หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ประวัติศาสตร์ที่ออกมาจากภายใน
บทความโดย เบญจวรรณ จันทราช
เรียบเรียงเมื่อ 1 พ.ค. 2547, 13:42 น.
เข้าชมแล้ว 2580 ครั้ง

สวนส้มที่เริ่มสร้างปัญหาเรื่องมลพิษทั้งทางอากาศและน้ำแก่ชาวบ้านรอบๆ ที่อำเภอแม่สรวย

รวมทั้งกักน้ำจากแม่ลาวไว้ใช้จำนวนมาก นับเป็นการแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างชัดเจน

 

“อุ๊ยของอุ๊ยเล่าว่า… ชุมชนบ้านเมืองของเรามีประวัติความเป็นมายาวนาน มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทั้งที่ราบ หุบเขาและที่สูง มีลำน้ำเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต ภูเขา ทุ่งนา และสายน้ำเกื้อหนุนกันจนเกิดเป็นชุมชนมาช้านาน มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาหลายเรื่อง

 

เกริ่นนำมาอย่างนี้เพื่อจะนำเข้าไปสู่บรรยากาศประวัติศาสต์ท้องถิ่นกลิ่นอายเมืองเหนือ จากโครงการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี และชาติพันธุ์ แถบอำเภอเวียงป่าเป้าและอำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย  สนับสนุนโดยสกว.หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ระหว่างวันที่ ๖-๘ เมษายนที่ผ่านมา

 

บริเวณที่ตั้งพื้นที่การสำรวจวิจัยครั้งนี้ต่างกันตรงที่เวียงป่าเป้า - แม่สรวยเปรียบเสมือนชุมทางที่เข้าสู่จังหวัดเชียงราย  ขณะที่เชียงของ-เวียงแก่นเป็นพื้นที่ชายแดนมีแม่น้ำโขงกั้นกับฝั่งลาว

 

เชื่อหรือไม่ว่ากลุ่มนักวิจัยแต่ละท้องถิ่นสามารถรายงานผลการศึกษาครั้งนี้ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง จนทำให้เราเห็นภาพรวมและเข้าใจประวัติศาสตร์ล้านนามากขึ้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ออกมาจากภายใน  ต่างจากการรับรู้ที่มาจากภายนอกซึ่งมักมีอิทธิพลต่อความคิดและเข้ามาจัดการสิ่งต่างๆ ทั้งหมด

 

พวกเขาไม่เพียงรวบรวมประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของตนเท่านั้น  แต่ยังเสนอข้อมูลการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมที่มีมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้ชัดเสมอคือเรื่องอิทธิพลวัฒนธรรมสมัยใหม่จากภายนอก ผ่านสังคมเมืองสู่ชนบท นอกจากนี้ยังเสนอเรื่องราวที่เป็นผลกระทบต่อสังคมชนบทโดยรวมให้คนจากสังคมอื่นได้รู้

 

ที่แม่สรวย กรณีระบบเหมืองฝายซึ่งเคยเป็นหัวใจของการทำเกษตรกรรมสมัยก่อนจัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรม กลายเป็นเขื่อนที่สร้างกักเก็บน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง  (หลังผ่านพ้นยุคกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน) ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใต้เขื่อนขาดแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร และที่สำคัญก่อปัญหาสารเคมีปนเปื้อนที่ไหลปนลงมากับลำน้ำช่วงล่าง  ทำให้แม่น้ำไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน  ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ นายทุนบางคนก็ต่อท่อดันน้ำนำกระสอบทรายมากั้นน้ำเข้าพื้นที่เกษตรของตน กระทบกระเทือนสิ่งมีชีวิตในน้ำ  กลุ่มเด็กน้อยรักษ์ปลา ที่อำเภอแม่สรวยจึงต้องช่วยกันทลายสิ่งกีดขวางนั้น เพื่อให้ปลา สัตว์น้ำอื่นๆ เดินทางออกมาหากินได้อย่างสะดวก การแก้ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่การสร้างสำนึกร่วมหรือไม่  เราจะทำอย่างไรให้นายทุนที่จะเข้ามานั้นต้องเข้ามาแบบมีส่วนร่วมมากกว่าที่จะมาเอารัดเอาเปรียบ

 

