หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร : สภาพภูมิศาสตร์
บทความโดย มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 17 พ.ค. 2559, 09:38 น.
เข้าชมแล้ว 2646 ครั้ง

 

พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จากความร่วมมือร่วมใจกันของชาวบ้านเขายี่สารเป็นเบื้องแรก โดยต่างช่วยกันเก็บรวบรวมโบราณวัตถุ , ศิลปวัตถุ จากวัดเขายี่สารและบริจาคสิ่งของต่างๆ เพื่อจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจได้ชม ในครั้งนั้นมีพระภิกษุนักศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รูปหนึ่งกำลังจัดทำโครงงานเสนออาจารย์ผู้สอนในรายวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ จึงได้ใช้ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จัดนำเสนออาจารย์เป็นผลงานประกอบการศึกษาด้วย หลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้ช่วยกันระดมทุนด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของเพิ่มเติม พร้อมทั้งขออนุญาตจากวัดเขายี่สารใช้ใต้ถุนศาลาการเปรียญเป็นสถานที่จัดแสดง ท่านเจ้าอาวาสวัดเขายี่สาร คือ พระครูสมุทรวิสุทธิคุณได้บริจาคเงินสมทบอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เริ่มจัดสร้างเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ขึ้น จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นบริหารและดูแลจัดการ มีนายธนู พยนต์ยิ้ม เป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ ชาวบ้านต่างผลัดเปลี่ยนเวรกันมาเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ

 

 

ต่อมาในปลายปี พ.ศ.๒๕๔๐ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ชุดใหม่ มีนางสิริอาภา รัชตะหิรัญ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการ ครั้งนี้ได้ติดต่อเชิญนักวิชาการด้านโบราณคดี มานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยศิลปากร คือ รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม เข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา หลังจากนั้นได้มีศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร มหาวิทยาลัยศิลปากรและองค์กรเอกชน คือ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูล โดยส่งนักวิชาการและเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระบบทำทะเบียนวัตถุสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ นำโดยคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ ทั้งยังได้สนับสนุนการขุดค้นทางโบราณคดีที่บริเวณ " อู่ตะเภา" ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาพบว่าน่าจะเป็นบริเวณชุมชนเก่า จากการศึกษาค้นคว้ารวบรวมหลักฐานต่างๆ ทำให้พบว่าชุมชนบ้านเขายี่สารเป็นชุมชนโบราณร่วมสมัยกับการเกิดของกรุงศรีอยุธยา และมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดตอน เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร

 

 

 

ในด้านแหล่งทุนนั้น ได้มีการเสนอโครงการขอรับทุนสนับสนุนในการจัดตั้ง " พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านเขายี่สารเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ " จากกองทุนชุมชน ธนาคารออมสิน หรือ SIF ซึ่งได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจำนวน ๑,๒๐๑,๑๔๑ บาท (หนึ่งล้านสองแสนหนึ่งพันหนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน) โดยชาวชุมชนบ้านเขายี่สารสมทบเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงได้ขออนุญาตวัดเขายี่สารใช้สถานที่บนศาลาการเปรียญเป็นที่จัดแสดงด้วย เมื่อการจัดพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สารสำเร็จลง จึงเปิดให้เข้าชมโดยมีตำบลยี่สาร เป็นหน่วยงานดูแลและมีชาวชุมชนบ้านเขายี่สารเป็นคณะกรรมการบริหารงานพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สารได้มีส่วนทำให้ชาวชุมชนเกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน อีกทั้งเป็นสถานที่ที่จะเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาเรื่องราวของท้องถิ่นเขายี่สารได้อย่างกว้างขวางต่อไป.

 

สภาพภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมทั่วไป

บ้านยี่สารตั้งอยู่เชิงเขายี่สาร เขาหินปูนปนหินทรายขนาดย่อมกลางป่าชายเลนและเป็นภูเขาแห่งเดียวของจังหวัดสมุทรสงคราม แม้อยู่ในเขตการปกครองของอำเภออัมพวา แต่เป็นส่วนที่ติดกับชายฝั่งทะเลไม่ใช่สวนผลไม้ดังที่คุ้นเคย สามารถเดินทางติดต่อกับอำเภอบ้านแหลมและจังหวัดเพชรบุรีได้สะดวกกว่า

 

คลองขุดยี่สาร ขุดลัดไปออกปากอ่าวบางตะบูน เมื่อปลายรัชกาลที่ ๔ ต่อปีแรกในรัชกาลที่ ๕

 

