หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
อ่าวปัตตานีนิเวศวัฒนธรรมที่ถูกทำลาย(บทสรุปโครงการวิจัย)
บทความโดย นักวิจัยท้องถิ่น
เรียบเรียงเมื่อ 27 พ.ค. 2559, 15:51 น.
เข้าชมแล้ว 2164 ครั้ง

อ่าวปัตตานี

นิเวศวัฒนธรรมที่ถูกทำลาย

 

โครงการนี้อยู่ในพื้นที่ชายอ่าวปัตตานีที่อยู่ในเขตอำเภอยะหริ่ง โดยเลือกทำการศึกษาสองชุมชน คือ บ้านดาโต๊ะและบ้านภูมี เพราะมีความเหมาะสมในการทำความเข้าใจกับความเป็นสังคมท้องถิ่นชายทะเล เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายทะเลและเขตนาสวนและป่า ทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงอัตลักษณ์ของสังคมปัตตานีที่มีมาแต่โบราณ นั่นคือ เป็นชุมชนที่มีปอเนาะและไม่มีปอเนาะ

 

บ้านดาโต๊ะเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ไม่มีปอเนาะแต่มีมัสยิดรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยิดกรือเซะ อีกทั้งมีกูโบร์หรือสุสานฝังศพ ดาโต๊ะปันยัง ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพดาโต๊ะปาแญซึ่งเป็นผู้นำวัฒนธรรม จึงทำให้มีหลุมศพของคนหลายรุ่นหลายสมัยมาฝังเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับหลุมศพของผู้รู้ในพื้นที่ประมาณ ๑๘ ไร่ คาดว่าเป็นกูโบร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

บ้านภูมี แม้จะไม่เก่าแก่เท่ากับบ้านดาโต๊ะและมีขนาดเล็กกว่า แต่นับเป็นชุมชนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นชุมชนที่เกิดจากการมีปอเนาะที่สร้างโดยโต๊ะครูที่เป็นปราชญ์และทรงคุณธรรมเป็นที่ยกย่องกันในสังคมมุสลิม ทั้งยังดำรงความเป็นปอเนาะตัวอย่างที่ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

 

บ้านภูมีและบ้านดาโต๊ะต่างก็เป็นชุมชนของชาวมุสลิมที่รักสงบ มีชีวิตแบบเรียบง่ายตามธรรมชาติ แม้ว่าปัจจุบันมีถนนหนทางจากเมืองปัตตานีและย่านชุมชนอื่นๆ ผ่านเข้าไปถึงอย่างสะดวกสบายก็หาได้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอาคารบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยเป็นแบบใหม่ๆ ไม่ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านไม้แบบเดิมๆ ทั้งสองหมู่บ้านนี้ไม่ทิ้งธรรมชาติเพราะต่างรักษาพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้ไว้ให้เกิดความร่มรื่น บ้านภูมีติดกับชายป่าในขณะที่บ้านดาโต๊ะหันหน้าลงทะเลอันเป็นแหล่งทำมาหากิน คนบ้านดาโต๊ะหากินจับปลาด้วยเครื่องมือต่างๆ ด้วยเรือกอและที่มีการตกแต่งอย่างงดงาม ส่วนคนบ้านภูมีหากินด้วยการทำสวน ทำนา ทำไร่ และการรับจ้าง

 

คนมุสลิมทั้งสองหมู่บ้านนี้มีความเคร่งทางศาสนา การศึกษาของคนมุสลิมไม่แยกออกจากกิจกรรมทางศาสนาและกระบวนการทางสังคม ที่บ้านดาโต๊ะมีโรงเรียนตาดีกาสอนเด็กเล็กอยู่ในเขตมัสยิด ส่วนบ้านภูมีมีปอเนาะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาให้แก่เด็กโต ซึ่งนอกจากสอนศาสนาแล้วยังมีการสอนความรู้ทางโลกเพื่อให้ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม แต่ปอเนาะก็หาได้เป็นโรงเรียนที่สอนเด็กโตเพียงอย่างเดียวไม่ หากเป็นสถานที่ซึ่งคนทุกรุ่นทุกวัย เช่น ผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วสามารถเข้ามาเรียนรวมทั้งมาอยู่อาศัยเป็นคนในชุมชนได้จนตลอดชีวิต

 

ผู้คนในบ้านภูมีดำรงชีวิตทางเศรษฐกิจอยู่ได้ในลักษณะที่มีดุลยภาพมากกว่าคนที่บ้านดาโต๊ะ เพราะเป็นชุมชนที่พึ่งพิงธรรมชาติในการทำไร่ทำนาและทำสวนในลักษณะพอมีพอกิน สภาพแวดล้อมธรรมชาติยังไม่เปลี่ยนแปลงเท่าใด ถ้าหากหากินทางการเพาะปลูกไม่ได้ก็ออกไปทำงานรับจ้าง ความเป็นอยู่ภายในสังคมทั้งคนมุสลิมที่เป็นชนกลุ่มใหญ่กับคนไทยพุทธที่เป็นคนกลุ่มน้อยไม่มีอะไรที่เป็นความขัดแย้ง

 

