หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
มรดกโลกกับประวัติศาสตร์ที่ตายแล้ว
บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เรียบเรียงเมื่อ 1 ก.ค. 2551, 09:19 น.
เข้าชมแล้ว 7949 ครั้ง

 

สัญลักษณ์ขององค์กรองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ  หรือ UNESCO

 

นับแต่การที่คณะกรรมการมรดกโลกรับขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกให้แก่ประเทศกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่มีประเทศไทยมีส่วนร่วมนั้น ได้ทำให้ข้าพเจ้าเกิดอคติกับคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งรวมไปถึงองค์การ UNESCO อย่างสุดๆ เพราะได้ประจักษ์แจ้งถึงความไม่ชอบมาพากล และความฉ้อฉลขององค์กรข้ามชาติอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน

 

โดยอุดมคติ แหล่งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่จะเป็นมรดกโลกนั้นต้องเป็นแหล่งเพื่อการเรียนรู้ที่มีความโดดเด่นสมบูรณ์ และครบถ้วนในด้านคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สังคมและอารยธรรม ที่ทั้งผู้คนในท้องถิ่นกับผู้ที่มาจากภายในได้เรียนรู้และสังสรรค์กัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีในการอยู่ร่วมโลกเดียวกัน

 

แต่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น เป็นการให้ความสำคัญเฉพาะตัวปราสาทอันเป็นเป็นองค์ประกอบอันหนึ่งของแหล่ง [Site] มรดกโลกเท่านั้น หาได้กินเลยเข้าไปถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่น สระตราว อันเป็นบารายหรืออ่างเก็บน้ำ ผามออีแดง และพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่อยู่ในเขตแดนประเทศไทยไม่ เพราะปราสาทพระวิหารที่เป็นศาสนสถานของแหล่งต้นน้ำบนเขาอันไหลผ่านสระตราวลงไปหล่อเลี้ยงบ้านเมืองและศาสนสถานร่วมสมัยในที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ที่ราบสูงโคราชของประเทศไทย ซึ่งถ้าหากมองจากเส้นปันเขตแดนตามธรรมชาติ โดยยึดถือสันปันน้ำเป็นหลักเกณฑ์แล้ว ปราสาทพระวิหารก็เป็นมรดกของผู้คนที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนั่นเอง

 

ดังนั้น การกระทำของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ จึงดูเสมือนว่าเป็นการช่วยฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมช่วยเขมรโกงปราสาทพระวิหารเป็นการซ้ำสองฉะนั้น

 

จากการทบทวนและเฝ้าดูพฤติกรรมของคณะกรรมการมรดกโลก และความเป็นไปของแหล่งมรดกโลกในประเทศไทย เวียดนาม ลาว และเขมรในทุกวันนี้ ข้าพเจ้าใคร่ฟันธงลงไปว่า แหล่งมรดกโลกที่เป็นอยู่แทบทุกแห่งในขณะนี้ คือแหล่งท่องเที่ยวในทางธุรกิจข้ามชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการปลดปล่อย หาใช่แหล่งเรียนรู้อารยธรรมโลกอย่างใดไม่

 

แต่ที่น่าทุเรศอลังการก็คือ แหล่งมรดกโลกของ UNESCO ล้วนแต่เป็นโครงสร้างจากข้างบนที่ทับลงไปยังพื้นที่ทางวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น โดยคนท้องถิ่นแทบไม่มีส่วนร่วมและรับรู้ นับเป็นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองจากข้างบน เช่น ประเทศกำลังพัฒนาหรือด้วยพัฒนาทำกันอยู่

 

แต่ความชั่วร้ายอย่างสุดๆ ของมรดกโลกที่โดดเด่นกว่าโครงการพัฒนาจากข้างบนทั้งหลายก็คือ การอ้างเป็นโครงการโลกหรือโครงการข้ามชาติที่ทำทุกอย่างเบ็ดเสร็จโดยคณะนักวิชาการวางแผน ออกแบบ ที่มีนักวิจัย นักวิชาการทั้งจากในชาติและข้ามชาติเข้ามาร่วม ทำเองตัดสินเอง แล้วดำเนินงานผ่านการรับรู้และร่วมมือของรัฐบาลที่เป็นเจ้าของแหล่งมรดกโลกนั้นๆ ซึ่งก็มีรัฐบาลโง่ๆ ของหลายๆ ประเทศหลงกล เพราะตัวเองก็มองอะไรในวิสัยทัศน์ที่สั้นและคับแคบอยู่แล้ว คือไม่เคยตระหนักถึงเรื่องแหล่งเรียนรู้ทางอารยธรรมแต่น้อย มองแต่เพียงอย่างเดียวว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา รวมทั้งกิจกรรมการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากนักลงทุนภายนอกด้วย เลยทำให้การเป็นแหล่งมาดกโลกที่ถ่อยๆ แบบนี้เกิดการกระสันของคนในชาติอีกหลายภาคส่วน ไม่ว่าส่วนราชการ ส่วนเอกชน และท้องถิ่น ต่างกระสันที่จะโปรโมทแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและธรรมชาติของคนเป็นมรดกโลกทั้งสิ้น

