หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เรื่องราวของวีรบุรุษทางวัฒนธรรม “เจ้าปู่ตาหมวกคำ” ที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
บทความโดย ธีระวัฒน์ แสนคำ
เรียบเรียงเมื่อ 1 ก.ค. 2553, 13:34 น.
เข้าชมแล้ว 14518 ครั้ง

 

อนุสาวรีย์เจ้าปู่หมวกคำ

 

เมื่อครั้งที่ผู้เขียนศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและเป็นหัวหน้ากลุ่มประวัติศาสตร์สองข้างทาง  ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับมอบหมายจากรองศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ สถาปนะวรรธนะ ให้พาสมาชิกกลุ่มประวัติศาสตร์สองข้างทางลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีลุ่มน้ำน่าน น้ำปาด และน้ำตรอน ในเขตหุบเขาทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในเขตอำเภอท่าปลา น้ำปาด ฟากท่า บ้านโคก และทองแสนขัน ราวปลายเดือนมกราคม ๒๕๕๓ 

 

ครั้งนั้นเราได้พบข้อมูลประวัติศาสตร์โบราณคดีและเรื่องราวใหม่ๆ ในท้องถิ่นดังกล่าวมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน ชุมชนโบราณ ตำนานเรื่องเล่าและความเชื่อของท้องถิ่น

 

ในที่นี้ผู้เขียนขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “เจ้าปู่ตาหมวกคำ” ที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีทั้งข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์และความเชื่อรวมอยู่ด้วยกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าปู่ตาหมวกคำเป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ถูกปรับเปลี่ยนจากผีเมืองมาเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งศาลและอนุสาวรีย์ที่ระลึก

 

ศาลเจ้าปู่หมวกคำ เป็นเรือนขนาดใหญ่สองหลังเชื่อมต่อกัน หลังหนึ่งเป็นที่ประกอบพิธีบนบานศาลกล่าวและแก้บน เชื่อว่าเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณเจ้าปู่หมวกคำ อีกหลังเป็นที่พักของนายเปลี่ยน สิงห์ทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า “ลุงสวย” ผู้ประกอบพิธีติดต่อสื่อสารกับเจ้าปู่หมวกคำ ซึ่งมีโทรทัศน์ ตู้เย็น และสิ่งของอื่นๆ เหมือนบ้านทั่วไป ที่จริงแล้วลุงสวยก็มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ว่าทำหน้าที่เป็น “จ้ำ” หรือผู้ทำพิธีติดต่อกับเจ้าปู่หมวกคำ จึงย้ายจากบ้านมาอยู่ที่นี่เพื่อความสะดวกของผู้มาแก้บน ในวันที่ผู้เขียนและคณะลงพื้นที่เก็บข้อมูลก็มีผู้คนมาแก้บนหลายคณะ ใช้ทั้งหมู ไก่ และเหล้าในการแก้บน

 

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับศาลเจ้าปู่หมวกคำและชาวบ้านที่มาแก้บนได้ความว่า  เจ้าปู่หมวกคำศักดิ์สิทธิ์มาก  เชื่อว่าท่านปกป้องคุ้มครองลูกหลานที่มาบนบานศาลกล่าวทุกคน มีคนมาทำพิธีแก้บนจากอุตรดิตถ์  พิษณุโลก  หรือจากทางภาคอีสานก็มาเป็นจำนวนมาก เมื่อสมหวังดั่งใจหมายแล้วก็นำเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บน ซึ่งมีลุงสวยเป็นผู้ประกอบพิธีติดต่อสื่อสารกับเจ้าปู่หมวกคำ    

       

บริเวณที่ตั้งศาลและอนุสาวรีย์เจ้าปู่ตาหมวกคำเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่  ไม่ว่าจะเป็นต้นยางและต้นตะเคียนใหญ่ขนาด ๒–๓ คนโอบหลายต้น ลักษณะเป็นดอน มีลำน้ำสุ่มแวดล้อมสามด้าน  

 

