“อย่าลืม...โพธาราม” ชมรมของคนท้องถิ่นกับการเคลื่อนไหวภาคสังคม
![]() |
| รอยพระพุทธบาทที่มีเก๋งจีนเป็นมณฑปครอบอยู่ ณ วัดไทรอารีรักษ์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี |
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยพันธุ์ ไปเยี่ยม “ชมรมอย่าลืม..โพธาราม” ซึ่งเป็นชมรมของคนท้องถิ่นในตลาดโพธาราม ซึ่งสมาชิกชมรมฯ กรุณาให้ความรู้นำชมและอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของตลาดโพธารามแต่ครั้งเก่า
ชมรมอย่าลืม...โพธาราม ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๐, ๑๒ และ ๑๔ ถนนโพธาราม ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี บริเวณ “ตลาดบน” หัวมุมถนนท่านัดตัดกับถนนโพธาราม กลุ่มสมาชิกของชมรมฯ เป็นคนในตลาดโพธารามทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน
จากการพูดคุยกับประธานชมรมอย่าลืม...โพธาราม คือ คุณอภิชาติ ศิริอุดมเศรษฐ ถึงแรงบันดาลใจในการตั้งกลุ่ม เกิดจากการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ถึงแม้จะเป็นประเทศที่พัฒนาไปไกลในด้านเทคโนโลยีแต่ก็ไม่ลืมอดีตของตนเอง สังเกตได้จากการที่ตึกสูงระฟ้าถูกสร้างเคียงคู่กับบ้านเก่าแก่ ช่างเป็นภาพที่ชินตาและอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่ขัดเขิน
การจัดตั้งชมรมฯ อยู่ภายใต้แนวคิด วันวาน คือ อนาคต ใช้วิธีการอนุรักษ์และสร้างคุณค่าให้กับประวัติศาสตร์ เพื่อชักชวนผู้คนจากภายนอกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมเยือน กิจกรรมที่สำคัญของกลุ่ม คือ การอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นโดยเฉพาะห้องแถวไม้ อาคารโบราณอายุนับร้อยปีที่ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากภายในตลาดโพธาราม พร้อมทั้งอนุรักษ์วิถีชีวิตวัฒนธรรม เช่น อาหารการกิน หรืองานช่างแขนงต่างๆ
ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา กิจกรรมของชมรมฯ อยู่ในขั้นตอนดำเนินงาน เริ่มต้นจากการปรับภูมิทัศน์ชุมชนและเก็บข้อมูลเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชนทั้งในส่วนประวัติความเป็นมาของอาคารเก่าแก่ในชุมชนและวิถีชีวิตชาวบ้านแต่ครั้งอดีตและพื้นฟูประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีการตามประทีปบูชารอยพระพุทธบาทของชาวมอญ เป็นต้น เพื่อนำไปพัฒนาเป็นกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อไป
หากกล่าวถึงความสำคัญของตลาดโพธาราม ถือว่าเป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมาเนิ่นนาน เพราะจากหลักฐานบันทึกพระราชหัตเลขาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้กล่าวว่า “ ตำบลโพธารามนี้เป็นที่ตลาดอย่างสำเพ็ง ยืดยาวมาก ผู้คนหนาแน่น จำนวนคนในโพธารามมีถึง ๔๐,๐๐๐ มากกว่าอำเภอราชบุรีเสียอีก”
![]() |
| การตามประทีปบูชารอยพระพุทธบาทในวิหารที่ชมรมฟื้นฟูขึ้น |
พื้นที่ตลาดโพธารามแต่ดั้งเดิมแบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนก็มีความต่างกันไป เช่น ตลาดบน ในอดีตเป็นชุมชนที่ผลิตฟูกและที่นอนเพื่อส่งขาย หลักฐานที่ยังพอพบเห็นเหลือเพียงป้ายนามร้านค้า "ที่นอนราชา" คือ ป้ายของร้านทำที่นอนที่มีชื่อเสียงของตลาดโพธาราม คนในท้องถิ่นต่างล่ำลือถึงความประณีตในการทำที่นอน จนทำให้ชาววังต้องมาสั่งทำกัน
ตลาดกลาง เป็นตลาดสดที่ยังคงคึกคัก มีชาวโพธารามและคนในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาจับจ่ายซื้อของกัน พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานนีรถไฟโพธาราม ภายในตลาดเองยังมีกลิ่นอายของความเป็นชุมทางรถไฟในอดีต อย่างเช่นตรอกจับกัง จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่ได้ความว่า ตรอกดังกล่าวเป็นห้องเช่าที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนจีนที่อพยพเข้ามาแบบ “เสื่อผืนหม้อใบ” มาหางานที่สถานีรถไฟซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมากขนสินค้าไปส่งตามร้านค้าในละแวกตลาดและพื้นที่ใกล้เคียง
ส่วนสุดท้ายคือ ตลาดล่าง อาคารส่วนใหญ่เป็นเรือนแถวไม้ที่กระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบนถนนโชคชัยและถนนศรีสวัสดิ์ ในพื้นที่ตลาดล่างในอดีตมักทำน้ำปลาขายเป็นส่วนใหญ่ ปลาที่ใช้เป็นปลาน้ำจืดที่หาได้จากท้องถิ่น แต่ที่นิยมนำมาทำน้ำปลามากที่สุด คือ ปลาสร้อย ปัจจุบันนี้เหลือเพียงไม่กี่รายที่ยังคงสืบทอดกิจการต่อจากบรรพบุรุษ
ภายในตลาดโพธารามประกอบไปด้วยคนไทยเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่ รอบนอกออกไปบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองจะมีคนมอญอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ถัดไปบริเวณทุ่งราบริมฝั่งแม่น้ำ คนลาวตั้งรกรากผสมผสานกับคนไทย
ในอนาคตทางชมรมฯ จะรณรงค์ให้ชาวชุมชนตลาดโพธารามปลูกต้นไม้และปรับภูมิทัศน์ พร้อมทั้งกระตุ้นให้คนโพธารามเกิดความรัก หวงแหนและภูมิใจในบ้าน “บ้านเกิดเมืองนอน” ของตนเอง เช่น ปลูกฝังให้เยาวชนเกิดสึกนึกรักท้องถิ่น ด้วยการให้เด็กในชุมชนปั่นจักรยานไปเที่ยวชมศิลปะตามวัด พาเดินย่านห้องแถวเก่า ให้อาคารโบราณเป็น "พระเอก" บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ชุมชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของชมรมฯ ผ่านเอกสาร หนังสือ หรือ เว็ปไซต์ กำหนดกิจกรรมดึงคนรุ่นใหม่จากภายในและนอกชุมชนเข้ามาช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ของชมรมฯ ต่อไป
ชมรมอย่าลืม..โพธาราม เป็นการทำงานของชาวบ้านที่เกิดจากการมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่น ถือเป็นการร่วมไม้ร่วมมือกันระหว่าง คนใน กับ คนนอก จึงถือเป็นมิติในการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เกิดขึ้นและที่สำคัญเป็นความเคลื่อนไหวที่คำนึงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเป็นไปของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม
ข่าวกิจกรรมความเคลื่อนไหว :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๘๒ (มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)