 

แหล่งมรดกโลกแทบทุกแห่งในเมืองไทย ทั้งที่มีอยู่และกำลังจะเป็นอีกหลายต่อหลายแห่ง ล้วนถูกผลักดันจากแกรงกระสันจากกลลวงของ UNESCO แทบทั้งสิ้น ข้าพเจ้าคงไม่มีสิทธิ์อันใดที่จะไปวิจารณ์แหล่งมรดกโลก เช่น เมืองหลวงพระบางของลาว หรือเมืองฮอยอันของเวียดนาม แต่ในเมืองไทยข้าพเจ้ามีสิทธิ์ เพราะเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เห็นว่าแหล่งมรดกโลกของไทย ไม่ว่าสุโขทัย อยุธยา และอะไรต่ออะไรในที่อื่นๆ นั้น คนในท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริงนั้นได้อะไรบ้างจากการเป็นแหล่งมรดกโลกนั้นๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในการจัดการและดำเนินการ ตลอดจนรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวล้วนเป็นของทางราชการและนักธุรกิจ นักลงทุน รวมทั้งมัคคุเทศก์จากภายนอกแทบทั้งสิ้น รายได้ที่จะพึงมีก็แต่เพียงการเป็นแรงงานในด้านบริการ หรือการนำของเล็กๆ น้อยๆ มาขายเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้น แต่ที่สำคัญ คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้อะไร รวมทั้งคนที่มาเที่ยวจากภายนอกได้เรียนรู้อะไร

 

อย่างเช่นเมืองมรดกโลกสุโขทัย เป็นต้น ที่แลเห็นจากกำแพงเมือง ซากวัดวาอารามที่บูรณะ ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง รวมทั้งต่อเติมกันอย่างผิดๆ พอถึงเวลาก็จัดการมหกรรมการท่องเที่ยวอย่างอลังการ เช่น ประเพณีลอยกระทง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพื่อให้เกิดรายได้ที่รัฐบาลสามารถเอาตัวเลขไปโอ่ถึงความสำเร็จทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งแท้จริงแล้วรายได้เหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เป็นรายได้ของคนนอกถิ่น ต่างถิ่นแทบทั้งสิ้น ส่วนคนในท้องถิ่นที่เป็นชาวบ้านได้แต่เพียงเป็นผู้คอยเก็บขยะนานาประเภทหลังจากแสงเสียงเมื่อการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง

 

ดูเหมือนสิ่งที่คนท้องถิ่นบางคนภูมิใจก็คือ การที่ถูกมอมเมาโดยการแสดงและการบรรยายของทั้งทางราชการและผู้อยู่ในขบวนการมรดกโลก ว่าสุโขทัย คือราชธานีแห่งแรกของคนไทย และประเพณีลอยกระทงเกิดขึ้นที่สุโขทัยเป็นแห่งแรก ทั้งเมืองสุโขทัยและประเพณีลอยกระทงจึงเป็นตำนานที่แยกกันไม่ออก

 

 

 

ภาพคณะของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จปราสาทเขาพระวิหาร

โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ปกครองอาณานิคมกัมพูชา ชาวฝรั่งเศสมาต้อนรับ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒

 

