หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร : วัดเขายี่สารและศิลปกรรมในพุทธศาสนา และภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ
บทความโดย มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 6 มิ.ย. 2559, 09:05 น.
เข้าชมแล้ว 2668 ครั้ง

พระอุโบสถวัดเขายี่สารบูรณะใหม่ประดับลวดลายปูนปั้นด้วยฝีมือช่างเมืองเพชร

ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิมที่บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน

 

วัดเขายี่สาร ถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านจะมาพบปะและทำบุญร่วมกันในวันพระและงานประเพณีสำคัญในรอบปี  เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมและลักษณะทางกายภาพ วัดและชุมชนยี่สารในสมัยแรกเริ่มควรมีพื้นที่กิจกรรมต่างจากการใช้พื้นที่ในปัจจุบัน ที่ตั้งของหมู่บ้านและทางขึ้นเขาน่าจะอยู่บริเวณหลังวัดเนื่องจากเป็นจุดที่มีลำคลอง ๒ สายมาสบกัน มีศาลพ่อปู่ศรีราชาเดิมตั้งอยู่ ฝั่งคลองตรงข้ามมีศาลพ่อปู่หัวละมานและวัดน้อย ทั้งพื้นที่หน้าวัดในปัจจุบันยังเป็นที่สำหรับฌาปนกิจศพมาตั้งแต่สมัยโบราณ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความสำคัญของเส้นทางคมนาคม ในช่วงที่มีการขุดคลองลัดยี่สารไปออกบางตะบูนเมื่อราวต้นรัชกาลที่ ๕

 

หน้าบันพระอุโบสถซ่อมแซมครั้งล่าสุด โดยฝีมือของกลุ่มช่างสำรวย เอมโอษฐ์ แห่งเมืองเพชร

 

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของวัดเขายี่สาร ถือว่างดงามและเห็นได้ชัดว่ามีร่องรอยของศิลปะในสมัยอยุธยาอยู่มาก ศาสนาสถานบนเขายี่สารมีการวางตัวตามแนวยาวของภูเขาลดหลั่นกันอย่างมีระเบียบแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ๆจำนวนมากและได้รับการวางผังเป็นอย่างดี ซึ่งน่าจะเป็นการวางแผนการใช้พื้นที่ในคราวเดียวกัน โดยถือเอาพระบาทสี่รอยในพระวิหารเป็นประธานของวัด

 

 

การทำบุญที่วัดของชาวบ้านยี่สารในอดีต ใช้พื้นที่บริเวณลานทำบุญซึ่งอยู่ในระดับระหว่างทางขึ้นไปสู่พระวิหารและทางเดินลงไปสู่โบสถ์เป็นที่ชุมนุม ลานทำบุญในอดีตเคยมีศาลาทรงไทยที่เป็นอาคารเปิดโล่ง ตั้งอยู่ ๓ หลัง สำหรับ ชาวบ้านใน ใช้ทางขึ้นและศาลาทางทิศตะวันตก ส่วน ชาวบ้านนอก ใช้ทางขึ้นและศาลาทางทิศเหนือ ตรงกลางมีแท่นเป็นแนวยาว ๓ แท่น สำหรับวางบาตรและสำรับกับข้าวของผู้มาทำบุญ

 

ศาลานั่งฉันหรือศาลาหอฉันอยู่บนไหล่เขายี่สาร ใช้เป็นสถานที่ทำบุญเลี้ยงพระ

ด้านหน้ามีแท่นยาวสำหรับวางสำรับคาวหวาน ปัจจุบันมีการใช้งานเป็นบางครั้ง

 

ปัจจุบัน ได้รื้อศาลาทำบุญของชาวบ้านนอกและชาวบ้านในออกไป จนเหลือเพียงศาลานั่งฉันหรือหอฉันหลังเดียว และยกเลิกการทำบุญบนเขาเพราะไม่มีเด็กวัดช่วยยกลำเลียงสิ่งของขึ้นลงเขาดังแต่ก่อน

 

บานประตูสลักไม้ที่วิหารศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ทำเป็นลายเส้นแบบตะแกรง มีลายสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสองอยู่ตรงกลาง

 

ศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาที่ปรากฏในวัดเขายี่สาร แสดงถึงความร่ำรวยและการอุทิศทุนทรัพย์ของชาวยี่สารที่มีความศรัทธาและผูกพันต่อพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งในช่วงอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาไว้แล้วเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘

 

ภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ

 

 

ภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้เรื่อง พุทธประวัติ เขียนขึ้นเมื่อราวสมัยปลายรัชกาลที่ ๕ ต่อเนื่องกับรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะในภาพลงศักราชไว้ว่าเป็น สก ๑๒๙ หรือ พ.ศ. ๒๔๕๔ อันเป็นปีแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เขียนลงบนแผ่นไม้ประดับบนคอสองของศาลาพระปาลิไลยก์หลังเก่าที่อยู่ใกล้กับศาลาท่าน้ำหน้าวัด ก่อนจะถูกรื้อและชาวบ้านช่วยกันนำมาเก็บรักษาไว้ ในภาพเขียนเรื่อง พุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานที่สอดแทรกสภาพสังคม การแต่งกาย และวิถีชีวิตร่วมสมัย มีร่องรอยการเขียนซ่อมแซมภายหลังด้วยปรากฏชื่อผู้บริจาคทรัพย์ในการเขียนภาพจิตรกรรม สืบค้นได้ว่าเป็นบรรพบุรุษรุ่นปู่ย่าตายายของชาวยี่สารในปัจจุบันนี้ทั้งสิ้น

 

อัพเดทล่าสุด 11 พ.ค. 2560, 09:05 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.