หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
วันอีดิ้ลอัฎฮา : วันแห่งการระลึกถึงความภักดีต่ออัลเลาะห์ที่ชุมชนมหานาค
บทความโดย พัชรินธร เดชสมบูรณ์รัตน์
เรียบเรียงเมื่อ 26 เม.ย. 2559, 14:25 น.
เข้าชมแล้ว 97099 ครั้ง

“อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร

อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร

อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร (อัลเลาะห์ผู้ทรงยิ่งใหญ่)

ลาอิลาฮะอิ้ลลั้นลอ ฮุวั้ลลอฮุอักบัร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะห์ อัลเลาะห์ผู้ทรงยิ่งใหญ่)

อัลลอฮุอักบัร ว่าลิลัลาฮิ้ลฮัม (อัลเลาะห์ผู้ทรงยิ่งใหญ่

และมวลการสรรเสริญนั้นเป็นของพระองค์)”

บทกล่าวสรรเสริญพระเจ้าในวันอีดิ้ลอัฎฮาของศาสนาอิสลาม

 

 

เดือนกันยายนที่ผ่านมา หลายสำนักข่าวรายงานถึงพิธีฮัจญ์ที่ชาวมุสลิมจากทั่วโลกเดินทางไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้คนหลายล้านที่เบียดเสียดแออัดในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และทุกคนมาเพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือ การเคารพบูชาพระอัลเลาะห์ ซึ่งเป็นพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาที่พี่น้องชาวมุสลิมมีต่อพระเจ้า ทั้งนี้พิธีฮัจญ์เป็นพิธีกรรมสำคัญ โดยผู้เข้าร่วมแสวงบุญจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามและมีความพร้อมในการเดินทางไปแสวงบุญยังประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่วนผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ยังนครเมกกะก็จะทำการละหมาดและทำบุญเฉลิมฉลองกันที่บ้าน
และเรียกวันสำคัญนี้ว่า วันอีดิ้ลอัฎฮา

ศาสนาอิสลามจะมีงานวันเฉลิมฉลองเพียง ๒ ครั้ง คือวันอีดิ้ลฟิตริ และ วันอีดิ้ลอัฎฮา

วันอีดิ้ลฟิตริหรือวันออกบวช หรือวันอีดเล็ก จะเป็นวันที่ชาวมุสลิมมีการเฉลิมฉลองหลังจากการถือศีลอดมาตลอดทั้งเดือนรอมฎอน การเฉลิมฉลองในแต่ละปีจะต้องดูตามปฏิทินอิสลามโดยนับตามจันทรคติ เท่ากับว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี

 

การถือศีลอดนี้ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นการทำให้รู้ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจนแต่ทุกคนก็เหมือนกัน อีกทั้งทำให้สำนึกถึงความหิวโหยว่าเป็นอย่างไร และพร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นในยามที่คนอื่นไม่มี ซึ่งนับเป็นความเอื้ออาทรที่มีต่อมนุษย์โลกด้วยกันอย่างแท้จริง

ส่วนวันอีดิ้ลอัฎฮา เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองการเชือดสัตว์เพื่อพลีทาน ตามความหมายของคำ “อีด” แปลว่ารื่นเริงหรือ
เฉลิมฉลอง คำว่า อัฎฮา แปลว่า เชือดสัตว์พลีทาน และยังเป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองในการประกอบพิธีฮัจญ์ด้วย โดยในวันอารอฟะห์หรือวันที่ ๙ เดือนซุลฮิจยะห์ตามปฏิทินของอิสลาม วันก่อนวันอีดิ้ลอัฎฮาเพียงหนึ่งวันเป็นวันที่ชาวมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์จะต้องไปรวมตัวกันที่ทุ่งอัลราฟะห์เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์เพื่อชำระบาปที่ได้กระทำความผิด ในวันนี้ถ้ามีผู้ถือศีลอด ไม่กิน ไม่ดื่ม งดจากการทำความชั่วทุกอย่างเหมือนกับเดือนรอมฎอน อัลเลาะห์จะอภัยโทษให้ในบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมาและของปีหน้า

 

 

