
การถวายพระไม้เพื่อพุทธบูชาในวิหารหลวง พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่านในปัจจุบัน
คำว่า “พระเจ้าไม้”เป็นภาษาล้านนา หมายถึงพระพุทธรูปที่แกะสลักขึ้นมาจากไม้มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ประมาณหน้าตัก ๑ นิ้วจนถึงขนาด ๑ เมตรเศษ แต่ส่วนใหญ่นิยมแกะสลักให้มีหน้าตักประมาณ ๒–๕ นิ้ว นิยมแกะสลักจากไม้ท่อนเดียว
น้อยครั้งที่จะพบมีการสร้างประกอบขึ้นจากไม้หลายท่อน โดยเฉพาะพระเจ้าไม้ที่แกะสลักจากไม้มงคลหลากหลายชนิดแยกทำเป็นพระโมฬี พระเศียร พระพาหา (แขน) พระหัตถ์ พระชงฆ์ (แข้ง) พระบาท และส่วนอื่นๆ แล้วนำมาประกอบกันเป็นองค์พระเจ้าไม้ โดยมีสลักไม้เล็กๆ ตอกตรึงไว้คล้ายกับการสร้างพระเจ้าแสนแซ่ที่เป็นโลหะ
พระเจ้าไม้ชนิดนี้เป็นพระเจ้าไม้พิเศษของล้านนาที่เรียกว่า “พระเจ้าไม้ชาตา”(พระเจ้าชะตา) หรือ “พระเจ้าไม้สมฤทธี”หรือ “พระเจ้าไม้เจ็ดเยื่อง”เชื่อว่าผู้ใดสร้างหวังสิ่งใดจะสมปรารถนาทุกประการ ซึ่งจากการออกสำรวจจารึกฐานพระเจ้าไม้ของผู้เขียนในหลายจังหวัดทั้งจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน พบว่าพระเจ้าไม้แบบพิเศษลักษณะนี้มีน้อยมาก บางวัดอาจไม่พบ บางวัดอาจพบเพียง ๒–๓ องค์ และเกือบทุกองค์ผู้สร้างล้วนแต่เป็นชนชั้นเจ้านายและขุนนาง
พระเจ้าไม้มีทั้งปางประทับนั่ง นอน ยืน และเดิน แต่ส่วนใหญ่นิยมสร้างประทับนั่งปางมารวิชัย ส่วนช่วงเวลาของการสร้างถวายวัด จากการอ่านจารึกใต้ฐานพระเจ้าไม้พบว่ามีการสร้างถวายได้ตลอดทั้งปี แต่ที่นิยมมากที่สุดอยู่ในช่วงเดือนยี่หรือช่วงยี่เป็ง (ตรงกับเดือน ๑๒ ของภาคกลางหรือประมาณเดือนพฤศจิกายน) จุดประสงค์ของผู้สร้างส่วนใหญ่เพื่อหวังผลเอาพระนิพพานและสืบทอดค้ำชูอายุพระพุทธศาสนาให้ครบ ๕,๐๐๐ ปี ส่วนจุดประสงค์อื่นๆ ที่พบ เช่น เพื่ออุทิศให้บิดามารดาญาติมิตรวงศาหรือสัตว์มีคุณที่ล่วงลับไป อุทิศให้ผีปู่ย่าและผีอารักษ์ที่รักษาบ้านเมืองเหมืองฝาย เพื่อค้ำชูดวงชะตาของผู้สร้างหรือเพื่อให้มียศศักดิ์และทรัพย์สมบัติ เป็นต้น
ซึ่งในคัมภีร์อานิสงส์ของล้านนาก็ยังได้กล่าวไว้เพื่อให้ผู้คนชาวล้านนาเห็นความสำคัญของการสร้างพระเจ้าไม้ว่า การสร้างพระพุทธรูปด้วยไม้ได้อานิสงส์ถึง ๒๐ กัป (วิเชียร สุรินต๊ะ และคณะ, อานิสงส์ล้านนา, ๒๕๔๔ :๓๔๕)
พระเจ้าไม้เมื่อแกะสลักและลงรักปิดทองหรือประดับด้วยแก้วจืนหรือแก้วอังวะ เสร็จแล้วก็จะนำไปถวายที่วัดเพื่อประกอบพิธีกรรม “เป็กข์พระเจ้า”หรือพิธีอบรมสมโภชพุทธาภิเษกที่วัดของแต่ละหมู่บ้าน เมื่อประกอบพิธีกรรมเสร็จแล้วก็จะนำเอาประดิษฐานไว้บนแท่นแก้ว (ฐานพระประธาน) ไว้ตามขื่อ แป หรือบนสันขอบกำแพงผนังของพระวิหารและพระอุโบสถเพื่อไว้เป็นที่สักการะต่อไป ด้วยพระเจ้าไม้สร้างขึ้นจากไม้ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายทั่วไป จึงเป็นพระพุทธรูปที่คนทุกชนชั้นในสังคมล้านนาสามารถสร้างได้และกระทำสืบทอดกันมาจนกระทั่งค่อยๆ หมดลงไปในช่วงประมาณทศวรรษ ๒๔๗๐–๒๔๘๐ เพราะจากการสำรวจจารึกฐานพระเจ้าไม้ที่มีการสร้างในช่วงนี้เป็นต้นมาพบน้อยมาก

พระเจ้าไม้ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๔๗ ปัจจุบันมีอายุ ๓๐๗ ปี แกะสลักจากไม้ท่อนเดียวสร้างโดย “อ้ายชุ่ม”อีกองค์หนึ่งแกะสลักประกอบจาก ๒ ส่วน คือ ส่วนองค์พระกับส่วนฐาน ใต้องค์พระมีช่อง สันนิษฐานว่าเจาะไว้บรรจุแผ่นดวงชะตาของผู้สร้างคือ “แสนอินทร์”
