วัดกระโดนหรือวัดปราบปัจจามิตรที่พระตะบองริมแม่น้ำซองแก คือวัดที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตั้งทัพและสร้างวัดไว้เมื่อครั้งไปทำสงครามกับญวน เจดีย์ย่อไม้สิบสองซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเชื่อว่าเป็นพระบรมธาตุพระโมคคัลลานะนี้เหมือนกับเจดีย์ที่วัดกระโดนหรือวัดพระยาทำ ริมลำน้ำหนุมาน ต้นน้ำบางปะกงที่กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นวัดที่ท่านสร้างไว้ที่ด่านหนุมาณเช่นกัน
ต่อมาวัดนี้ก่อสร้างใหญ่โตเป็นวัดประจำตระกูลอภัยวงศ์ เจ้าเมืองพระตะบองที่ครองเมืองพระตะบองตั้งครั้งรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๕ ที่ต้องยกดินแดนให้กับฝรั่งเศสและต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา
ภายในวัดยังมีเจดีย์บรรจุอัฐิของผู้คนในตระกูลอภัยวงศ์ เจ้าเมืองพระตะบองด้วย ดังพบรูปปูนปั้นเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ด้านหน้าประตูทางเข้า
ส่วนตึกอาคารหลังเก่าที่เคยใช้เรียนพระปริยัติธรรมทรุดโทรมมากแล้ว และมีปูนปั้นรูปต่างๆ เป็นปริศนาธรรมประดับตามเสามุมกำแพงเป็นอาคารที่สวยและน่าสนใจมาก แต่สภาพทรุดโทรมมากเช่นกัน
อาคารโบสถ์เป็นรูปแบบที่นิยมสร้างกันในกัมพูชา แต่มีสัดส่วนและน่าจะเป็นต้นแบบให้ทำสืบเนื่องกันไป รูปแบบเช่นเดียวกับที่เจ้าพระยาบดินทรเดชามาสร้างใหม่ที่วัดแก้วพิจิตร ที่สำคัญคือหน้าบันทั้งสองด้านด้านหนึ่งแสดงถึงตราจักรีและพระขรรค์ชัยศรีที่พบ ณ แม่น้ำซองแกซึ่งไหลผ่านกลางเมืองพระตะบอง อีกด้านหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ตะบองบนพานแว่นฟ้า สภาพพระอุโบสถแม้จะมีสีสันจัดจ้านและได้รับการบูรณะอย่างดีทีเดียว รอบกำแพงแก้วมีภาพปูนปั้นทำเป็นเรื่องรามเกียรติ์ แต่มีร่องรอยความเสียหาย ที่ส่วนหัวของตัวละครแทบทุกตัวถูกทำลายไปในยุคเขมรแดง
ภายในวัดมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อกำกับว่ามีการนำพูนดินไปถมสร้างเป็นอาคารโบสถ์ วัดนี้อาณาเขตใหญ่โตกว้างขวาง และมีการแบ่งพื้นที่บางส่วนไปสร้างวิทยาลัยในภายหลังด้วย
เล่าด้วยภาพ : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑๐๑ (ม.ค.-มี.ค.๒๕๕๗)