หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
ข้อมูลทั้งหมดมี 55 ข้อมูล
1 2 3 4 5 6 จากทั้งหมด 6 หน้า
ศาลากลางบ้าน – ศาลาคามวาสี
บทความโดย นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

คนเมืองปัจจุบันเห็นจะรู้จักศาลากลางจังหวัด หากได้หลงลืมศาลากลางบ้าน อันเป็นบรรพบุรุษของศาลากลางจังหวัดกันไปแล้ว สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากสภาพสังคมเปลี่ยนไป มีกลุ่มคนบ้านจัดสรร กลุ่มคนอะพาร์ตเมนต์ กลุ่มคนคอนโดมิเนียม ชุมชนปัจจุบันมิได้ร้อยรัดกันด้วยระบบเครือญาติและผู้คนก็มิได้เห็นว่ากิจกรรมทางศาสนาเป็นเรื่องของชุมชน หากถูกลดทอนลงเป็นเรื่องของครอบครัว และที่แคบลงไปอีกก็คือ เหลือแค่การทำสังฆทานสะเดาะเคราะห์เฉพาะตัว ศาลาคามวาสีเป็นศาลากลางบ้านของคนแถบหน้าวัดมหาธาตุ จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่เกือบประชิดติดฝั่งแม่น้ำเพชร ในหนังสือนายทองคำ

หนองบัวที่นครสวรรค์
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

เขตพื้นที่ระหว่างเพชรบูรณ์ทางตะวันออกและพิจิตรทางตอนเหนือของจังหวัดนครสวรรค์คือ อำเภอหนองบัว เป็นรอยต่อของภูมิประเทศแบบลอนลูกคลื่น ซึ่งมีภูเขาเตี้ยๆ ห่างๆ กันตั้งอยู่ กับพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งจะเทไปสู่ลำน้ำน่านแถวอำเภอชุมแสง ก่อนจะรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพต่อไป

ถึงคราวขึ้นคาน
บทความโดย สุวิมล ภู่วีพัฒน์พงศ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

บ้านพลับที่บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหมู่บ้านของชุมชนมุสลิมที่มีอาชีพรับซื้อเรือ เช่น เรือโยง เรือต่อ เรือเอี้ยมจุ๊น สำหรับเรือที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมจนยากแก่การซ่อมแซม ก็จะถูกนำมาขึ้นคานรื้อโครงไม้ออกเป็นแผ่นๆ เพื่อจำหน่ายไม้ปลีกย่อย แต่ถ้าหากสภาพของเรือยังใช้การได้ดีอยู่ ก็จะซ่อมและนำไปขายต่อ

ถั่วเน่าที่บ้านปางหมู
บทความโดย นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

บ้านปางหมู ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมของแม่ฮ่องสอนก่อนที่จะย้ายกลุ่มชนไทใหญ่เข้าไปในเขตตัวเมืองปัจจุบันนั้น ถือเป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีนที่สำคัญที่สุดในวัฒนธรรมไทใหญ่และวัฒนธรรมไทยวนคือ ถั่วเน่า ซึ่งใช้ผสมปรุงอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิด ทั้งน้ำพริก ต้ม แกง ผัด ถั่วเน่าจะทำออกมาเป็นหลายลักษณะ คือ ถั่วเน่าซา ถั่วเน่าแข็บ (ถั่วเน่าแผ่น) โดยมีวิธีการทำถั่วเน่าที่ ป้าเมี๊ยะ ผดุงกิจ แห่งบ้านปางหมู

มอญบางปะอิน
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากจะมีชาวมอญเป็นกลุ่มใหญ่ที่ปากเกร็ดและสามโคกแล้ว ทวนน้ำขึ้นมาทางแถบบางปะอิน มีหมู่บ้านมอญอีกแห่งหนึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็ก ที่ดำเนินวิถีชีวิตวัฒนธรรมแบบชาวมอญมานานไม่แพ้ชาวมอญกลุ่มอื่นๆ

สำรวจสามโคก
บทความโดย มูลนิธิ ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

สามโคกเป็นอำเภอที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ที่เรียกว่า “สามโคก” เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะเดิมเคยมีโคกเนินขนาดใหญ่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึงอยู่สามแห่ง เป็นโคกที่เต็มไปด้วยเศษอิฐและเศษภาชนะดินเผาประเภทโอ่ง ไห และครก

GDP [VS] GNH ในสังคมไทย
บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เขียนเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2559

