“พระนคร ๑๐๑” ครั้งที่ ๑
“ชุมชนเก่าย่านวังหน้าย่านการค้าสำคัญของพระนคร บ้านดนตรีและย่านหัตถกรรม” พื้นที่ย่านบางลำพู ชุมชนวัดสามพระยา บ้านพาน บ้านบาตร
วันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้จัดโครงการเชิงปฏิบัติการโดยใช้ชื่อ “พระนคร ๑๐๑” เพื่อเน้นสร้างความรู้ ความ เข้าใจ ให้กับชุมชนได้รู้จักตนเองยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้าใจถึงความเป็นมาก่อนมีการเปลี่ยนแปลงของชุมชน โดยเริ่มต้นในพื้นที่แรกคือ ย่านบางลำพู ชุมชนวัดสามพระยา บ้านพาน และบ้านบาตร
ในวันแรกเป็นการพูดคุยในเนื้อหา โดยมีวลัยลักษณ์ ทรงศิริ เป็นวิทยากรบรรยายในภาคทฤษฎีเบื้องต้น เพื่อเข้าใจความเป็นชุมชนและการเปลี่ยนแปลงในย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ ณ พิพิธบางลำพู
วันที่ ๒ ของกิจกรรม “พระนครชวนชม” เป็นการเดินตรอกเพื่อศึกษาชุมชนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ซึ่ง “การเดิน” คือหนึ่งในกระบวนการการศึกษาที่ทางมูลนิธิฯ ได้ใช้ในการทำความเข้าใจเรื่องราวของชุมชนย่านเก่าของกรุงเทพฯ จึงเห็นว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มากขึ้นโดยมีผู้รู้แต่ละท้องถิ่นชุมชนเป็นผู้ให้ข้อมูล
ช่วงแรกพูดคุยในประเด็นเรื่อง “ปากคลองบางลำพู สมัยต้นกรุงฯ ” โดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ ณ จุดนัดพบในบริเวณสวนสันติชัยปราการ ก่อนจะไปพบกับวิทยากรพื้นที่ท่านแรกคือ คุณอรศรี ศิลปี หรือ “ป้านิด” ผู้นำชุมชนบางลำพู ให้ความรู้เรื่องที่มาของตรอกไก่แจ้ การเปลี่ยนแปลงของบางลำพู และประวัติความเป็นมารวมไปถึงบทบาทของสายตระกูล “ศิลปี”
จากนั้นได้มีการเข้าชมและศึกษาชุมชนมุสลิมเก่าแก่ในย่านพระนคร “มัสยิดจักรพงษ์” คุณโอภาส มิตรมานะ หรือครูซัน ผู้อาวุโสของชุมชน บอกเล่าถึงเรื่องราวการอยู่อาศัย การปรับตัวของชุมชนมุสลิมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและผลกระทบจากการพัฒนาเมืองที่มีต่อคนในชุมชน
ก่อนออกนอกพระนครไปทางฝั่งวัดสังเวชวิศยารามวรวิหารได้รับความรู้จาก คุณพจนา ดุริยพันธุ์ เกี่ยวกับบ้านดนตรีแบบโบราณในย่านบางลำพู รวมถึงการเรียนการสอนดนตรีไทยของมูลนิธิดุริยประณีตที่ได้มีการเปิดบ้านสอนดนตรีไทยมาอย่างยาวนาน จนถึงปัจจุบันซึ่งมีกระบวนการฟื้นฟูและอนุรักษ์โดยใช้ความผูกพันทางสายตระกูลที่เหนียวแน่นเป็นแกนหลักในการดูแลกิจการของครอบครัวที่หายากมากในปัจจุบัน และความสัมพันธ์ของคนกับศูนย์กลางของชุมชน คือ วัดสังเวชวิศยารามวรวิหารและวัดสามพระยา ตลาดต่างๆ ในย่านบางลำพูและวิถีชีวิต ของคนบางลำพูที่ผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง
ชมบ้านเก่าย่านคนดนตรีในกรุงเทพฯ รวมถึงบ้านอดีตข้าราชการในกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่พื้นที่ชุมชนวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร ไปจนถึงชุมชนวัดสามพระยา ก่อนจะเข้าไปชมสถาปัตยกรรม ชมพระอุโบสถตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ ภายในวัด
