หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
“พระนคร ๑๐๑” ครั้งที่ ๑ “ชุมชนเก่าย่านวังหน้าย่านการค้าสำคัญของพระนคร บ้านดนตรีและย่านหัตถกรรม” พื้นที่ย่านบางลำพู ชุมชนวัดสามพระยา บ้านพาน บ้านบาตร
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 21 พ.ค. 2560
เข้าชมแล้ว 6921 ครั้ง
แผนที่กิจกรรม "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่ ๑
ผู้ร่วมกิจกรรม "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่ ๑ ณ สวนสันติชัยปราการ
เริ่มต้นบรรยายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพื้นที่ย่านบางลำพู ณ สวนสันติชัยปราการ โดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เริ่มต้นบรรยายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพื้นที่ย่านบางลำพู ณ สวนสันติชัยปราการ โดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ
พูดคุยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นชุมชนในพื้นที่ย่านเก่า
วิทยากรคนแรกคุณอรศรี ศิลปี (ป้านิด)
บันทึกภาพรวมผู้ร่วมกิจกรรม "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่ ๑ บริเวณตรอกไก่แจ้
คุณโอภาส มิตรมานะ หรือครูซัน ผู้อาวุโสของชุมชนมัสยิดจักรพงษ์
พูดคุยในประเด็นการอยู่อาศัยการปรับตัวของชุมชนมุสลิมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและผลกระทบจากการพัฒนาเมืองที่มีต่อคนในชุมชน ณ มัสยิดจักรพงษ์
คุณโอภาส มิตรมานะ หรือครูซัน ผู้อาวุโสของชุมชนมัสยิดจักรพงษ์
ชุมชนเก่าย่านวังหน้าย่านการค้าสำคัญของพระนคร (บางลำพู)
บริเวณคลองบางลำพูที่อดีตเคยเป็นเส้นทางการคมนาคมสัญจรและการค้าของผู้คน
คุณพจนา ดุริยพันธุ์ ทายาทครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ นักขับเสภาแห่งบ้านดุริยประณีต บางลำพู
บรรยายกาศภายในบ้านดุริยประณีตที่ปัจจุบันยังไม่การเรียนการสอนดนตรีไทยอยู่
ชมบรรยากาศการเรียนการสอนดนตรีไทยภายในบ้านดุริยประณีต
บริเวณหน้าวัดสามพระยาซึ่งอดีตเคยเป็นบ้านของจอมพลประภาส จารุเสถียร
เดินชมตรอกจากพื้นที่ชุมชนวัดสังเวชวิศยารามวรวิหารไปยังวัดสามพระยา
ภาพบรรยากาศการเดินบริเวณชุมชนวัดสามพระยา
“การเดินตรอก” คือหนึ่งในกระบวนการการศึกษาที่ทางมูลนิธิฯ ได้ใช้ในการศึกษาเรื่องราวของกรุงเทพฯ
คุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ (รัชตะศิลปิน) ลูกหลาน "นายเตา" หรือเจ้าของกิจการการทำพานในอดีต ณ ชุมชนบ้านพาน (บ้านหล่อ)
ฝีมือการทำพานของช่างฝีมือบ้านพาน
ย่านหัตถกรรมจุดแรกเข้าไปในพื้นที่บ้านพานพูดคุยกับคุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ (รัชตะศิลปิน)
บรรยากาศภายในกิจกรรม "พระนคร"๑๐๑ ครั้งที่ ๑ ช่วงบ่าย
แห่งสุดท้ายของกิจกรรม “พระนครชวนชม” คือ พื้นที่บ้านบาตร จากที่ทราบกันอยู่แล้วว่าว่าชาวบ้านมีอาชีพหลักในการตีบาตร
พบกับคุณกฤษณา แสงไชยในเรื่องราวความสัมพันธ์ของชาวชุมชนบ้านบาตรกับหลวงประดิษฐ์ไพเราะ และการรื้อฟื้นประเพณีร้องเพลงรำวง “บ้านบาตรสามัคคี”
คุณสรินยา สุทดิศ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่หันมาฟื้นฟูอาชีพตีบาตรอีกครั้งและผลักดันให้บ้านบาตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์
สรุปปิดกิจกรรมและการถอดบทเรียนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สรุปปิดกิจกรรมและการถอดบทเรียนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ผู้ร่วมกิจกรรม "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่ ๑

“พระนคร ๑๐๑” ครั้งที่ ๑

 “ชุมชนเก่าย่านวังหน้าย่านการค้าสำคัญของพระนคร บ้านดนตรีและย่านหัตถกรรม” พื้นที่ย่านบางลำพู ชุมชนวัดสามพระยา บ้านพาน บ้านบาตร

