หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร : การขุดค้นทางโบราณคดี
บทความโดย มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 6 มิ.ย. 2559, 12:26 น.
เข้าชมแล้ว 1855 ครั้ง

เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสาสมัครนักศึกษาโบราณคดี ม.ศิลปากร

กำลังทำการขุดค้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๑

 

การขุดค้นทำในบริเวณเนินดินขนาดใหญ่สูงกว่าพื้นที่รอบๆ ราว ๒ - ๓ เมตร ขนาดราว ๓๐ ไร่ เริ่มจากเชิงเขาด้านทิศใต้โอบล้อมไปจนถึงโรงเรียนประถมจนจรดคลองยี่สารตรงข้ามปากคลองหลวงหรือบริเวณศาลาพระปาลิไลยก์ รวมเอาบริเวณที่เรียกว่า " อู่ตะเภา " ไว้ด้วย เห็นได้ชัดว่าเนินดินเกิดจากการกระทำของมนุษย์เพราะเนื้อดินประกอบด้วยอินทรีย์วัตถุที่เกิดจากการอยู่อาศัย ดังนั้น บริเวณนี้จึงมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นอยู่มากมาย ผิวดินพบเศษภาชนะดินเผารูปแบบต่างๆ มีอยู่กระจัดกระจายค่อนข้างหนาแน่นทั่วทั้งเนินจนถึงริมน้ำ

 

หลุมทดสอบขนาด ๓ x ๓ เมตร ขุดในบริเวณที่เกือบจะเป็นจุดสูงสุดของเนิน เนื้อดินลักษณะเป็นฝุ่นแป้งปนกับรากไม้ , ก้อนหิน , เปลือกหอยแครง และเศษภาชนะดินเผาประเภทต่างๆ ชั้นดินแต่ละชั้นแสดงถึงการอยู่อาศัยอย่างชัดเจน

 

เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ขณะทำการคัดแยกเศษภาชนะที่ได้จากการขุดค้น

 

ยี่สาร นับเป็นชุมชนที่นิยมการใช้เครื่องถ้วยชามที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าทางทะเล เพราะพบเศษภาชนะจากแหล่งเตาทุกแห่งที่มีการทำเครื่องถ้วยและนำออกขายโดยใช้เส้นทางทางทะเล รวมไปถึงหม้อก้นกลมประดับลวดลายที่รู้จักกันว่าหม้อทะนน ซึ่งเป็นภาชนะท้องถิ่น

 

โอ่งเนื้อแกร่งขนาดใหญ่เคลือบสีน้ำตาลเข้มไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่นอน แต่น่าจะนำเข้ามาจากจีน บางท่านเรียกตุ่มสุโขทัย

เพราะเข้าใจว่าผลิตจากแหล่งเ่ตาในสุโขทัย โอ่งขนาดใหญ่เหล่านี้เก็บรักษาไว้ที่ใต้ถุนหอไตรวัดเขายี่สาร

 

นอกจากนี้ ยังมีเศษภาชนะเนื้อแกร่งขนาดใหญ่จำนวนมากทั้งที่เคลือบและไม่เคลือบ ทั้งที่นำเข้ามาจากโพ้นทะเลและทำจากแหล่งเตาภายใน พบอยู่ตลอดทุกระยะของการอยู่อาศัยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เพราะภาชนะใส่น้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก คือ ความต้องการพื้นฐานของชุมชนแห่งนี้

 

เศียรพระพุทธรูปหินทรายแดง มีเรียวพระมัสสุเหนือพระโอษฐ์ น่าจะมีอายุอยู่ในสมัยอยุธยาตอนต้น

นำมาจากบริเวณหน้าวิหารพระปาลิไลย์ซึ่งแต่เดิมเคยมีอยู่จำนวนมาก

 

การศึกษาในครั้งนี้ เราสามารถกล่าวได้ว่ามีการอยู่อาศัยโดยตลอดตั้งแต่เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จนถึงปัจจุบัน เป็นชุมชนร่วมสมัยกับการกำเนิดกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีโดยไม่ขาดตอนหรือมีการทิ้งร้าง รูปแบบการดำรงชีวิตแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก

 

เครื่องถ้วยจีนจากเตาจิงเต๋อเจิ้น อายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๒๑-๒๒

 

จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยให้การอยู่อาศัยเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ไม่สามารถผลิตอาหารสำคัญ เช่น ข้าวได้ด้วยตนเอง ไม่มีน้ำจืดใช้ แต่มีการปรับตัวกับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ใช้ภาชนะขนาดใหญ่และจำนวนมากในการเก็บรักษาน้ำจืด ใช้การแลกเปลี่ยนวัตถุดิบเพื่อนำมาแปรรูปแล้วขายออกไปอีกต่อหนึ่ง จนสามารถตั้งหลักแหล่งอย่างถาวรอย่างต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ – ๘๐๐ ปี

 

อัพเดทล่าสุด 9 พ.ค. 2560, 12:26 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.