เขายี่สารอยู่ห่างชายฝั่งอ่าวไทยราว ๕ กิโลเมตร พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยป่าชายเลนที่กลายเป็นสวนป่าโกงกางและนากุ้ง มีลำคลองสายต่างๆทั้งคลองขุดและคลองธรรมชาติเชื่อมเส้นทางสู่ชุมชนภายนอก สู่พื้นที่ป่าชายเลนซึ่งเป็นที่ทำกิน และสู่ลำน้ำที่ใช้จับสัตว์น้ำ คลองสายต่างๆ คือ หัวใจหลักในการคมนาคมยุคแรกเริ่ม จนถนนมีบทบาทแทนในปัจจุบัน

 

ทิศเหนือและทิศตะวันออก มีคลองขุดลัดเรียกว่า คลองขุดยี่สารหรือคลองหลวงไปออกคลองประชาชมชื่นหรือคลองบางลี่ เพื่อไปแม่น้ำแม่กลองที่อัมพวาและสมุทรสงคราม โดยไม่ต้องอ้อมออกทะเล บริเวณนี้ยังมีการขุดคลองลัดอีกมากมาย แยกออกทางขวาสามารถติดต่อกับคลองช่องและคลองโคนได้ แต่ปัจจุบันไม่มีผู้ใช้เดินทางแล้ว

 

ทิศตะวันตก เป็นป่าชายเลนติดต่อกับนาข้าว และมีเส้นทางรถไฟสายใต้พาดผ่าน บริเวณนี้จะพบเขารูปร่างแปลกตา บริเวณอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี

 

ทิศใต้ มีทางน้ำอ้อมเขาแยกออกเป็นสองสาย สายหนึ่ง คือ คลองยี่สารเดิมพุ่งตรงไปยังเขาอีโก้ ซึ่งเห็นเป็นจุดสำคัญชัดเจน อีกสายหนึ่ง คือ แพรกบางอีทอนหรือแพรกเขมร เชื่อมต่อกับคลองไหหลำ ที่ไปออกคลองบางตะบูนได้ หน้าวัดเขายี่สารมีคลองยี่สาร ซึ่งขุดเมื่อปลายรัชกาลที่ ๔ ตัดตรงไปเชื่อมต่อกับคลองบางตะบูน ทำให้ออกปากอ่าวบางตะบูนได้สะดวก

 

ท่าน้ำบริเวณปากคลองหรือคลองยี่สารซึ่งสามารถไปออกคลองบางลี่หรือคลองประชาชมชื่น ซึ่งเป็นเส้นทาง

ติดต่อระหว่างยี่สารกับอัมพวาและแม่กลองในอดีต ในปัจจุบันการสัญจรทางเรือ ก็ยังมีบทบาทมากในพื้นที่นี้

 

สภาพแวดล้อมกับการอยู่อาศัย

สภาพแวดล้อมแบบป่าชายเลน ทำให้การอยู่อาศัยที่บ้านยี่สารเป็นเรื่องลำบาก น้ำใช้ส่วนหนึ่งนำมาจากแม่น้ำเพชรบุรี ส่วนน้ำดื่มต้องรองน้ำฝนเก็บไว้ใช้ให้ได้ตลอดปี ทั้งยังมียุงมากมาย รวมถึงงูเห่าที่พบตามซอกหินบนเขายี่สารและในป่าโกงกาง

 

สภาพพื้นที่เป็นดินเค็มมีแต่พืชพื้นถิ่นบางชนิดเท่านั้นที่งอกงาม จึงไม่สามารถทำนาปลูกพืชผลไม้ต่างๆได้ อาหารการกินของชาวยี่สารจึงดัดแปลงนำพืชท้องถิ่นมาปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิดโดยกำจัดความเค็มก่อน ส่วนบริเวณที่มีการอยู่อาศัยมานานมีสภาพเป็นเนินดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ต้นไม้ใหญ่งอกงามได้ดี

 

 

ในอดีต หากเดินทางต้องใช้ทางเรือเท่านั้น เมื่อ พ . ศ . ๒๕๑๘ เป็นปีแรกที่ชุมชนยี่สารสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ด้วยรถยนต์ เหตุนี้ก็ว่าได้ จึงทำให้ยี่สารคงความเป็นหมู่บ้านที่เปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมและลักษณะทางกายภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

เมื่อราวสิบปีที่ผ่านมา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผลของการทำนากุ้งกุลาดำและกว้านซื้อที่ดินจากนายทุนภายนอก ส่งผลถึงระบบทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วและไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

อัพเดทล่าสุด 9 พ.ค. 2560, 09:38 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.