หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เปิดประเด็น : ตามโลกหรือทันโลก ทางเลือกในสังคมไทย
บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เรียบเรียงเมื่อ 1 ก.ย. 2543, 11:30 น.
เข้าชมแล้ว 2400 ครั้ง

ตามโลกหรือทันโลก ทางเลือกในสังคมไทย

 

 

ในบรรดาปราชญ์อาวุโสผู้นำทางปัญญาของเมืองไทยในทุกวันนี้ ศาสตราจารย์ เสน่ห์ จามริก คือผู้ที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมได้อย่างลุ่มลึก และวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างน่าชื่นชม ข้อคิดเห็นของท่านได้จุดประกายในด้านความคิดแก่ข้าพเจ้าในหลายๆ เรื่องที่นำไปทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ทางสังคมทั้งอดีตและปัจจุบันได้อย่างดี

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ท่านก็จุดระเบิดทางความคิดให้อีกในการอภิปรายร่วมกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านชี้ให้เห็นว่าชนชั้นที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศนั้นล้วนแต่มองสิ่งที่เป็นไปจากภายนอกเป็นหลัก หาได้สนใจต่อสิ่งที่เป็นภายในของตนเองไม่ จะจัดการอย่างใดกับบ้านเมืองก็เอาข้างนอกเป็นหลักเป็นแบบอย่าง หรือทำอย่างใบสั่งจากข้างนอกก็ว่าได้ เหตุนี้อาจารย์เสน่ห์ จามริก จึงกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในเมืองไทยเป็นลักษณะโลกานุวัตร คือทำอะไรตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่มาจากภายนอกไป

 

ข้อสังเกตและความคิดเห็นดังกล่าวนี้ล้วนเห็นจริงเป็นรูปธรรมได้จากทั้งความคิดและพฤติกรรมของผู้บริหารบ้านเมืองในคณะรัฐบาล และบรรดานักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษา ที่ปรากฏในข่าวอย่างซ้ำๆ ซากๆ บนจอโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน ทำให้ต้องคิดว่ากระบวนการท้องถิ่นวัฒนา (Localization) อันเป็นกระบวนการภายในที่จะปรับตัวเองให้ทันกับกระแสโลก ด้วยการรักษาความเป็นตัวเองและนำสิ่งที่มีความหมายที่มีมาแต่เดิมมาปรับให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์จากภายนอก น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในสังคมไทย

 

การโอนอ่อนตามกระแสโลกจากภายนอกนั้น คือความโง่เขลาเบาปัญญาอย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นสิ่งทำให้เกิดความวิบัติแก่ส่วนรวมในสังคม เมื่อเศรษฐกิจแบบฟองสบู่พินาศไป ผู้คนทั้งประเทศก็อยู่ในภาวะที่เป็นหนี้ไอเอ็มเอฟร่วมกัน แต่แทนที่บรรดาชนชั้นผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจที่นำประเทศไปสู่ภาวะล่มจม จะเกิดสำนึกและมีความรับผิดชอบ หาแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ ในการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างที่ควรจะเป็น ในทำนองตรงกันข้ามกลับทำเป็นดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยวิธีคิดแบบเดิมโดยให้ความสำคัญจากข้างนอกเป็นหลัก ดังตัวอย่างเช่นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันมักพูดจนติดปากเวลาให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจว่า “ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก” เป็นต้น

 

ทุกวันนี้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลและเอกชนที่เป็นนายทุน ต่างก็มุ่งการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ที่แน่นอนว่าต้องขึ้นอยู่กับตลาดภายนอกที่ยากต่อการควบคุม ในขณะเดียวกันก็มุ่งหวังให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนภายในประเทศ โดยไม่คิดคำนึงว่าจะเกิดผลเสียหายอย่างไรแก่สภาพแวดล้อมธรรมชาติและผู้คนพลเมืองที่อยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ในชนบท ดังเห็นได้จากการเปิดโอกาสให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ซึ่งให้ผลดีทางเกษตรกรรม เช่น บริเวณท้องทุ่งในเขตจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี เป็นสิ่งที่นอกจากจะทำให้พื้นที่ในการปลูกข้าวลดน้อยลงแล้ว ยังเกิดมลภาวะที่บรรดาโรงงานทั้งหลายเหล่านั้นระบายของเสียผ่านท้องทุ่งในฤดูน้ำท่วมลงสู่แม่น้ำลำคลอง ที่ล้วนไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยามายังเชียงรากแล้วเข้าสู่คลองประปามาเป็นน้ำให้คนในกรุงเทพฯ ใช้ นับเป็นการสร้างภาวการณ์ตายผ่อนส่งให้กับคนกรุงเทพฯ โดยแท้