 

วันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้จัดโครงการเชิงปฏิบัติการโดยใช้ชื่อ “พระนคร ๑๐๑” เพื่อเน้นสร้างความรู้ ความ เข้าใจ ให้กับชุมชนได้รู้จักตนเองยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้าใจถึงความเป็นมาก่อนมีการเปลี่ยนแปลงของชุมชน  โดยเริ่มต้นในพื้นที่แรกคือ ย่านบางลำพู ชุมชนวัดสามพระยา บ้านพาน และบ้านบาตร  

 

ในวันแรกเป็นการพูดคุยในเนื้อหา โดยมีวลัยลักษณ์ ทรงศิริ เป็นวิทยากรบรรยายในภาคทฤษฎีเบื้องต้น เพื่อเข้าใจความเป็นชุมชนและการเปลี่ยนแปลงในย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ ณ พิพิธบางลำพู

 

วันที่ ๒ ของกิจกรรม “พระนครชวนชม” เป็นการเดินตรอกเพื่อศึกษาชุมชนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ซึ่ง “การเดิน” คือหนึ่งในกระบวนการการศึกษาที่ทางมูลนิธิฯ ได้ใช้ในการทำความเข้าใจเรื่องราวของชุมชนย่านเก่าของกรุงเทพฯ จึงเห็นว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มากขึ้นโดยมีผู้รู้แต่ละท้องถิ่นชุมชนเป็นผู้ให้ข้อมูล

 

ช่วงแรกพูดคุยในประเด็นเรื่อง “ปากคลองบางลำพู สมัยต้นกรุงฯ ” โดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ ณ จุดนัดพบในบริเวณสวนสันติชัยปราการ ก่อนจะไปพบกับวิทยากรพื้นที่ท่านแรกคือ คุณอรศรี ศิลปี หรือ “ป้านิด” ผู้นำชุมชนบางลำพู ให้ความรู้เรื่องที่มาของตรอกไก่แจ้ การเปลี่ยนแปลงของบางลำพู และประวัติความเป็นมารวมไปถึงบทบาทของสายตระกูล “ศิลปี”

            

จากนั้นได้มีการเข้าชมและศึกษาชุมชนมุสลิมเก่าแก่ในย่านพระนคร  “มัสยิดจักรพงษ์” คุณโอภาส มิตรมานะ หรือครูซัน ผู้อาวุโสของชุมชน บอกเล่าถึงเรื่องราวการอยู่อาศัย การปรับตัวของชุมชนมุสลิมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและผลกระทบจากการพัฒนาเมืองที่มีต่อคนในชุมชน

 

ก่อนออกนอกพระนครไปทางฝั่งวัดสังเวชวิศยารามวรวิหารได้รับความรู้จาก คุณพจนา ดุริยพันธุ์ เกี่ยวกับบ้านดนตรีแบบโบราณในย่านบางลำพู รวมถึงการเรียนการสอนดนตรีไทยของมูลนิธิดุริยประณีตที่ได้มีการเปิดบ้านสอนดนตรีไทยมาอย่างยาวนาน จนถึงปัจจุบันซึ่งมีกระบวนการฟื้นฟูและอนุรักษ์โดยใช้ความผูกพันทางสายตระกูลที่เหนียวแน่นเป็นแกนหลักในการดูแลกิจการของครอบครัวที่หายากมากในปัจจุบัน และความสัมพันธ์ของคนกับศูนย์กลางของชุมชน คือ วัดสังเวชวิศยารามวรวิหารและวัดสามพระยา ตลาดต่างๆ ในย่านบางลำพูและวิถีชีวิต ของคนบางลำพูที่ผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง

 

ชมบ้านเก่าย่านคนดนตรีในกรุงเทพฯ รวมถึงบ้านอดีตข้าราชการในกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่พื้นที่ชุมชนวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร ไปจนถึงชุมชนวัดสามพระยา ก่อนจะเข้าไปชมสถาปัตยกรรม ชมพระอุโบสถตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ ภายในวัด

              

กิจกรรมช่วงบ่ายว่าด้วยการไขข้อสงสัยในความเข้าใจคลาดเคลื่อนของการขึ้นป้าย “บ้านพานถม” ของ กทม. ซึ่งความจริงแล้วคำว่า “บ้านพาน” กับ “บ้านพานถม” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งพื้นที่และกรรมวิธีการผลิตงานหัตถกรรมดังกล่าว การทำพานของบ้านพานใช้การตีขันน้ำพานรองที่เป็นเครื่องเงิน นำมาดุนให้เกิดลวดลายต่างๆ ส่วนการทำเครื่องพานถมใช้วิธีแกะลายลง ไปในเนื้อโลหะเช่นเงินแล้วถมด้วยน้ำยาเคลือบสีดำคนปัจจุบันเข้าใจว่า “เครื่องถม” ของร้านไทยนคร ซึ่งตั้งร้านอยู่ตรงข้างวัดตรีทศเทพจึงมีการเหมารวมเป็นคำว่า “บ้านพานถม”