ส่วนสาเหตุที่ผู้คนในวัฒนธรรมล้านนาหยุดสร้างพระเจ้าไม้เพื่อถวายวัด นอกจากสมัยนี้สามารถหาเช่าบูชาพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองเหลืองหรือแก้วได้ง่ายตามร้านค้า (ในคัมภีร์อานิสงส์ของล้านนาได้กล่าวว่าการสร้างพระพุทธรูปด้วยทองเหลืองได้อานิสงส์ ๔๕ กัป สร้างพระพุทธรูปด้วยแก้วมณีได้อานิสงส์มากถึง ๖๕ กัป) ยังต้องคงวิเคราะห์ให้ลุ่มลึกในโอกาสต่อไป
เมื่อผู้คนทุกชนชั้นสามารถสร้างพระเจ้าไม้ได้และมีการสร้างขึ้นถวายวัดเป็นประจำทุกปี จึงปรากฏการสร้างพระเจ้าไม้มีมาแต่โบราณไม่ขาดสาย ทว่าพระพุทธรูปชนิดนี้มีข้อจำกัดว่าสร้างขึ้นด้วยไม้จึงได้ผุพังไปตามกาลเวลา จึงทำให้ที่ผ่านมาค้นพบพระเจ้าไม้มีอายุการสร้างประมาณ ๑๐๐–๒๐๐ ปีเป็นส่วนใหญ่
จากการสำรวจในช่วง พ.ศ.๒๕๑๗ ของ ดร. ฮันส์ เพนธ์ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบพระเจ้าไม้ในล้านนาเก่าที่สุดในขณะนั้นของวัดดอกคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างเมื่อ จ.ศ.๑๑๔๕ (พ.ศ.๒๓๒๖, ปัจจุบันอายุ ๒๒๘ ปี) โดย “ท้าวบุญเรือง”(ฮันส์ เพนธ์, คำจารึกที่ฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, ๒๕๑๗ :๑๐)และต่อมาในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๕ จากการสำรวจของรองศาสตราจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์ ภาควิชาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พบพระเจ้าไม้ล้านนาเก่าที่สุดในขณะนั้นของวัดนาซาว อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สร้างเมื่อ จ.ศ. ๑๑๐๙ (พ.ศ.๒๒๙๐, ปัจจุบันอายุ ๒๖๔ ปี) รองลงมาพบที่วัดเดียวกันสร้างเมื่อ จ.ศ.๑๑๑๒ (พ.ศ.๒๒๙๓, ปัจจุบันอายุ ๒๖๑ ปี) (สายันต์ ไพรชาญจิตร์, การศึกษาเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูประเพณีการทำบุญด้วยการสร้างพระพุทธรูปไม้ในจังหวัดน่าน, ๒๕๔๕ : ๔๐)
ต่อมามีการสำรวจของปราชญ์ชุมชนที่วัดน้ำล้อม อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พบพระเจ้าไม้เก่าแก่ที่สุดของล้านนาในขณะนั้นสร้างเมื่อ จ.ศ.๑๑๐๐ (พ.ศ.๒๒๘๑, ปัจจุบันอายุ ๒๗๓ ปี) รองลงมาสร้างเมื่อ จ.ศ.๑๑๐๙ (พ.ศ.๒๒๙๐, ปัจจุบันอายุ ๒๖๔ ปี) โดย “พญาสุกรินทร์”(เอกสารสำรวจจารึกฐานพระเจ้าไม้ของวัดน้ำล้อม)

พระเจ้าไม้ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๔๗ ปัจจุบันมีอายุ ๓๐๗ ปี แกะสลักจากไม้ท่อนเดียวสร้างโดย “อ้ายชุ่ม”อีกองค์หนึ่งแกะสลักประกอบจาก ๒ ส่วน คือ ส่วนองค์พระกับส่วนฐาน ใต้องค์พระมีช่อง สันนิษฐานว่าเจาะไว้บรรจุแผ่นดวงชะตาของผู้สร้างคือ “แสนอินทร์”
จนกระทั่งเมื่อระหว่างวันที่ ๒๕–๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ร่วมกับคณะทีมงานสำรวจจารึกและทำทะเบียนพระเจ้าไม้ในอำเภอเมืองและอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จำนวนหลายวัด คณะสำรวจประกอบด้วยอาจารย์สราวุธ รูปิน อาจารย์พิเศษสาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์อนุสรณ์ บุญเรือง อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนายศิรพงศ์ ศักดิ์สิทธิ์ นักศึกษาปริญญาโทคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งผู้เขียนได้ทำหน้าที่อ่านจารึกอักษรธรรมล้านนาที่ฐานพระเจ้าไม้ตามวัดที่ออกสำรวจ