นอกจากเจ้าปู่หมวกคำจะถูกบูชาในรูปของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีศาลและพิธีกรรมแก้บนแล้ว ชาวบ้านยังปั้นเจ้าปู่ตาหมวกคำเป็นรูปปั้นในท่ายืนสะพายดาบ สวมหมวกกะโล่ สวมเสื้อราชปะแตน นุ่งโจงกระเบนมีผ้าคาดเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก

 

ศาลที่เป็นอาคารเรือนไม้เจ้าปู่หมวกคำ

 

ตามประวัติของท่านนั้นเชื่อว่าเป็นเจ้าเมืองเก่า ดังปรากฏในจารึกที่ฐานอนุสาวรีย์ว่า

 “ประวัติเจ้าปู่ตาหมวกคำ จากคำสันนิษฐานกล่าวว่า เป็นเจ้าเมืองมาจากภูเงินภูคำในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำทัพไปปราบฮ่อที่เมืองเส้า (หลวงพระบาง) ได้กวาดต้อนผู้คนมาเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีเจ้าเมืองภูเงินภูคำมาด้วย ครั้นพอถึงเขตบ้านโคก เห็นเป็นทำเลที่เหมาะสม แม่ทัพจึงสั่งให้เจ้าเมืองภูเงินภูคำสร้างค่ายคูประตูหอรบที่ภูเวียง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอบ้านโคก และอีกค่ายหนึ่งอยู่ที่ภูโพง ต่อมาเจ้าเมืองภูเงินภูคำสิ้นชีวิตลง ชาวบ้านเห็นว่าเป็นบุคคลสำคัญต่อบ้านเมือง จึงร่วมใจกันสร้างศาลเพื่อดวงวิญญาณของท่านได้สิงสถิตอยู่ชื่อว่า เจ้าปู่ตาหมวกคำ”

 

สำหรับภูเวียง ปัจจุบันคือเนินเขาบริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านโคก ชาวบ้านเล่าว่าเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหรือบ้านเรือนของผู้คนที่อพยพมาพร้อมกันกับพ่อปู่หมวกคำ บนเนินยังมีต้นไทรขนาดใหญ่พอเห็นเป็นหลักฐานได้บ้าง มีการทำกำแพงไม้ล้อมเนินเขาลักษณะคล้ายป้อมค่ายทั่วไป เวลาใช้น้ำก็ลงมาตักที่ลำน้ำสุ่มซึ่งอยู่ตีนเนินทางทิศใต้ใกล้ศาลพ่อปู่หมวกคำ 

 

ภูโพง นั้นเป็นภูเขาขนาดย่อมอีกลูกหนึ่ง อยู่ห่างจากภูเวียงไปราว ๑-๒ กิโลเมตร สูงจากพื้นราบประมาณ ๖๐-๑๐๐ เมตร ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่ตั้งป้อมค่ายสอดแนมข้าศึกของเจ้าปู่หมวกคำ หากมีข้าศึกยกทัพมาตีก็จะอพยพผู้คนไปอยู่ที่ภูโพง จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านทำให้ได้ข้อมูลว่าบนยอดภูโพงมีร่องรอยแนวคันดินที่ขุดขึ้นเป็นคูค่าย สนามเพลาะด้วย 

 

เรื่องราวของเจ้าปู่หมวกคำมีความน่าสนใจไม่น้อย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์และความเชื่อของท้องถิ่น  หากมีโอกาสมาเยี่ยมชม ช่องภูดู่ ด่านการค้าชายแดนไทย-ลาว ที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคกแล้ว ผู้เขียนอยากจะแนะนำให้ท่านเดินทางมาที่ตัวอำเภอบ้านโคกซึ่งห่างจากช่องภูดู่ราว ๒๐ กิโลเมตร  ท่านจะได้เห็นความศรัทธาของชาวบ้านโคกที่มีต่อเจ้าปู่หมวกคำ และเห็นวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของชาวบ้านโคก  ผู้เขียนรับรองว่าเสน่ห์แห่งที่ราบลุ่มลำน้ำสุ่มท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้จะสร้างความประทับใจให้แก่ท่านอย่างแน่นอน

 

หมายเหตุจากผู้อ่าน :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๘๕ (กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๕๓)

อัพเดทล่าสุด 9 พ.ค. 2561, 13:34 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.