หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร : ยี่สารในอดีต
บทความโดย มูลนิธิเล็ก -ประไพ วิริยะพันพุ์
เรียบเรียงเมื่อ 6 มิ.ย. 2559, 11:01 น.
เข้าชมแล้ว 2110 ครั้ง

ศาลพ่อปู่ศรีราชาศูนย์กลางความเชื่อและจิตวิญญาณของคนยี่สาร

 

กำเนิดยี่สาร

บ้านยี่สารเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในเขตทะเลตมรอบอ่าวไทย เรื่องเล่าถึงกำเนิดชุมชนผูกพันกับตำนานพ่อปู่ศรีราชา เล่ากันว่ามีคนจีนสามพี่น้องล่องเรือสำเภามาค้าขาย พี่คนโตชื่อ จีนเครา คนรองชื่อ จีนขาน คนสุดท้องชื่อ จีนกู่ เมื่อสามพี่น้องแล่นเรือมาจนถึงบริเวณเขายี่สาร เรือสำเภาได้พุ่งชนเขาจนเรือแตก พี่น้องสามคนพลัดจากกัน พี่คนโตที่ชื่อจีนเคราไปอยู่ที่ เขาตะเครา คนรองคือจีนขานอยู่ที่ เขายี่สาร ส่วนน้องคนเล็กหรือจีนกู่อยู่ที่ เขาอีโก้ ทั้งสามพี่น้องได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นหมู่บ้านอยู่สืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

 

พ่อปู่ศรีราชา คือ วีรบุรุษท้องถิ่น เพราะมีเรื่องเล่าทำนองนี้หลายแห่งในละแวกเพชรบุรี สะท้อนให้เห็นกลุ่มคนจีนที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งบริเวณชุมชนชายฝั่งทะเล สัมพันธ์กับการเดินทางด้วยเรือสำเภา นับเป็นตำนานที่มีอิทธิพลต่อชาวยี่สารทั้งในเรื่องตัวตนความเป็นมาและระบบความเชื่อ

 

และจากหลักฐานทางโบราณคดี สรุปได้ว่ามีการอยู่อาศัยของผู้คนตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ - ๘๐๐ ปี โดยไม่ขาดตอนหรือมีการทิ้งร้างแต่อย่างใด

 

ยี่สารในฐานะชุมชนการค้า

ชื่อ ยี่สาร น่าจะเป็นร่องรอยบอกลักษณะการดำรงชีวิตของผู้คนในอดีต ยี่สาน หรือ ยี่ส่าน สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ปสาน ซึ่งยืมภาษาเปอร์เซีย คือ บาซาร์ มาใช้เรียกตลาด ดังนั้น ชุมชนยี่สารในอดีตคงเกี่ยวข้องกับการค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

แต่สำหรับชุมชนยี่สารในปัจจุบัน คำว่า ยี่สาน ไม่ได้ใช้หรือรับรู้กันโดยทั่วไปในความหมายว่าตลาด ทั้งชื่อบ้านยี่สาร ใช้ตัวสะกด " ร " แทน " น " ได้กลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการไป จนทำให้เกิดความเข้าใจความหมายผิดไปมาก

 

เครื่องถ้วยอิเซน และเครื่องถ้วยคารัตสึ จากญี่ปุ่น อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒

 

บ้านยี่สารน่าจะมีการค้ามาตั้งแต่แรก จากข้อมูลทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า มีการใช้ภาชนะจากแหล่งเตาทุกแห่งที่มีการผลิตเพื่อขาย ได้แก่ สุพรรณ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย เชียงใหม่ ลำพูน สิงห์บุรี จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น โดยผ่านการค้าที่กรุงศรีอยุธยาอีกทีหนึ่ง ยืนยันได้ว่ามีการค้าเกิดขึ้นระหว่างบ้านยี่สารกับเมืองหลวงที่กรุงศรีอยุธยา

 

ในภูมิสถานกรุงศรีอยุธยา สินค้าของชาวยี่สารที่นำไปขายท้ายวัดพนัญเชิง คือ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลากะพง ปลาคุเรา ปลาทู ปลากะเบนย่าง ซึ่งเป็นสินค้าแปรรูปและของแห้ง เพราะยี่สารไม่ใช่ชุมชนประมงชายฝั่ง แต่รับซื้อสินค้าจากทะเลมาผลิตอีกต่อหนึ่ง รวมทั้งผลิตปูนหอยหรือปูนขาวที่ทำจากเปลือกหอยแครง เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งด้วย ลักษณะทำการค้าของชาวยี่สาร บ่งถึงกลุ่มคนที่ทำการค้าชนิดนี้ว่าน่าจะเป็นชาวจีนหรือผู้คนที่มีเชื้อสายจีน ชำนาญในการประมง การแปรรูป ทำปูนขาวจากเปลือกหอย และไม่กังวลกับการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทั้งอาจผสมผสานกับกลุ่มคนท้องถิ่นที่ชำนาญในการเดินเรือ