              

นอกจากนั้นยังมีป้ายชื่อซอย “ตรอกบ้านหล่อ” ตั้งอยู่ที่ซอยบ้านพานหรือตรอกบ้านพานเดิม ทั้งที่บ้านหล่อนั้นอยู่บริเวณด้านหลังของตรอกบ้านพานที่ติดกับคูคลองเดิมคั่นกับวัดปรินายก จากนั้นเป็นการพูดคุยให้ความรู้เรื่องการทำพานเงิน โดยวิทยากรที่ท่านเป็นลูกหลาน “นายเตา” คือ คุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ (รัชตะศิลปิน) ในเรื่องของการทำพาน ความนิยมของเครื่องเงินจนถึงยุคตกต่ำของอาชีพทำพานจนหายไปในที่สุด

              

แห่งสุดท้ายของกิจกรรมคือ บ้านบาตร คุณกฤษณา แสงไชย เล่าเรื่องราวบ้านบาตรที่อดีตอยู่ติดกับบ้านหลวงประดิษฐ์ไพเราะ หรือ ศร ศิลปบรรเลง เป็นสำนักดนตรีที่มีชื่อเสียง ซึ่งท่านอาศัยอยู่ในย่านบ้านบาตรตลอดจนท่านสิ้น ชาวชุมชนจึงได้รับอิทธิพลจากเสียงดนตรีของท่านช่วงสงครามและหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  ชาวบ้านบาตรมีกิจกรรม “ร้องเพลงรำวงบ้านบาตร” อยู่ทุกเย็น ณ ลานบริเวณศาลากลางบ้าน และในปัจจุบันมีการรื้อฟื้นประเพณีร้องเพลงรำวงกันขึ้นมาใหม่ ชื่อคณะ “บ้านบาตรสามัคคี”

            

จากนั้นยังได้พบกับ คุณสรินยา สุทดิศ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่หันมาฟื้นฟูอาชีพตีบาตรอีกครั้งและผลักดันให้บ้านบาตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ ก่อนจะเป็นการสรุปปิดกิจกรรมและการถอดบทเรียนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม

 

 

 

เส้นทางพระนครชวนชม 

๑.ณ จุดนัดพบบริเวณสวนสันติชัยปราการ

๒.เดินจากหน้าซุ้มประตู วังเจ้าฟ้ากรม หลวงเจษฎาไปยังตรอกไก่แจ้ ย่านบางลำพู

๓.เข้ามายังมัสยิดจักรพงษ์ 

๔.ผ่านหน้าพิพิธบางลำพู มายังสะพานหน้าวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร

๕.เยี่ยมชมกิจกรรมภายในบ้านดุริยประณีต (บ้านดนตรีไทยแห่งบางลำพู) พร้อมทั้งเข้าชมกิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีไทย ณ มูลนิธิดุริยประณีต บางลำพู

๖.มายังบริเวณชุมชนวัดสามพระยาและเข้าไปยังภายในวัดสามพระยา ชมพระอุโบสถตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓

๗.รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านในชุมชนวัดสามพระยา

๘.เดินทางมายังบริเวณหน้าวัดบวรเข้าบริเวณหลังวัดตรีทศเทพ

๙.มายังพื้นที่บ้านพาน ย่านหัตถกรรมการทำพานในอดีต

๑๐.เดิมชมตรอกบ้านพานและผ่านชมชุมชนเพื่อออกยังไปยังบ้านหล่อ วัดปรินายก

๑๑.เดินทางสู่บ้านบาตรโดยการเดิน ผ่าน วัดปรินายก ป้อมมหากาฬทางด้านสะพานผ่านฟ้า สะพานมหาดไทยอุทิศ

เส้นทางพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๑

ขอขอบคุณวิทยากรในพื้นที่

คุณอรศรี ศิลปี ประธานชุมชนบางลำพู , คุณโอภาส มิตรมานะ มัสยิดจักรพงษ์, คุณพจนา ดุริยพันธุ์ บ้านดุริยะประณีต, คุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ ชุมชนบ้านพาน, คุณกฤษณา แสงไชย และคุณสรินยา สุทดิด ชุมชนบ้านบาตร

 

 

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.