 

แต่ภาวะที่สาหัสสากรรจ์ที่ทำให้คนไทยที่เป็นคนด้อยโอกาสเจ็บแค้นและประสบความยากจนขัดสนก็คือ การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมก็ดี การสร้างเขื่อนเพื่อการชลประทานและพลังงานไฟฟ้าก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะบ้านแตกและการไร้ที่ทำกินของผู้คนในท้องถิ่นทั้งสิ้น ในบางแห่งภาพที่เห็นก็คือคนไทยที่เคยเป็นเจ้าของที่ดิน เคยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นอิสระพึ่งพิงธรรมชาติได้ กลับกลายเป็นทาสติดที่ดินด้วยกลายเป็นแรงงานให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่ตนขายที่ดินให้โดยมีคนต่างชาติมาเป็นเจ้านาย การดำเนินการหลายๆ อย่างที่ทางรัฐบาลและชนชั้นนำกำลังขายชาติก็มีมาถึงทุกวันนี้ ความหวังที่จะพึ่งพารัฐบาลและชนชั้นผู้นำที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองนั้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คนที่ได้รับความเดือดร้อนและคับแค้นใจในสังคมต้องหาทางพึ่งตนเองด้วยการปรับปรุงตัวเองและหมู่คณะที่เป็นชุมชนในท้องถิ่น ให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

 

 

               

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางวิชาการในด้านความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมนั้นมีอยู่มาก

 

และมีระบบในการสื่อสารให้รู้ได้กว้างไกลกว่าแต่ก่อน นับเป็นความสะดวกสบายที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาและเงินทองสำหรับผู้แสวงหาความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นในปัจจุบันก็ยังมีนักวิชาการ นักปราชญ์ที่รักแผ่นดิน รักความยุติธรรมอีกมากพอที่จะมาให้คำแนะนำให้กำลังใจอยู่เสมอ อย่างเช่น อาจารย์เสน่ห์ จามริก เป็นต้น ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นในการมองดูตัวเองจากภายในว่าประเทศไทยเป็นป่าเขตร้อนที่มีอยู่ร้อยละ ๗ ของโลก เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพถึงร้อยละ ๖๐-๗๐

 

“จากการที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่หลากหลายต่างจากป่าในเขตอบอุ่นมาก ดังนั้นการที่เราลอกเลียนแบบตามเขา ถือว่าเป็นการทำลายฐานทรัพยากรป่าเขตร้อน ซึ่งเท่ากับทำลายความมั่นคงของสังคม และยังทำลายเศรษฐกิจและการเมืองอีกด้วย อันเป็นที่มาของการขัดแย้งทางทรัพยากรขึ้น…ตอนนี้นโยบายเศรษฐกิจของเราเลื่อนลอยมาก จะล้มพับเมื่อใดไม่ทราบ แต่ถ้าเรามีที่ดินเราก็หาเลี้ยงชีวิตได้

 

ที่สำคัญในการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจให้ทันโลกนั้น อาจารย์เสน่ห์ จามริก ชี้ให้เห็นว่าจากรากฐานความหลากหลายทางชีวภาพ เราน่าจะให้ความสำคัญและน้ำหนักไปที่การผลิตอาหารและยาเป็นสำคัญ    

 

 

ศรีศักร วัลลิโภดม

 

เปิดประเด็น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๒๖ (ก.ย.-ต.ค. ๒๕๔๓)

ภูมิวัฒนธรรม>ชีวิตวัฒนธรรม

อัพเดทล่าสุด 27 ก.ค. 2559, 11:30 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.