ท่องเที่ยวเชิงวิถีท้องถิ่นริมคลองบางระมาด
บทความ       ขนาด   

ท่องเที่ยวเชิงวิถีท้องถิ่นริมคลองบางระมาด

บทความโดย ณัฐวิทย์ พิมพ์ทอง

เข้าชม 7084 ครั้ง

 

 

        วันศุกร์ ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ชมรมรักษ์ปลาหน้าศาล เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาชนร่วมกับกองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตท้องถิ่น ณ ชุมชนริมคลองบางระมาด ซอยวัดจำปา พุทธมณฑลสาย ๑ เขตตลิ่งชัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยประชาชนจากชุมชนต่างๆ อาทิ นางเลิ้ง บางลำพู และผู้สนใจทั่วไป เข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเกาะศาลเจ้า ริมคลองบางระมาด

 

        กิจกรรมแรกคือการร่วมพิธีไหว้ศาลเจ้าพ่อจุ้ย-เจ้าพ่อกุมกรรณ์ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖  สถานที่ดังกล่าวเกี่ยวพันกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าประจำถิ่น ๒ ตน คือ เจ้าพ่อจุ้ย อันมีป้ายบูชาเป็นตัวอักษรจีนอยู่ในศาล อ่านว่า “เซิ่น-จุ้ย” ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าหมายถึงเทพเจ้าประจำท้องน้ำ และอีกตนหนึ่งคือเจ้าพ่อกุมกรรณ์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่สถิตอยู่บริเวณคลองบางระมาดแห่งนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ภายในศาลยังปรากฏศีรษะจระเข้ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าคุ้งน้ำแห่งนี้เป็นที่อาศัยของจระเข้ใหญ่ อันเป็นพาหนะของเจ้าพ่อจุ้ย ทั้งยังมีเรื่องเล่าว่าบริเวณใต้ต้นมะพลับใกล้กับศาลเจ้ามีถ้ำจระเข้อยู่ วันดีคืนดีชาวบ้านจะเห็นจระเข้ขึ้นมานอนบริเวณลานหน้าศาลเจ้า 

 

        เรื่องราวเกี่ยวกับจระเข้ยังมีตำนานเล่าขานกันอีกว่า ในช่วงก่อนเสียกรุง พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้เดินทัพผ่านมาทางย่านนี้ เมื่อจระเข้ตนดังกล่าวทราบเรื่อง จึงเนรมิตให้พื้นที่กลายเป็นคลองใหญ่ขวางการเดินทัพของพม่า ตำนานดังกล่าวนอกจากจะทำให้ชาวบ้านเกิดความรักในถิ่นฐานและมีความสามัคคีกันแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แถบนี้ในอดีตเคยมีจระเข้ชุกชุม จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานประจำถิ่น

 


    ปัจจุบันศาลดังกล่าวอยู่ใกล้กับศาลาอเนกประสงค์ อันเป็นพื้นที่ใช้สักการบูชาและประกอบกิจกรรมร่วมกันของชุมชน  ทุกๆ ปีนอกจากจะมีพิธีไหว้ศาลเจ้าพ่อจุ้ย-เจ้าพ่อกุมกรรณ์แล้ว วันดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้ผู้ที่บนบานขอสิ่งต่างๆ เอาไว้ แล้วสมความปรารถนาได้มาแก้บน สำหรับสิ่งที่ชาวบ้านนำมาถวาย นอกจากจะเป็นอาหารคาวหวาน เช่น ไก่ต้ม หัวหมู ปลาช่อน และขนมไทยนานาชนิด ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ชาวบ้านทำขึ้นเป็นการแก้บนตามสัญญา เช่น มีการนำลิเก ละครชาตรี มารำแก้บน เป็นต้น

 

