หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
ข้อมูลทั้งหมดมี 55 ข้อมูล
1 2 3 4 5 6 จากทั้งหมด 6 หน้า
กรณีบูรณะหอไตร วัดตะกาดเง้า
บทความโดย แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย
เขียนเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561

“เมื่อหนุ่มๆ ผมเที่ยวไปทั่ว เคยทำอะไรไม่ดีบ้างตามประสาวัยคะนอง พออายุมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกถึงบาปบุญคุณโทษ ผมก็เห็นหอไตรหลังนี้มานาน เห็นความทรุดโทรมที่เป็นไปตามกาลเวลา เลยคิดจะบูรณะ พอได้รู้จากผู้ใหญ่บ้านว่ามีกองทุนชุมชนของธนาคารออมสินก็เขียนโครงการส่งไป ก็ได้รับอนุมัติ”

ชวด - โฉลง แห่งท้องทุ่งบางพลี
บทความโดย แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย
เขียนเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561

ในบริเวณท้องทุ่งบางพลี ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับเขตการปกครองของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการนั้น มีเรื่องน่ารู้ในท้องถิ่นอยู่หลายอย่าง แม้ปัจจุบันบางพลีจะมากไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมกับผู้คนต่างถิ่นที่อพยพเข้ามาตามระบบโรงงาน อันทำให้สำนึกของความเป็นคนท้องถิ่นขาดหายไป เพราะมีเป้าหมายใหญ่คือ การทำมาหาเงิน

ทัศนศึกษาจร “ ลำน้ำเก่าและท้องทุ่งแห่งเมืองอโยธยา ”
บทความโดย ภาณุพงษ์ ไชยคง
เขียนเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2560

การพัฒนาที่ไม่เข้าใจถึงสภาพนิเวศวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นที่ กลับนำความเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมและกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในพื้นที่นี้เป็นอย่างมาก จะสังเกตเห็นว่าท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ที่เป็นพื้นที่รองรับน้ำในยามฤดูน้ำหลากเมื่อครั้งอดีต ได้กลับกลายเป็นที่ตั้งของโรงงานและบ้านจัดสรรที่ใช้ดินถมพื้นที่ให้สูงขึ้น จนกลายเป็นแนวกันทางน้ำและเกิดปัญหาน้ำท่วมตามมาในปัจจุบัน

น้ำ-ข้าว-วิถีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านทะเลน้อย เมืองแกลง
บทความโดย กิตติคุณ โพธิ์ศรี และพชรพงษ์ พุฒซ้อน
เขียนเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2560

บ้านทะเลน้อยหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ตอนปลายของแม่น้ำประแส พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแวดล้อมด้วยน้ำกร่อยชาวบ้านที่นี่จึงเป็นทั้งชาวนาและชาวประมงในเวลาเดียวกัน จากวิถีชีวิตเดิมของคนบ้านทะเลน้อยที่เคยปลูกข้าวพันธุ์ท้องถิ่นที่มีความทนต่อพื้นที่ดินเค็มปลูกไว้กึ่งยังชีพกึ่งขายกลายเป็นการทำเกษตรเพื่อขาย จากสภาพทุ่งนากลายเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งเกิดการขุดบ่อขนาดใหญ่กั้นทางน้ำ ทำให้คลองย่อยจากลำน้ำใหญ่ที่มีมาแต่เดิมสูญหายไป ภาพวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่เคยพึ่งพาคลองย่อยเป็นท่าจอดเรือหรือแหล่งหาสัตว์น้ำก็หายไปด้วย...วิถีชีวิตที่เปลี่ยนและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ได้อีกต่อไป

 

การเดินทางภาคสนามที่จังหวัดศรีสะเกษ
บทความโดย เบญจวรรณ จันทราช
เขียนเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2560