หลังจากนั้นในวันที่ ๑๐ เดือนซุลฮิจยะห์ก็คือวันอีดิ้ลอัฎฮา มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของอิสลามตามที่ได้ปรากฏในคัมภีร์กุรอาน พระองค์อัลเลาะห์ได้ให้ท่านนบีอิบรอฮิมทำการกุรบาน ซึ่งก็คือการเชือดสัตว์พลีเพื่อพระองค์อัลเลาะห์ เป็นการทดสอบจากพระผู้เป็นเจ้า เพื่อทดสอบท่านศาสดานบีอิบรอฮิม ถึงความศรัทธาและทดลองใจให้ทำการเชือดลูกของตัวเอง ซึ่งทั้งสองก็มีความภักดีต่อพระองค์โดยยอมทำตามทุกอย่าง แม้กระทั่งลูกของนบีอิบรอฮิมเอง แต่ที่สุดแล้วก็ไม่สามารถจะเอาคมมีดกรีดลงไปได้ เพราะมีดไม่สามารถเฉือนเข้า จึงส่งแพะหรือแกะจากสวรรค์มาให้ท่านศาสดานบีอิบรอฮิมให้ทำการเชือดแทน และนั่นก็เป็นที่มาของการทำกุรบานของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก วันอารอฟะห์และวันอีดิ้ลอัฎฮาจึงมีความต่อเนื่องกัน เพราะวันอีดิ้ลอัฎฮาเหมือนกับเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลแห่งการประกอบพิธีฮัจญ์ด้วย (ฮัจยีมูฮัมหมัด ศุมานนท์, สัมภาษณ์ ๒๔.๐๙.๕๘)

 

การทำกุรบานคือ การนำสัตว์มาเชือด เพื่อแจกจ่ายเนื้อให้กับคนยากจน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการบูชายัญ สัตว์ที่จะนำมาทำกุรบานนี้ คือ อูฐ วัว ควาย แพะ แกะ โดยมีหลักการเลือกสัตว์จากการดูจากคุณสมบัติต่างกัน อูฐต้องมีอายุ ๕ ปีบริบูรณ์ย่างเข้าปีที่ ๖ วัว ควาย และแพะ ต้องมีอายุ ๒ ปีบริบูรณ์ย่างเข้าปีที่ ๓ ส่วนแกะต้องมีอายุครบ ๑ ปีบริบูรณ์ย่างเข้าปีที่ ๒ สัตว์เหล่านี้ต้องมีลักษณะสวยงาม ไม่ผอมโซ ไม่ขาเป๋ ตาบอด เป็นง่อย หรือว่าป่วย และการเชือดสัตว์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็ต้องมีขั้นตอนการลงมือเชือด โดยต้องทำความสะอาดสัตว์ที่จะนำมาทำการกุรบาน มีดที่ใช้ต้องคม เพื่อให้สัตว์เสียชีวิตเร็วที่สุดและไม่ทรมาน แล้วสัตว์เหล่านี้จะนำผลบุญมาสู่คนที่ทำกุรบาน และถ้าชาวมุสลิมคนใดมีทุนในการซื้อสัตว์สำหรับการบริจาคแล้วอัลเลาะห์จะมอบผลบุญให้อย่างมากมาย สัตว์ที่ถูกเชือดเหล่านี้จะได้เป็นสัตว์ที่อยู่ในสรวงสวรรค์ตามหลักการของศาสนาอิสลาม

 

นอกจากการกำหนดสัตว์สำหรับเชือดและขั้นตอนการลงมือเชือดแล้วยังมีการกำหนดวันในการเชือดด้วย การเชือดสัตว์ในวันอีดิ้ลอัฎฮาไม่ใช่ว่าจะสามารถเชือดได้ในวันใดวันหนึ่ง แต่การเชือดถูกกำหนดระยะเวลาให้ทำได้ ๔ วันเท่านั้นคือตั้งแต่วันอีดิ้ลอัฎฮาตั้งแต่ช่วงหลังจากทำการละหมาดเสร็จ คอเต็บ (ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด) จะขึ้นไปบนมิมบัร (แท่น) เพื่อทำการคุตบะห์ (เทศนา)
หลังจากคุตบะห์ที่ ๒ จบลงจึงจะทำการเชือดได้ จนถึงเวลาเที่ยงแต่ถ้าไม่ได้ทำการเชือดในช่วงเวลานั้นยังสามารถทำได้อีกในช่วง ๓ วันให้หลัง เรียกว่า วันตัซเรค ในวันสุดท้ายหลังอาทิตย์ตกดินจะเป็นการหมดเวลาเชือด

 

แม้ว่าวันอีดิ้ลอัฎฮาจะเป็นงานวันรื่นเริงของชาวมุสลิมคำว่ารื่นเริงนั้นไม่ได้หมายถึงการกินเหล้าหรือเล่นการพนัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน แต่เป็นการพบปะพ่อแม่ญาติพี่น้อง เยี่ยมเยียนครูบาอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชน ผู้นำทางศาสนา ทำการส่งความสุขให้กันผ่านการกอดและขอโทษเพื่อให้ท่านยกโทษให้การพบปะญาติพี่น้องในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่ญาติพี่น้องที่ยัง
มีชีวิตอยู่เท่านั้น หากพ่อแม่ญาติพี่น้องเสียชีวิตไปแล้วก็สามารถไปเยี่ยมที่กุโบร์ หรือสุสานได้ด้วยเช่นกัน