พบว่าที่ วัดคัวะ หรือ วัดพุ่มมาลา ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีพระเจ้าไม้ที่มีจารึกเก่าแก่ที่สุดในล้านนาเท่าที่สำรวจพบในขณะนี้คือสร้างเมื่อ จ.ศ. ๑๐๖๖ (พ.ศ.๒๒๔๗, ปัจจุบันอายุ ๓๐๗ ปี) อยู่ในสมัยพระเมืองราชาเป็นผู้ครองเมืองน่าน (พ.ศ.๒๒๓๒–๒๒๔๗) จำนวน ๓ องค์ องค์แรกสร้างถวายโดย “แสนอินทร์” ดังจารึกว่า “...สกราชได้ ๑๐๖๖ ตัว ปีกาบสี เดือน ๕ เพง มูลสัทธาหมายมีแสนอินท์เปนเค้ากว่าภริยาลูกเต้าชู่ฅน...”องค์ที่สองสร้างถวายโดย “อ้ายชุ่ม” (ออกเสียงว่า “อ้ายจุ้ม) ดังมีจารึกว่า “...สกราชได้ ๑๐๖๖ ตัว ปีกาบสี...หมายมีอ้ายชุ่มเปนเค้า...”และองค์ที่สามไม่จารึกชื่อผู้สร้างปรากฏเพียงศักราชดังจารึกว่า “...สกราชได้ ๑๐๖๖ ตัว ปีกาบสี...” ส่วนพระเจ้าไม้ที่มีอายุรองลงมาเป็นลำดับสองพบที่วัดเดียวกันนี้มีจำนวน ๑ องค์ สร้างเมื่อ จ.ศ. ๑๐๗๐ (พ.ศ. ๒๒๕๑, ปัจจุบันอายุ ๓๐๓ ปี) โดย “อุปละ”และ “แม่ทิพย์”(ออกเสียงว่า “แม่ติ๊บ”) และพระเจ้าไม้ที่มีอายุรองลงมาเป็นลำดับสามพบที่วัดเดียวกันนี้อีกเช่นกันมีจำนวน ๒ องค์ สร้างเมื่อ จ.ศ.๑๐๘๕ (พ.ศ.๒๒๖๖, ปัจจุบันอายุ ๒๘๘ ปี) องค์แรกสร้างถวายโดย “พ่อทุกัญจนะ”(ออกเสียงว่า “ป้อตุ๊กั๋นจะนะ”) กับองค์ที่สองสร้างถวายโดย “แม่ทุกัญจนะ”(ออกเสียงว่า “แม่ตุ๊กั๋นจะนะ”) จากการออกสำรวจครั้งนี้จึงน่ายินดียิ่งที่ได้ค้นพบพระเจ้าไม้เก่าแก่ที่สุดของล้านนาในขณะนี้คือ มีอายุถึง ๓๐๗ ปี เก่ากว่าค้นพบครั้งก่อนที่วัดน้ำล้อมถึง ๓๔ ปี
ในปัจจุบันบนผืนแผ่นดินล้านนาแห่งนี้ยังมีพระเจ้าไม้ที่บรรพบุรุษได้สรรค์สร้างขึ้นด้วยความเคารพศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา และเหลือทิ้งไว้ให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอีกจำนวนมากมายมหาศาล กำลังรอให้ลูกหลานรุ่นปัจจุบันได้เห็นคุณค่าดูแลรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรที่จะเข้าทำการสำรวจจารึกและทำทะเบียนของแต่ละหัววัด ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ทำโดยเพียงลำพังของคณะนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ คงไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมดในช่วงชีวิตนี้
ดังนั้นจึงต้องอาศัยปราชญ์ชุมชน “พ่อน้อย”“พ่อหนาน”คณะศรัทธาในแต่ละหัววัดหรือแต่ละท้องที่ช่วยกันทำการสำรวจจารึกและทำทะเบียนอย่างจริงจัง เพราะนอกจากจะทำให้เราทราบถึงความเก่าแก่ของชุมชน ช่วยเติมเต็มประวัติความเป็นมาของชุมชน เติมเต็มประวัติศาสตร์ล้านนา และเป็นการป้องกันการถูกโจรกรรมพระเจ้าไม้ออกสู่ตลาดพระเครื่องที่กำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งอยู่ในขณะนี้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าไม่ชุมชนใดก็ชุมชนหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ต้องพบพระเจ้าไม้ที่มีจารึกเก่าแก่กว่าที่คณะผู้เขียนสำรวจพบอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน
ภูเดช แสนสา
อาจารย์พิเศษสาขาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
หมายเหตุจากผู้อ่าน :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๘๙(มี.ค.-เม.ย.๒๕๕๔)”