การเดินทางไปสัมมนาประวัติศาสตร์ศรีสะเกษที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษในช่วงวันที่ ๒๔-๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปศึกษาภาคสนามที่แหล่งโบราณคดีและโบราณสถานหลายแห่งในจังหวัดศรีสะเกษ เมืองนี้ตั้งอยู่ทางอีสานตอนใต้และมักถูกเรียกว่าเมืองของพวกเขมรป่าดง ทั้งที่พื้นที่แถบนี้มีกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์อย่าง พวกกูย (กวย) พวกส่วย ลาว และเยอ มีการตั้งชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

พ่อค้าโอ่งแห่งบ้านศาลาแดงเหนือ
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2560

ชาวมอญแห่งบ้านศาลาแดงเหนือแถบสามโคกค้าขายทางเรือมาหลายชั่วคน ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องปั้นดินเผาและถ้วยชาม สินค้าอื่นๆ ก็มีปูนแดง เกลือ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลาเค็ม เต้าเจี้ยว ไตปลา ของแห้งต่างๆ ที่ใช้ในครัวเรือน ใส่เรือกระแชงชักใบล่องเรือไปขายคราวละไม่ต่ำกว่า ๓-๔ เดือน ปีละ ๒-๓ ครั้ง จนศาลาแดงเหนือแทบจะกลายเป็นหมู่บ้านร้าง กว่าจะมีผู้คนก็เฉพาะงานบุญ งานสงกรานต์เท่านั้น

วงเสวนาที่อบต.หลุบเลา ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕
บทความโดย ตรีโรจน์ ไพบูลย์พงษ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

เทปวิดีโอการเสวนาตั้งวงคุยกับชาวบ้านและเครือข่ายผู้ทำงานประชาสังคมอำเภอภูพาน ที่ อบต.หลุบเลา อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕ นำเสวนาโดย อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม พ่อเล็ก กุดวงศ์แก้ว และนายกองค์การบริหารตำบลหลุบเลา เหลาไท นิลนวล ฟังความเห็น การวิเคราะห์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะในท้องถิ่นภูพานจากวงเสวนาที่มีประเด็น เนื้อหาน่าใส่ใจ และเป็นประโยชน์หากท้องถิ่นอื่นหรือผู้สนใจนำมาพิจารณาอีกสักครั้ง

ลมหายใจสุดท้ายของหลังคาตองตึงในเมืองปอน
บทความโดย วันใหม่ นิยม
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

บ้านเมืองปอนอยู่ในอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบน้ำปอน วางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ขนาดราว ๑๓ × ๔ กิโลเมตร ห่างจากเมืองขุนยวมมาทางทิศใต้ไม่ไกลนัก เมืองปอนเป็นชุมชนสำคัญที่มีวัดหลายแห่ง เช่น จองเมืองปอน จองธรรมเจดีย์ ส่วนทางเหนือและใต้ของแอ่งที่ราบเมืองปอนยังมีเขาขนาดย่อมที่คนเมืองปอนไปสร้างพระธาตุไว้ทั้งสองแห่งเรียกว่า “กองมูเหนือ” และ “กองมูใต้” เล่ากันว่า นายน้อยศรี หรือ พญาไพศาล คนไตหรือคนไทใหญ่เป็นผู้นำสร้างบ้านเรือนตั้งถิ่นฐานเมื่อราวทศวรรษ ๒๔๐๐ ทำการเกษตร ล่องแพนำสินค้าไปขายต่างถิ่น และการค้าวัวต่าง

รายงานการเดินทางสำรวจพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
บทความโดย วันใหม่ นิยม
เขียนเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559

เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ดร.ฟูกุย ฮายาโอะ แห่งศูนย์เอเชียอาคเนย์ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้ร่วมกับคณะของดร.สุรจิตต์ จันทรสาขา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร ผู้เป็นปราชญ์ท้องถิ่น เดินทางจากจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อศึกษาโบราณสถาน “เฮือนหิน” หรือปราสาทหินแบบขอม รวมทั้งร่องรอยของวัฒนธรรม “ศรีโคตรบูร” ในแขวงสะหวันนะเขต โดยมีคณะเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมแขวงสะหวันนะเขตและคณะเจ้าหน้าที่กงสุลไทยประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้การต้อนรับ

 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ [email protected]
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.