 

การเปลี่ยนแปลงเส้นทางข้ามคาบสมุทรไปสู่เมืองมะริดและเลิกเดินเรือสำเภาเลียบชายฝั่งหลังเสียกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งการผลิตสมัยต้นรัตนโกสินทร์เปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อส่งออก ทำให้เมืองเพชรบุรีหมดความสำคัญลง ยี่สารซึ่งอยู่ในเส้นทางระหว่างเพชรบุรีและแม่กลองหมดความสำคัญไปด้วย

 

แม้มีการขุดคลองบางลี่และคลองลัดยี่สารเพื่อสะดวกแก่การคมนาคมขนส่งผลผลิตจากเพชรบุรีสู่ภายนอกก็ตาม แต่ก็เป็นไปในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะรถไฟสายกรุงเทพฯ - เพชรบุรี ได้ทำหน้าที่แทนแม่น้ำลำคลองต่างๆ บ้านยี่สารได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง จนไม่สามารถทำการค้าได้ดีเท่าในอดีต อาจเพราะมีคู่แข่งสินค้าอย่างเดียวกันหรือไม่สามารถแข่งขันกับแหล่งการค้าขนาดใหญ่ เช่น ที่แม่กลองได้ ทำให้อาชีพทางค้าขายเปลี่ยนเป็นการหาอยู่หากิน ส่งฟืนเข้าเมืองหลวงเหมือนชุมชนในเขตทะเลตมทั่วไป จนความรุ่งเรืองเนื่องจากการเป็นชุมชนการค้าค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน

 

 

ยี่สารในเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยวโบราณ

ยี่สาร เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางผ่านไปสู่เมืองเพชรบุรีและหัวเมืองทางชายฝั่งตะวันตกของเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางและการค้าข้ามคาบสมุทรตอนบนสุดที่ต่อกับผืนแผ่นดินภายใน โดยใช้เส้นทางน้ำลัดเลาะสู่เมืองเพชรบุรี แล้วเปลี่ยนมาเดินทางบก ข้ามช่องเขาของเทือกเขาตะนาวศรีสู่เส้นทางน้ำสายในจนถึงชายฝั่งเมืองท่ามะริด เพื่อต่อเรือไปชายฝั่งเบงกอลหรือเมืองท่าในมหาสมุทรอินเดีย หรือหากเดินเรือเลียบชายฝั่งจากหัวเมืองทางแหลมมลายูต้องผ่านชายฝั่งเมืองกุยแถบสามร้อยยอด เมืองปราณ ชะอำ เหนือขึ้นไป คือ เมืองเพชรบุรี ผ่านยี่สาน แม่กลอง ท่าจีน จากนั้นจึงถึงปากน้ำเจ้าพระยา ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกิดจากเศรษฐกิจการค้าโพ้นทะเลของกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ บริเวณทะเลตมและชายฝั่งทะเลบริเวณนี้ เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนที่นิยมสำหรับพระมหากษัตริย์ ชาวต่างประเทศ กุฎุมพี เช่น รัชกาลสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีไปจนถึงสามร้อยยอด ตั้งพระตำหนักแถบฝั่งมหาสมุทรเที่ยวทรงเบ็ดในทะเลลึก แล้วไปสร้างพระตำหนักที่ตำบลโตนดหลวง เพื่อประพาสทะเลต่อรวมเวลากว่า ๑ เดือน จึงเสด็จเข้าเมืองเพชรบุรี

 

สมเด็จพระเจ้าเสือและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จประพาสทรงเบ็ด หนึ่งในทั้งสองพระองค์นั้นน่าจะเป็นผู้สร้างพระตำหนักไว้ที่วัดคุ้งตำหนัก ใกล้ปากอ่าวบางตะบูน

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยฯทรงประชวร ได้เสด็จมาพักผ่อนที่ชายหาดบ้านบางทะลุ เหนือตำบลโตนดหลวงราว ๑๕ กิโลเมตร ภายหลังพระองค์พระราชทานนามใหม่เป็นหาดเจ้าสำราญ

 

แผนที่แสดงเส้นทางเดินทางน้ำจากกรุงเทพฯ ไปเขายี่สารและเมืองเพชร

 

นิราศเมืองเพชร สุนทรภู่บรรยายการเดินทางจากเมืองหลวงลัดเลาะเข้าลำคลองไปสู่เมืองเพชรบุรี ท่านกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นรวมทั้งสภาพนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ของเขตป่าชายเลนและชีวิตของผู้คนไว้ได้อย่างถี่ถ้วน

