีตที่ใช้เส้นทางทางน้ำเป็นประตูเปิดเข้าหาซึ่งกันและกัน