เวียงป่าเป้า  จุดเด่นอยู่ที่การเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ นักวิจัยท้องถิ่นเล่าเรื่องภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของคนลุ่มแม่น้ำแม่ลาว การทำมาหากิน นานาสาระประโยชน์แบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน

 

แก่งผาไดที่อำเภอเวียงแก่น ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำโขง และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนแถบเชียงของและเวียงแก่น มีการเล่าเรื่องบริบทสำคัญของประวัติศาสตร์ที่เป็นความท้องถิ่นจริงๆ ตั้งแต่ตำนานเมืองตำมิละ ลำดับยุคเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองฟากฝั่งลำน้ำโขงที่มีมาในอดีตและปัจจุบัน

 

 

แก่งผาไดบริเวณต่อเขตแดนไทยลาว บริเวณอำเภอเวียงแก่น

มองเห็นลำน้ำโขงที่แห้งเหือดในปีนี้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

เชียงของเป็นเมืองสำคัญมากในสมัยรัชกาลที่ ๕ ผ่านยุคกบฏเงี้ยว สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุคปัญหาชายแดนไทย – ลาว จากนั้นเป็นยุคเปลี่ยนจากสนามรบมาเป็นสนามการค้าริมฝั่งแม่น้ำโขง เกิดการระเบิดแก่ง มีธุระกิจระหว่างประเทศ เรื่อยมาจนถึงปัญหาปลาหายาก จับปลาบึกไม่ได้ หลายฝ่ายวิตกกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงสังคมและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทางชาติพันธุ์อันหลากหลาย ได้แก่ ไทยลื้อ ไทยญวน ม้ง ขมุ อาข่า ลาหู่ (มูเซอ) จีนฮ่อ และลาว มีการเก็บข้อมูลและบริบทแวดล้อมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างน่าสนใจ แต่ปัญหาที่ยังครองความอมตะอยู่มานานก็ยังอยู่ คงไม่พ้นเรื่องเรื่องปัญหาคนชายขอบ

 

สิทธิขั้นพื้นฐานที่คนชายขอบควรได้รับยังแก้ไม่ได้ในขณะนี้ เช่นเดียวกับสิทธิในการออกนอกพื้นที่ สิทธิในการจดทะเบียน การศึกษา การทำงาน การรักษาพยาบาล และการยึดครองที่ดิน เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าปัญหายังมีอยู่

 

สิ่งที่อยากจะพูดตรงนี้คือ เอกลักษณ์ทางสัญชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรมท้องถิ่นของกลุ่มคนเหล่านี้ยังมิได้ถูกหยิบยกขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจัง รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ กล่าว การที่ประวัติศาสตร์ของเราถูกครอบงำจากข้างบนทำให้คนชายขอบไม่สามารถต่อสู้ บางครั้งถูกละเลย ไม่มีใครมองความสำคัญของประวัติศาสตร์ กลุ่มชาติพันธุ์             

 

ดังนั้นการวิจัยถึงกลุ่มประชากรทั้งหมด การเคลื่อนย้ายอพยพของชนเผ่า วิถีชีวิต ว่ามีเหตุผลบริบทแวดล้อมทางสังคมอยางไร การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอาจทำให้มีการล่มสลายของความเป็นกลุ่มชน การประสานกลมกลืน  หรือการเล่าเรื่องความผูกพันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่หายไปคืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไร จะทำให้เราเกิดแนวคิด เกิดข้อเสนอที่จะรวมตัวกันเป็นพลังของชุมชนท้องถิ่นในการสร้างสำนึกว่าเรามิได้หยุดนิ่งเราต้องต่อสู้

 

ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการจะดำรงอยู่ของมนุษย์ต้องมีที่มาจึงจะได้พัฒนาสิ่งต่างๆ ให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต  ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาวิจัยนี้เป็นองค์ความรู้ที่เป็นประวัติศาสตร์จากภายใน ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นไปในปัจจุบันและอนาคต สามารถแก้ไขปัญหาการบริหารงานส่วนท้องถิ่นนำไปสู่การพัฒนานโยบายในระดับประเทศต่อไป

 

บันทึกจากท้องถิ่น :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๔๘ (พ.ค. – มิ.ย.๒๕๔๗)

อัพเดทล่าสุด 27 ก.ย. 2561, 13:42 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.