หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
"พิพิธภัณฑ์เมืองแกลง" ประกอบ รัตนภรณ์
บทความโดย จิราพร แซ่เตียว จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 21 ก.พ. 2561
เข้าชมแล้ว 1420 ครั้ง
ศาลจ้าวพ่อฮกเต็ก
ป้าย “พิพิธภัณฑ์เมืองแกลง” ของคุณตาประกอบ รัตนภรณ์
ประตูบานเฟี้ยมบ้านคุณตาประกอบ รัตนภรณ์
งานไม้ฝีมือคุณตาประกอบ รัตนภรณ์
ซอไม้สลักฝีมือของคุณตาประกอบ รัตนภรณ์ โดยหน้าซอทำจากหนังงู กระบอก คันทวนล่าง คันทวนบนและลูกบิดเป็นไม้แกะสลักอย่างประณีต
ป้าย “ พิพิธภัณฑ์ชาวเมืองแกลง”
ประกอบ รัตนภรณ์ อายุ 84 ปี ช่างฝีมือชาวสามย่าน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
“ประกอบการพิมพ์ผู้ผลิตอักษรแกะสลัก” ชื่อร้านเดิมที่คุณตาประกอบเคยใช้เป็นชื่อโรงพิมพ์ก่อนเลิกกิจการไป
ก๋งภู่ แซ่ภู่ บรรพบุรุษของคุณตาประกอบ ซึ่งเป็นชาวจีนที่ตั้งรกรากที่จังหวัดระยอง
เครื่องมือในการผลิตงานไม้
เครื่องมือในการผลิตงานไม้
เครื่องมือในการผลิตงานไม้
พิพิธภัณฑ์เมืองแกลงที่มีการติดป้ายขึ้นมาเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2561

จากการเดินสำรวจชุมชนสามย่าน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พบบ้านหลังหนึ่งบริเวณศาลจ้าวพ่อฮกเต็กซึ่งปิดอยู่แต่มีความน่าสนใจยิ่ง โดยมีป้ายเขียนว่า “พิพิธภัณฑ์เมืองแกลง” จึงเข้าใจกันไปเองว่าที่นี่น่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่มีมานาน ได้พบปะกับคุณตาที่กำลังนั่งอยู่กับเครื่องมือมากมายและงานไม้หลายสิบชิ้น

 

คุณตาประกอบ  รัตนภรณ์  อายุ ๘๔ ปี   เป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของผลงานการแกะลวดลายไม้ต่างๆ ที่พบอยู่ต่อหน้านี้ จึงขอเรียกคุณตาว่า “ช่างฝีมือ” แต่คุณตาได้ออกตัวว่าตนหาใช่ช่างฝีมือแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่สนใจและมีความชอบในงานไม้

 

คุณตาเล่าว่าตนนั้นมีเชื้อสายจีนแซ่ภู่  ซึ่งบรรพบุรุษคือ “ก๋ง” อพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ระยอง พ่อมาจากระยอง มีสกุลเดิมคือ ยมจินดา ย้ายมาอยู่กับอาซึ่งเป็นปลัดซ้ายของอำเภอในสมัยนั้น ภายหลังครอบครัวจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น “รัตนภรณ์”

 

พร้อมทั้งยังเล่าเรื่องราววัยเด็กให้ฟังว่าได้เรียนหนังสือที่วัดพลงช้างเผือกถึง ป.๔ จนอายุ ๑๖ ปี ไปช่วยงานโรงพิมพ์ของ “โยม” (หมายถึงการเรียกพ่อ) พิมพ์การ์ด ใบฎีกา โฆษณาทั่วไป เดิมโรงพิมพ์อยู่ฝั่งตลาดหน้าอำเภอเมืองแกลงเก่า สะพานฉลอง ๑๐๐ ปี จนเมื่ออายุได้ ๓๐ ปีได้ย้ายมาที่นี่ ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบัน และตั้งโรงพิมพ์ของตัวเองขึ้น ชื่อ “ประกอบการพิมพ์” ในขณะนั้นสามย่านมีโรงพิมพ์ด้วยกันสามโรง คือ ของโยม (พ่อของคุณตา) โรงพิมพ์ที่สองคือโรงพิมพ์ของคนที่มาจากปากน้ำประแส และโรงพิมพ์ประกอบการพิมพ์ของคุณตานั่นเอง

 

ในขณะที่ทำโรงพิมพ์นั้นก็มีงานอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย   “ตอนอายุ ๓๐ ปี ทำลอดช่องขายจนยกบ้านได้ ทำตั้งแต่กิโลกรัมละหกสลึง เดี๋ยวนี้ขายกันสิบสามบาทสิบห้าบาทแล้ว ทำจนดังเหมือนกัน  การทำลอดช่องถือเป็นกิจการที่ทำในครัวเรือน ทำต่อวันจำนวน ๑๐๐ กิโล โดยมีคนมารับ ไปส่งแถวตำบลเขาดิน ตอนหลังทำน้ำกะทิด้วย เพราะตามงานมีความต้องการเลยทำไปด้วย ในส่วนของโรงพิมพ์ภายหลังได้เลิกกิจการไปประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว เนื่องจากมีโรงพิมพ์ใหญ่มาตั้ง”

 

ส่วนงานแกะสลักนั้นได้ทำเป็นงานอดิเรกที่ชื่นชอบและความรู้ที่ได้ก็เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยการจำลวดลายต่างๆ จากการดูโขน ละคร  คุณตาเล่าว่า “เมื่อก่อนหนังโรงอะไรแถบนี้ก็ไม่มีเหมือนสมัยนี้ ที่มีงานใหญ่ๆ ก็อย่างหนังตะลุงแก้บนของตากล้วย ตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว ตาไปดูแล้วก็ลองเอามาวาดบนกระดาษ แล้วลองฝึกแกะไปเรื่อยๆ  แบบที่แกะก็ดูตามหนังสือ เช่น รูปของอินทรชิตแปลงเป็นพระอินทร์ พระลักษณ์เห็นก็แผลงศรลงมา  รูปหนุมานหักคอช้างเอราวัณ รูปโป๊ยเซียนตามซองจดหมาย ทำตามแบบที่ลูกค้าสั่ง ราคาตั้งแต่แผ่นละหกร้อยถึงหนึ่งพันแปดร้อยบาท งานบางชิ้นก็ทำให้กับวิทยาลัยนาฎศิลป์จันทบุรีไป”

 

ส่วนคำว่าพิพิธภัณฑ์เมืองแกลงตามป้ายนั้น  ตาบอกกับเราว่าเพิ่งจะเอาป้ายดังกล่าวขึ้นไปติดเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เอง  ยังไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้แต่อย่างใด แต่ส่วนตัวในฐานะผู้ที่ทำการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองแกลงนั้นถือว่าการพบปะและการพูดคุยกับคุณตาครั้งนี้คือการชมพิพิธภัณฑ์และพบผู้รู้ที่เป็นคนในท้องถิ่น คือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่สะท้อนให้เห็นถึงเมืองแกลงในอดีต

 

 

 

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.