        ใกล้กับศาลเจ้าพ่อจุ้ย-เจ้าพ่อกุมกรรณ์ เป็นชุมชนชาวเกาะศาลเจ้า อันเป็นพื้นที่ที่มีลำน้ำล้อมรอบประกอบด้วย คลองบางระมาด คลองลัดวัดจำปา และคลองบ้านไทร ซึ่งบริเวณดังกล่าวนับว่ายังคงความเป็นสังคมริมน้ำ ด้วยยังมีการใช้เรือในสัญจรและมีเรือแม่ค้า นำเอาผลไม้จากเรือกสวนมาขายยังท่าน้ำ ตามจุดต่างๆ  นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยของตระกูลหว่างจันทร์ ซึ่งเป็นตระกูลช่างแทงหยวกที่สืบทอดวิชามาจากหลวงวัฒนศิลป์ ซึ่งเคยอพยพมาพำนักอาศัยอยู่ในย่านนี้ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา


        ศิลปะการแทงหยวกของตระกูลในปัจจุบัน มีเหลือสืบทอดเพียงคนเดียว คือ คุณทวีศักดิ์ หว่างจันทร์ ทายาทรุ่นที่ ๓  ลักษณะเด่นของงานแทงหยวกตระกูลหว่างจันทร์ คือ แทงหยวกเป็นเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับไตรภูมิ ประกอบด้วยสวรรค์ หิมพานต์ และนทีสีทันดร นับเป็นเอกลักษณ์ที่ยังเหลืออยู่เพียงที่นี่เท่านั้น

 

        ลำดับต่อมาคนในชุมชนพาเดินชมสถาปัตยกรรมภายในวัดจำปา ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนแถบริมคลองบางระมาดแห่งนี้  จากรูปแบบสิ่งก่อสร้างภายในวัด ทำให้ทราบว่าวัดจำปาน่าจะสร้างขึ้นราวปลายกรุงศรีอยุธยา สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนแถบนี้มีความเก่าแก่และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

        วัดจำปาเป็นวัดสำคัญของท้องถิ่นที่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ สังเกตได้จากบริเวณหน้าบันอุโบสถและมณฑป ประดับด้วยเครื่องถ้วยจีนและรูปปั้นเทพเจ้าในศิลปะแบบจีน เป็นต้น นอกจากนี้บริเวณสันหลังคามณฑป ยังปรากฏรูปปั้นจระเข้ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อประจำถิ่นเกี่ยวกับจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นสิ่งเคารพนับถือของชาวบ้านย่านนี้

 


        สุดท้ายเป็นการนำชมทัศนียภาพริมคลองบางระมาด โดยทางเรือ ระหว่างการล่องเรือได้แวะชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ชมบ้านจุลเสวก (อ่าน จุล-ละ-เส-วก) บ้านข้าหลวงเดิมในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรือที่เรียกพระนามกันสั้นๆ ว่า พระองค์จุล  บ้านหลังนี้ร่มครึ้มด้วยแมกไม้ใหญ่ของสวนผลไม้ยืนต้นนานาชนิด จึงไม่แปลกที่เคยเป็นแหล่งหลบภัยของชาวกรุงในสมัยสงคราม จากนั้นต่อไปยังวัดสะพาน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาเช่นกัน มีพระพุทธรูปศิลาทรายแดงขนาดใหญ่หลายองค์ตั้งอยู่ในวิหารโถง และสุดท้ายพาแวะชมตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งตัวอย่างของการฟื้นฟูตลาดน้ำและการท่องเที่ยวริมลำคลอง ที่มีผู้คนมาแวะเวียนจำนวนมากจนทำให้ตลาดน้ำเล็กๆ ตามวิถีชาวบ้านต้องขยายพื้นที่ออกไปอย่างกว้างขวาง


        กิจกรรมที่กล่าวมานอกจากจะทำให้ผู้เข้าร่วมทราบถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นย่านวัดจำปาและใกล้เคียงแล้ว ยังทำให้ทราบถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคมลุ่มน้ำของชาวบ้านแถบนี้ที่ยังคงใช้คลองบางระมาดเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่จวบจนปัจจุบัน แม้ว่าสังคมเมืองที่มีตึกระฟ้าจะอยู่ห่างออกไปไม่ถึง ๓ กิโลเมตร และเป็นที่น่ายินดีที่ชาวบ้านทุกคนในย่าน พยายามยืนหยัดที่จะรักษาความเป็นตัวตนของพวกเขาด้วยพลังของคนในชุมชนเอง