ปีก่อนๆ ที่แล้วมาข้าพเจ้าเขียนบทความจดหมายข่าวของมูลนิธิฯ เรื่อง “อะไรคือรายได้มวลรวมประชาชาติ [GDP] กับอะไรคือความสุขมวลรวมประชาชาติ [GNH]” เพราะในช่วงเวลานั้นมีปัญญาชนของประเทศได้ไปเที่ยวประเทศภูฏานได้แลเห็นความสงบสุขอย่างมีกินมีใช้ของผู้คนในประเทศ รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของบ้านเมืองที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติไม่แออัดยัดเยียดแวดล้อมไปด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมบ้านเมืองที่ใหญ่โตสูงใหญ่ ต่างจากสภาพแวดล้อมที่เป็นของประดิษฐ์ [Artificialenvironment] ดั่งเช่นในสังคมไทย

ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็นในสังคมภูฏาน ทำให้พวกปัญญาชนเหล่านั้นเสนอความคิดในเรื่อง “ความสุขมวลรวมของประชาชาติ” ในทำนองวาทกรรมกับความสุขที่ได้จากการมีรายได้ต่อหัวของประชาชาติที่แทบทุกสังคมวัตถุนิยมทั้งไทยและเทศให้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ และการดำเนินการให้เป็นจริง ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับความคิดในเรื่องความสุขมวลรวมของประชาชาติของบรรดาผู้นำทางปัญญาของชาติเหล่านั้น แต่นึกไม่ออกว่ามี“รูปธรรม” อย่างไรเพราะเหตุผลและความคิดที่เสนอมานั้นดูเป็นนามธรรมจนเกินไป

            ตราบจนได้มีโอกาสได้ไปภูฏานกับเขาบ้างมีโอกาสได้เห็นทั้งภูมิวัฒนธรรม นิเวศวัฒนธรรม และชีวิตวัฒนธรรมของคนภูฏานในหลายท้องถิ่นของประเทศ ก็ทำให้เกิดความเข้าใจตามประสาของข้าพเจ้าที่เล่าเรียนมาทางมานุษยวิทยาและโบราณคดีว่าคนภูฏาน
อยู่กันเป็นชุมชน บ้านเมือง และนครแบบก่อนๆ มีชีวิตอยู่ในที่ราบลุ่ม
ในหุบเขาสูงต่ำมากมายในโลกของหิมาลัยที่ครึ่งปีจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

ริมฝั่งสงครามคือสันติภาพ
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559

แม่น้ำสงครามคือชื่อแม่น้ำสายนี้ และมิได้เกี่ยวข้องกับการสงครามใดๆ เพียงแต่เป็นปรกติวิสัยของชื่อบ้านนามเมืองในภาคอีสาน ที่มักตั้งชื่อตามพืชพันธ์ุไม้และลักษณะเด่นๆ ที่ปรากฏ เช่น บ้านเขว้า (ต้นเขว้าหรือต้นเขวาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่), บ้านขามเบี้ย (ต้นมะขามที่ลำต้นเตี้ยแกร็น), บ้านเปือยน้อย (ต้นเปือยคือต้นตะแบก), บ้านสงเปือย  ส่วนคำว่า สงครามคือชื่อของต้นไม้เช่นเดียวกัน  ต้นครามหรือต้นคาม เป็นไม้พุ่ม ใช้ใบและต้นสำหรับย้อมสีน้ำเงินเข้ม เรียกว่า สีคราม หรือที่ในท้องถิ่นภาคเหนือ เรียกว่า ฮ่อม

เล่าขานประวัติศาสตร์เมืองบุรีรัมย์
บทความโดย เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ
เขียนเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559

ปัจจุบัน การศึกษาและเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดย “คนใน” ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความสำคัญและเล็งเห็นถึงความเป็นท้องถิ่นจากข้างใน ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จึงร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ จัดงานเสวนาในหัวข้อ “เล่าขานประวัติศาสตร์เมืองบุรีรัมย์” ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ณ ลานกิจกรรมเทศบาลเมืองบุรีรัมย์

การเดินทางภาคสนามที่จังหวัดเลยและพิษณุโลก
บทความโดย เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ
เขียนเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559

เมื่อวันที่ ๖-๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้เดินทางไปจังหวัดเลย เพื่อเข้ารับฟังการประชุมทางวิชาการ ในการนำเสนอผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ณ หอประชุมขุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.