 

การไปเยี่ยมพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตแล้วที่สุสานตามความเชื่อของคนมุสลิมเช่นที่มัสยิดมหานาคเชื่อว่า ผู้เป็นลูกหลานไปขออภัยโทษต่อพระเจ้าก็เพื่อให้อัลเลาะห์ยกโทษให้กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่เสียไปแล้ว 

 

 

ในความเป็นจริงแล้วคอเต็บของมัสยิดมหานาคได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “การโรยดอกไม้ที่เห็น ไม่ได้มีในหลักการ ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำไปรด เอาดอกไม้โรย มันเป็นเรื่องสิ้นเปลือง บางคนก็เอาพวงมาลัยเล็กๆ ไปคล้องไว้อย่างนี้ก็ไม่มีในหลักการ บางทีมันเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แต่ก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก ถ้าไม่ได้เป็นการตั้งภาคีต่อพระเจ้าก็ไม่ผิด ไม่ได้เป็นบาปใหญ่โทษหนักอะไร”

 

หลายคนคิดว่าวันอีดิ้ลอัฎฮาที่เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองนี้เป็นวันปีใหม่ของมุสลิม แต่ความเป็นจริงแล้ววันอีดิ้ลอัฎฮาขึ้นอยู่ในเดือน ๑๒ ที่เรียกว่าเดือนซุลฮิจยะห์ พอหมดจากเดือน ๑๒ ก็เข้าสู่วันที่ ๑ ของปีใหม่อิสลาม เรียกว่า เดือนมุฮัรรอมตามปฏิทินของอาหรับ โดยระยะเวลาจะเร็วกว่าปฏิทินสากลหรือปฏิทินไทยประมาณ ๑๐ วัน เพราะตามปฏิทินอาหรับวันในแต่ละเดือนจะมีเพียง ๒๙ หรือ ๓๐ วันเท่านั้นจึงทำให้เข้าสู่วันปีใหม่เร็วกว่าปฏิทินอื่น และปีใหม่ของอิสลามในแต่ละปีจะไม่ได้เป็นวันที่สามารถเจาะจงได้แน่นอนแต่จะต้องยึดจากการดูดวงจันทร์

 

ศาสนาอิสลามมีหลักความเชื่อที่ว่า ทำดีแล้วต้องได้ดี องค์อัลเลาะห์จะเห็นและให้ผลบุญ แม้ว่าความดีนั้นจะเล็กเท่าผงธุลีก็ตาม

 

หลักการที่ว่านี้เป็นผลให้เกิดการแย่งกันทำความดีทั้งกับตัวเอง ครอบครัวและสังคม การทำกุรบานก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดี เอื้ออาทรแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีเช่นเดียวกันกับการบริจาคให้ทาน ในวันอีดิ้ลอัฎฮาชาวมุสลิมจะบริจาคเงินให้แก่คนแปลกหน้าและคนยากคนจนแม้เป็นคนในละแวกบ้านเดียวกัน ด้วยความเชื่อที่ว่าในวันสำคัญเช่นนี้หากยิ่งบริจาคมากผลบุญก็จะมากขึ้นเท่านั้น

 

ปัจจุบันแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจะทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมต่างๆ ให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันจนแยกไม่ออก แต่งานวันอีดิ้ลอัฎฮาของชาวมุสลิมยังคงเป็นวันที่มีความหมายและความศักดิ์สิทธิ์ในความรู้สึกของผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามหรือแม้แต่ต่างศาสนาเอง เพราะด้วยความศรัทธาและความเชื่อในพระเจ้ายังคงเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวและผูกใจผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามไว้ด้วยกัน ให้ยึดมั่นในหลักคำสอนของการทำความดี เอื้ออาทรต่อมนุษย์ร่วมโลก ระลึกถึงหลักของความเท่าเทียมและการแบ่งปัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน

 

สัมภาษณ์

ฮัจยีมูฮัมหมัด ศุมานนท์ (คอเต็บมัสยิดมหานาค) (สัมภาษณ์ ๒๔.๐๙.๕๘)

คุณหะริน สิริคาดีญา (สัมภาษณ์ ๒๔.๐๙.๕๘)
 

อัพเดทล่าสุด 3 พ.ค. 2561, 14:25 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.