ในขณะที่ชุมชนบ้านดาโต๊ะกลับอยู่ในสภาวะที่ขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากเป็นชุมชนชาวประมงที่คนส่วนใหญ่มีอาชีพในการจับปลาในอ่าวปัตตานี ซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ทางอุตสาหกรรมลงไปในพื้นที่ทะเล และยังถูกแย่งอาชีพจากผู้ประกอบการประมงจากถิ่นอื่นที่เป็นนายทุน นำเรืออวนรุนและอวนลากพร้อมด้วยวิธีการจับปลาด้วยเครื่องมือที่ก้าวหน้ามาจับปลาในอ่าว ทำให้คนมุสลิมที่จับปลาด้วยเรือกอและซึ่งเป็นเรือขนาดเล็กที่ใช้เครื่องมือแบบง่ายๆ ไม่มีทางสู้ได้ ทำให้ต้องทำงานหนักใช้เวลาหาปลาเพิ่ม อีกทั้งต้องเพิ่มจำนวนการจับปลามากกว่าแต่เดิม จึงตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้

 

ผลกระทบทางเศรษฐกิจดังกล่าวได้ทำให้ครอบครัวคนมุสลิมที่บ้านดาโต๊ะเปลี่ยนแปลงไป คือผู้ชายหาปลาได้น้อยลงต้องออกไปทำงานรับจ้างในที่อื่น รวมทั้งผู้หญิงก็ออกไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือขายของในตลาด ไม่เพียงเป็นแม่บ้านแบบแต่เดิม หลายครอบครัวหันมาทำอุตสาหกรรมในครัวเรือน คือ ทำข้าวเกรียบปลา มีการขุดบ่อเลี้ยงปลาดุกเพื่อเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภายในชุมชนดังกล่าวมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม คือทำให้รอบๆ ชุมชนทั้งในบริเวณบ่อเลี้ยงปลาและพื้นที่สาธารณะกลายเป็นที่ทิ้งขยะที่ยังจัดการอะไรไม่ได้

 

ปัจจุบันการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและการประมงชายฝั่งทะเลในเขตอ่าวปัตตานี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ได้ทำให้คนในบ้านดาโต๊ะมีการเคลื่อนไหวร่วมกันกับชุมชนอื่นๆ ทั้งใกล้และไกลในการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมรอบอ่าวปัตตานี

 

นักวิจัยท้องถิ่นได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในชีวิตของทางประมงท้องถิ่นได้อย่างดี แสดงให้เห็นการทำประมงหาปลาด้วยเรือกอและและเครื่องมือจับสัตว์น้ำว่ามีกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นใช้กับสัตว์น้ำที่ไหนและเวลาไหน ซึ่งบัดนี้การประมงแผนเดิมดังกล่าวนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคนต่างถิ่นที่เป็นนายทุนและชาวประมงจากภายนอกที่ทำเรืออวนรุนและอวนลากและเครื่องมือจับปลาที่ทันสมัยเข้ามาดำเนินการอยู่ทั้งในบริเวณอ่าวปัตตานีและรอบๆ อ่าว ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งทรัพยากรและการเข้ามาจัดการทรัพยากรของผู้คนที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจจากภายนอกเกือบแทบทั้งสิ้น การเป็นคนมุสลิมที่ยึดมั่นในศาสนานั้น ทำให้การปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจแบบทุนนิยมดูเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

 

สำหรับบ้านภูมี ปัญหาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอยู่ที่ปอเนาะอันเป็นสถาบันการศึกษาทางศาสนาที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวปัตตานี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากภายนอกทำให้การเรียนการสอนของสถาบันปอเนาะไม่อาจดำรงอยู่แบบเดิมที่เน้นการสอนศาสนาเป็นเรื่องใหญ่และสอนวิชาความรู้ทางโลกเป็นเรื่องรองลงมา

 

ความต้องการความรู้ทางโลกและทางเทคโนโลยีเพื่อการทำมาหากินและการมีความสุขทางวัตถุ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ปอเนาะหลายแห่งกลายเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามไป โรงเรียนเหล่านี้ลดความสำคัญในการสอนศาสนาลงและเพิ่มการเรียนการสอนทางโลกมากขึ้น หลายโรงเรียนอยู่ในการดูแลและสนับสนุนจากทางรัฐบาล

 

แต่สถาบันการศึกษาเหล่านี้ถูกเพ่งเล็งจากรัฐว่าครูสอนและนักเรียนมีส่วนก่อความรุนแรงและไม่สงบขึ้นจนเป็นข่าวเป็นประจำว่าโรงเรียนสอนศาสนาหลายแห่งคือแหล่งที่เพาะเชื้อของความรุนแรง ทำให้โต๊ะครูของปอเนาะบ้านภูมีซึ่งเป็นนักวิจัยท่านหนึ่งในโครงการนี้ สร้างเครือข่ายในบรรดาปอเนาะหลายๆ แห่งที่ยึดมั่นในอุดมคติทางจริยธรรมและสันติสุข ร่วมมือกันในการทบทวนการเรียนการสอนในวิชาทางโลก โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีให้กับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาศึกษาเพื่อจะได้นำความรู้ไปประกอบการทำมาหากินได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางนิเวศวัฒนธรรมของท้องถิ่น

 

ความคิดในเรื่องเพิ่มการศึกษาทางเทคโนโลยีเพื่อทำมาหากินนี้เข้ากันได้กับค่านิยมของคนในสังคมปัตตานีที่ให้เกียรติภูมิแก่คนที่มีความรู้ทางเทคนิคมากกว่าบรรดาผู้เรียนจบวิชาสาขาต่างๆ ตามมหาวิทยาลัย

อัพเดทล่าสุด 27 พ.ค. 2559, 15:51 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.