กิจกรรมช่วงบ่ายว่าด้วยการไขข้อสงสัยในความเข้าใจคลาดเคลื่อนของการขึ้นป้าย “บ้านพานถม” ของ กทม. ซึ่งความจริงแล้วคำว่า “บ้านพาน” กับ “บ้านพานถม” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งพื้นที่และกรรมวิธีการผลิตงานหัตถกรรมดังกล่าว การทำพานของบ้านพานใช้การตีขันน้ำพานรองที่เป็นเครื่องเงิน นำมาดุนให้เกิดลวดลายต่างๆ ส่วนการทำเครื่องพานถมใช้วิธีแกะลายลง ไปในเนื้อโลหะเช่นเงินแล้วถมด้วยน้ำยาเคลือบสีดำคนปัจจุบันเข้าใจว่า “เครื่องถม” ของร้านไทยนคร ซึ่งตั้งร้านอยู่ตรงข้างวัดตรีทศเทพจึงมีการเหมารวมเป็นคำว่า “บ้านพานถม”
นอกจากนั้นยังมีป้ายชื่อซอย “ตรอกบ้านหล่อ” ตั้งอยู่ที่ซอยบ้านพานหรือตรอกบ้านพานเดิม ทั้งที่บ้านหล่อนั้นอยู่บริเวณด้านหลังของตรอกบ้านพานที่ติดกับคูคลองเดิมคั่นกับวัดปรินายก จากนั้นเป็นการพูดคุยให้ความรู้เรื่องการทำพานเงิน โดยวิทยากรที่ท่านเป็นลูกหลาน “นายเตา” คือ คุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ (รัชตะศิลปิน) ในเรื่องของการทำพาน ความนิยมของเครื่องเงินจนถึงยุคตกต่ำของอาชีพทำพานจนหายไปในที่สุด
แห่งสุดท้ายของกิจกรรมคือ บ้านบาตร คุณกฤษณา แสงไชย เล่าเรื่องราวบ้านบาตรที่อดีตอยู่ติดกับบ้านหลวงประดิษฐ์ไพเราะ หรือ ศร ศิลปบรรเลง เป็นสำนักดนตรีที่มีชื่อเสียง ซึ่งท่านอาศัยอยู่ในย่านบ้านบาตรตลอดจนท่านสิ้น ชาวชุมชนจึงได้รับอิทธิพลจากเสียงดนตรีของท่านช่วงสงครามและหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชาวบ้านบาตรมีกิจกรรม “ร้องเพลงรำวงบ้านบาตร” อยู่ทุกเย็น ณ ลานบริเวณศาลากลางบ้าน และในปัจจุบันมีการรื้อฟื้นประเพณีร้องเพลงรำวงกันขึ้นมาใหม่ ชื่อคณะ “บ้านบาตรสามัคคี”
จากนั้นยังได้พบกับ คุณสรินยา สุทดิศ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่หันมาฟื้นฟูอาชีพตีบาตรอีกครั้งและผลักดันให้บ้านบาตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ ก่อนจะเป็นการสรุปปิดกิจกรรมและการถอดบทเรียนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม
เส้นทางพระนครชวนชม
๑.ณ จุดนัดพบบริเวณสวนสันติชัยปราการ
๒.เดินจากหน้าซุ้มประตู วังเจ้าฟ้ากรม หลวงเจษฎาไปยังตรอกไก่แจ้ ย่านบางลำพู
๓.เข้ามายังมัสยิดจักรพงษ์
๔.ผ่านหน้าพิพิธบางลำพู มายังสะพานหน้าวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร
๕.เยี่ยมชมกิจกรรมภายในบ้านดุริยประณีต (บ้านดนตรีไทยแห่งบางลำพู) พร้อมทั้งเข้าชมกิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีไทย ณ มูลนิธิดุริยประณีต บางลำพู
๖.มายังบริเวณชุมชนวัดสามพระยาและเข้าไปยังภายในวัดสามพระยา ชมพระอุโบสถตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓
๗.รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านในชุมชนวัดสามพระยา
๘.เดินทางมายังบริเวณหน้าวัดบวรเข้าบริเวณหลังวัดตรีทศเทพ
๙.มายังพื้นที่บ้านพาน ย่านหัตถกรรมการทำพานในอดีต
๑๐.เดิมชมตรอกบ้านพานและผ่านชมชุมชนเพื่อออกยังไปยังบ้านหล่อ วัดปรินายก
๑๑.เดินทางสู่บ้านบาตรโดยการเดิน ผ่าน วัดปรินายก ป้อมมหากาฬทางด้านสะพานผ่านฟ้า สะพานมหาดไทยอุทิศ

เส้นทางพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๑
ขอขอบคุณวิทยากรในพื้นที่
คุณอรศรี ศิลปี ประธานชุมชนบางลำพู , คุณโอภาส มิตรมานะ มัสยิดจักรพงษ์, คุณพจนา ดุริยพันธุ์ บ้านดุริยะประณีต, คุณละออศรี พิพิธภัณฑ์ ชุมชนบ้านพาน, คุณกฤษณา แสงไชย และคุณสรินยา สุทดิด ชุมชนบ้านบาตร