 

ราวปลายรัชกาลที่ ๔ ต่อเนื่องจนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ เมืองเพชรบุรีเป็นที่นิยมสำหรับชาวยุโรปซึ่งอาศัยอยู่ในบางกอก เป็นสถานที่สำหรับเปลี่ยนอากาศหรือตากอากาศยามหน้าร้อน

 

ในนิราศยี่สารของ ก.ศ.ร. กุหลาบ เขียนขึ้นเมื่อ พ . ศ . ๒๔๒๒ นายกุหลาบมาท่องเที่ยวตากอากาศและไหว้พระที่เขายี่สารพร้อมบุตรสาว ดังนั้น ยี่สารซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางจากปากน้ำแม่กลองและปากน้ำเพชรบุรี จึงมีชื่อปรากฏในเอกสารและแผนที่โบราณสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นชุมชนที่อยู่ในเส้นทางการเดินทางที่นักเดินทางสมัยโบราณรู้จักเป็นอย่างดี

 

การเดินทางสมัยโบราณ

เส้นทางจากกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงเทพฯจะติดต่อหัวเมืองปากใต้หรือบ้านเมืองที่อยู่ใต้กรุงศรีอยุธยาลงมา โดยเฉพาะเพชรบุรี สรุปได้ดังนี้ จากกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางเดิมหรือที่มีการขุดลัด แยกเข้าคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ที่ฝั่งธนบุรี เลี้ยวเข้าคลองด่านหรือคลองมหาชัย ผ่านบางขุนเทียน จอมทอง ท่าข้าม แสมดำ แยกเข้าคลองโคกขามช่วงก่อนมีการขุดคลองมหาชัย ต่อกับคลองมหาชัยไปออกที่มหาชัยหรือเมืองท่าจีน แล้วข้ามแม่น้ำขึ้นเหนือ เข้าคลองสามสิบสองคุ้ง ต่อคลองสุนัขหอน ออกแม่น้ำแม่กลองขึ้นไปทางขวาแยกไปบางช้าง ราชบุรี กาญจนบุรีตามลำน้ำแม่กลอง ส่วนแยกทางซ้ายออกทะเล ตัดออกปากอ่าวข้ามทะเลเข้าคลองช่อง ลัดตามคลองเส้นสายใน ผ่านคลองยี่สาร เข้าคลองบางตะบูน ผ่านวัดคุ้งตำหนัก เข้าคลองบางครกผ่านเขาตะเครา แล้วเข้าแม่น้ำเพชรบุรีสู่เมืองเพชรบุรี

 

แผนที่แสดงถนนและเส้นทางน้ำภายในตำบลยี่สาร

 

ภายหลังเมื่อขุดคลองภาษีเจริญและคลองดำเนินสะดวกแล้ว มีเส้นทางสำหรับการเดินทางภายในที่รองรับความต้องการส่งผลผลิตเพื่อการส่งออก จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองบางกอกใหญ่ เข้าคลองภาษีเจริญมาออกแม่น้ำท่าจีนแถบอำเภอกระทุ่มแบน ตัดผ่านเข้าคลองดำเนินสะดวก แล้วเลือกเข้าคลองวัดประดู่ ผ่านไปสู่คลองสายในเพื่อเข้าแม่น้ำเพชรบุรี หรือคลองบางลี่หรือที่เรียกภายหลังว่าคลองประชาชมชื่น ต่อกับคลองขุดยี่สาน ผ่านยี่สาน ออกบางตะบูน ลัดเลาะเข้าสู่แม่น้ำเพชรบุรีอีกทีหนึ่ง เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านยี่สารต่อมาใช้ติดต่อกับทางอัมพวาหรือแม่กลองจนกระทั่งเลิกไปเมื่อมีการเดินทางบกที่สะดวกกว่า

 

อย่างไรก็ตาม นักเดินทางจะเลือกเดินทางเส้นใดก็แล้วแต่ความถนัดของผู้นำทาง ความชำนาญ รู้จักธรรมชาติน้ำขึ้นน้ำลง และขนาดของเรือโดยสารว่าเหมาะสมกับเส้นทางเช่นไร

 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระราชทานเงินร่วมกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ขุดคลองดำเนินสะดวกแล้ว สมเด็จเจ้าพระยาฯก็ร่วมเข้าทุนกันขุดคลองบางลี่จากเมืองสมุทรสงครามไปตกคลองยี่สาน และแก้คลองลัดยี่สานบางตะบูนอีกหนึ่งคลอง เมื่อราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ และทำการเปิดคลองเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ . ศ . ๒๔๑๒

 

อัพเดทล่าสุด 9 พ.ค. 2560, 11:01 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.