ทั้งเรื่องเมืองสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทย และประเพณีลอยกระทงเกิดขึ้นครั้งแรกในสุโขทัย เป็นเรื่องที่มาจากประวัติศาสตร์ชาติ อันเป็นประวัติศาสตร์ที่สร้างจากคนภายนอก โดยเฉพาะจากทางกรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งซังกะบ๊วยคนหนึ่งในยุคอาณานิคม ที่มีความรู้เรื่องการงานจารึก และรูปแบบศิลปะของโบราณกาลเป็นอย่างดี อ่านได้ทั้งภาษาไทยโบราณและมอญ-เขมรโบราณและเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์ อุษาคเนย์โบราณ ที่อธิบายการเกิดของรัฐและดินแดนดังรูปแบบศิลปะและภาษา ดังเช่นที่เมืองสุโขทัยมีโบราณสถานในศิลปะแบบขอมหรือเขมร ก็บอกว่าเมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของขอม กัมพูชา ในขณะที่มีจารึกภาษาไทยอยู่มากมายนั้นแสดงว่าไทยเข้ามาเป็นขี้ข้าขอมอยู่ก่อน แล้วปลดแอกเป็นอิสระได้ในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนรามคำแหง เมื่อเป็นปึกแผ่นแล้วจึงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมาแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง ปราชญ์ของชาติที่เป็นต้นตระกูลประวัติศาสตร์ชาติไทยเชื่อว่าเป็นจริง เลยทำให้มีการเขียนเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยกันมาจนทุกวันนี้

 

ประวัติศาสตร์แบบนี้ก็คือตำนานชุดใหม่ที่คนนอกที่อ้างตนเองว่าเป็นผู้รู้ดีกว่าคนในท้องถิ่นทั้งหลาย สร้างขึ้นมาลบล้างบรรดาตำนานบ้านเมืองของผู้คนท้องถิ่นที่มีการถ่ายทอด และเปลี่ยนแปลงกันมาอย่างต่อเนื่องให้หมดสิ้นไป นับเป็นตำนานเหมือนกันเพราะมุ่งให้คนเชื่อว่าเป็นจริง ซึ่งก็เหมือตำนานของคนท้องถิ่น แต่ความต่างกันอยู่ที่ตำนานประวัติศาสตร์ชาติ มีขอบเขตการแบ่งยุคสมัยชัดเจน ในขณะที่ตำนานพื้นบ้านพื้นเมืองไม่กำหนดสมัยเวลาแน่ชัด เพราะมีการปรับปรุงปรับเปลี่ยนกันมาอย่างสืบเนื่อง โดยการเรียนรู้และถ่ายทอดกันเองในท้องถิ่น จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นตำนานประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต [Living history]

 

ในขณะที่ตำนานประวัติศาสตร์ชาติ เป็นประวัติศาสตร์ที่ตายแล้ว เพราะเน้นการสิ้นสุดของยุคสมัย เช่นสมัยพ่อขุนรามเป็นต้น ทำให้พระร่วงในตำนานมีชีวิตของคนท้องถิ่นกลายเป็นพ่อขุนราม เหมือนกันกับ ท้าวอู่ทอง คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ เป็นต้น

 

ประวัติศาสตร์แบบนี้ขบวนการมรดกโลกมีความถนัดเป็นพิเศษในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหาความชอบธรรม เพราะเป็นเรื่องที่คนในท้องถิ่นไม่รู้ รวมทั้งคนในที่อื่นๆ ทั่วไปไม่รู้ เลยทำให้คณะกรรมการมรดกโลกกลายเป็นผู้รู้ที่ผูกขาดความรู้แต่ผู้เดียว โดยระดมบรรดานักวิชาการที่มีดีกรีเป็น

 

ด๊อกเตอร์ด๊อกตีน และบรรดาบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ของทางรัฐ รวมทั้งนักวิชาการตามมหาวิทยาลัยที่ขายชาติและข้ามชาติเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดแผนแม่บทที่ไม่เคยนำมาแสดงให้เกิดประชาพิจารณ์ โดยคนหลายๆ ภาคส่วน (โดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ในท้องถิ่น) แต่อย่างใด

 

ผลที่ตามมาภายหลังจากการเกิดขึ้นของแหล่งมรดกโลกอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการปลดปล่อยแล้ว ก็มักเกิดการแสดงแสงเสียง การแสดงนิทรรศการ การสร้างเอกสารประวัติศาสตร์ เอกสารนำชม รวมทั้งการนำชมนำแสดง ที่ทำให้เกิดเป็นเรื่องเสมือนจริง [Visual reality] ขึ้น กอร์ปกับการใช้เทคโนโลยีแบบไอทีด้วยแล้วก็มีศักยภาพในการสื่อสารให้คนเชื่อและเห็นจริงจนงมงาย นับเป็นการมอมเมาให้คนเชื่อว่าสิ่งที่แต่งขึ้น ประดิษฐ์ขึ้นเหล่านั้น คือความจริงทางประวัติศาสตร์ไป

 

แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ในขณะนี้ก็คือ ตำนานประวัติศาสตร์ของกรรมการมรดกโลกแบบที่ทำขึ้นได้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว ประวัติศาสตร์ที่ตายไปแล้วของยุคเมืองพระนคร ของพวกกษัตริย์ขอมวรมันทั้งหลายกำลังคืนชีพเป็นประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งถ่อยๆ ยุคอาณานิคมทิ้งไว้ให้เป็นจุดเด่นของคนกัมพูชาในยุคด้อยพัฒนาที่จะใช้ในการรุกล้ำอธิปไตยของดินแดน และผู้คนโดยเฉพาะคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพราะกัมพูชาอันเป็นรัฐของการขายสัมปทานแหล่งมรดกโลกให้กับขบวนการข้ามชาติของคณะกรรมการมรดกโลก กำลังเรียกร้องเอาบรรดาแหล่งโบราณคดีที่มีศิลปกรรมแบบขอมและจารึกขอมทั้งหลายในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งเห็นได้จากกรณีที่รุกมายังปราสาทตาเมือนธม ตามเมือนโต๊ด และกำลังจะถึงปราสาทสด๊อกก๊อกธมเป็นตัวอย่าง

 

ข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้ คงไม่นานเกินรอ เพราะดูทางรัฐและบรรดานักวิชาการทั้งในชาติและข้ามชาติของประเทศ รวมทั้งบรรดาสถาบันการวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัยและหน่วยราชการก็ดูสนับสนุนดี อย่างที่ก็มีนักประวัติศาสตร์ดังๆ หลายท่านมักจะออกมาสนับสนุนการเรียกร้องความจริงและสิทธิของกัมพูชาในเรื่องปราสาทต่างๆ ที่บางแห่งกินเข้ามาถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางว่า เป็นของเขมรและเขมรเคยเป็นเจ้าของดินแดนมาก่อน นับว่าเข้าทางของนักวิชาการเขมรที่บอกว่าคนไทยเป็นพวกขโมยขะโจรหนีมาจากน่านเจ้าอะไรทำนองนั้น ประวัติศาสตร์แบบตายๆ เช่นนี้ ถ้านำมาปลุกผีกันมากๆ แล้ว ก็จะทำให้เพลงปลุกระดมของขบวนการเชื้อชาตินิยมที่ว่า “เราจะถอยไม่ได้อีกแล้ว” คงเป็นจริงขึ้นมา เพราะแผ่นดินบกก็เป็นของเขมร ส่วนแผ่นน้ำในทะเลก็เป็นของมลายูที่มีมาแต่สมัยศรีวิชัย

 

ทว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่สนับสนุนการขยายตัวของมรดกโลกของกัมพูชาก็คือ งานวิจัยที่ดีแผ่ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีชื่อว่า “ราชมรรคา” อันเป็นการวิจัยโดยนักวิชาการของหน่วยราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ ได้รับทุนอุดหนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยเพื่อการพัฒนา ทำขึ้นมาว่า มีถนนโบราณที่สร้างมาจากศูนย์กลางอำนาจเมืองนครธมของกัมพูชา ในที่ราบลุ่มทะเลสาบเขมร ผ่านเทือกเขาพนมดงเร็ก มายังที่ราบสูงโคราช ผ่านปราสาทขอมต่างๆ จนถึงเมืองพิมาย นับเป็นการสร้างสิ่งเสมือนจริง [visual reality] ด้านเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมที่ทำให้เกิดจินตนาการของคนในยุคหลังสมัยใหม่นิยมได้ไม่ยาก เพราะทำให้คิดเพลินไปได้ว่า สมัยกษัตริย์วรมันที่ตายไปแล้วหลายชาติเกิด นั้นมี Super high way

 

ข้าพเจ้าหวังใจว่าคงไม่นานเกินรอที่จะแลเห็นปราสาทขอมที่ปัจจุบันเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ของคนท้องถิ่นที่นับถือผี จะถูกพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปให้เป็นที่ประดิษฐานของ ศิวลึงค์ เพื่อการท่องเที่ยวระดับโลกกัน คนท้องถิ่นคงทำอะไรไม่ได้ ต่อรองอะไรไม่ได้ นอกจากการไปหาที่อยู่ใหม่ และสร้างศาลใหม่ให้ ผี อยู่กัน 

 

ศรีศักร วัลลิโภดม : บทบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๓๔ ฉ. ๓ (กรกฏาคม-กันยายน  ๒๕๕๑)

อัพเดทล่าสุด 9 เม.ย. 2561, 09:19 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.