หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ดวงดาวของชาวเรือ
บทความโดย นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
เรียบเรียงเมื่อ 1 มี.ค. 2541, 15:22 น.
เข้าชมแล้ว 6982 ครั้ง

 เรือสำเภาโบราณ อาศัยเพียงกระแสลม ดวงดาว และปูมเรือ 

ก็สามารถล่องไกลจากเมืองไทยไปทั่วทะเลจีนใต้ (ภาพ : ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ)

 

สำหรับคนทะเล ซึ่งเคยเดินเรือแบบโบราณ ไร้เข็มทิศและโซนาร์ เพียงอาศัยดวงดาวบนท้องฟ้า คนทะเลเหล่านั้นสามารถไปได้ไกลถึงสิงคโปร์ กลุ่มดาวสำคัญที่คนเดินเรือใช้ดูเพื่อบอกเวลา มีดาวลูกไก่ (Pleiades) ดาวจระเข้ (Ursa Major) และดาวว่าว (Southern Cross)

 

ตำราดาวที่ชาวประมงเพชรบุรีใช้เดินเรือเป็นตำรับของจีนไหหลำ อาศัยการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว ๓ กลุ่มหลักเพื่อบอกเวลาใกล้รุ่ง สำหรับให้เรือรีบกลับฝั่งในแต่ละเดือน มีรายละเอียดดังนี้

 

การดูดาวลูกไก่ ดาวลูกไก่จะขึ้นเป็นหมายให้สังเกตในช่วง ๔ เดือน เรียกตามเดือนจีนตั้งแต่เดือน ๗ ถึงเดือน ๑๐ ดังนี้คือ

 

ชิกเต็ง เจ็ดตรง (ในเดือน ๗ จีน กลางคืนดาวลูกไก่ขึ้น พอดาวลูกไก่เที่ยงตรงหัวก็สว่างพอดี ต้องรีบกลับฝั่งก่อนสว่างมิฉะนั้นจะไม่มีลม)        

 

โป๊ยเซี้ยะ แปดบ่าย (ในเดือน ๘ จีน ตอนใกล้รุ่งเช้าดาวลูกไก่จะเอียงไปทางตะวันตกหน่อยหนึ่ง ถึงเวลากลับฝั่งได้แล้ว)

 

เก๋าเกี๋ย เก้าบ่ายมาก (ในเดือน ๙ จีน ตอนใกล้รุ่งเช้าดาวลูกไก่จะเอียงไปทางตะวันตกมากต้องรีบกลับเข้าชายฝั่งได้แล้ว)

 

จั๊บโละตี้ สิบตกดิน (ในเดือน ๑๐ จีน ถ้าเห็นดาวลูกไก่เริ่มตกขอบฟ้าต้องรีบเข้าฝั่ง)

 

การดูดาวจระเข้  ใช้ดูบอกเวลาช่วงประมาณเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ จนสิ้นเดือนยี่ของจีน โดยจะดูลักษณะการกลับตัวของจระเข้บนท้องฟ้าเพื่อบอกเวลาใกล้รุ่ง ให้นำเรือกลับฝั่ง

 

การดูดาวว่าว ใช้ดูบอกเวลาในเดือน ๓ เดือน ๖ จีน จับสังเกตการเอียงของดาวว่าวว่าตะแคงอย่างไรจึงจะต้องรีบกลับฝั่ง

 

ยังมีดาวอีกดวงหนึ่ง ชาวเรือเรียกกันว่า “ดาวเรือเสีย” ซึ่งเห็นแล้วมักสับสน คิดว่าเป็นดาวรุ่งหรือดาวพระศุกร์ รีบออกเรือนึกว่าใกล้สว่าง แต่รอเท่าไหร่ ฟ้าก็ไม่สาง ดวงดาวนี้สว่างโชติคล้ายดาวรุ่ง แต่สุกก่ำน้อยกว่า

 

เป็นไปได้ว่า “ดาวเรือเสีย” อาจจะหมายถึงดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆ เช่น ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ที่มีความสว่างคล้ายๆ กัน

 

การเดินเรือเมื่อก่อนนั้น ในเวลากลางวันจะรู้ทิศทางตำแหน่งแห่งที่โดยสังเกตทิศจากพระอาทิตย์ กลางคืนสังเกตจากกระแสลมและกลุ่มดาวเฉพาะดาวที่ใช้เป็นหมายสำคัญ

 

ในการบอกทิศใต้คือ ดาวว่าว บางทีชาวบ้านเรียกดาวใต้ จีนเรียกน่ำเต็ง (น่ำ-ใต้, เต็ง-สมอ) อันหมายถึงกลุ่มดาว Southern Cross

 

วิธีตรวจหากลุ่มดาวว่าวทำโดย คะเนหาทิศทาง กำมือยื่นไปข้างหน้า คว่ำมือเหยียดนิ้วหัวแม่มือลงให้ติดเส้นขอบฟ้า ตรงปลายนิ้วชี้ชี้ขึ้นบนคือกลุ่มดาวว่าว ปกติดาวว่าวจะเดินเกาะขอบฟ้าทางทิศใต้ ถ้าฟ้าแจ่มจะมองเห็นเกือบทุกคืนในหน้าเดินเรือ ลักษณะดาวว่าวที่ปรากฏช่วงหัวค่ำเอียงซ้าย เที่ยงคืนตรง ครึ่งคืนไปแล้วจะเอียงขวา ชาวเรือจะดูดาวว่าวเป็นหลักเพื่อบอกทิศทาง ส่วนดาวเหนือ (Polaris) ดูยาก ๑๐๐ คน จะดูได้สัก ๑๐ คน และเวลาอากาศไม่ดีก็มองไม่เห็นดาวเหนือ การหาทิศเหนือจึงต้องสังเกตจากทิศใต้ แต่ถ้าต้องการสังเกตเฉพาะเจาะจงลงไปถึงทิศเหนือ จะมีดาวจระเข้เป็นหมายสำคัญ ดาวจระเข้ ๔ เดือนจะเปลี่ยนตำแหน่งอย่างชัดเจนหนึ่งครั้ง

 

นอกจากนี้ยังดูดาวลูกไก่และดาวไถ สองกลุ่มนี้ขึ้นเคียงๆ กัน หรือพอใกล้สว่างประมาณตีสาม ดาวรุ่ง ดาวประจำเมืองจะขึ้น ในหน้าสลาตัน (ฤดูที่ลมสลาตันพัด) ประมาณเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม จะไม่เห็นดาวลูกไก่ ต้องดูดาวอื่นแทน ส่วนดาวอื่นๆ ที่คนเดินเรือดูบ่อยๆ คือ ดาวหมา ดาวรุ่ง และดาวประจำเมือง

 

ดาวหมา อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้ดาวหมามีดาวจระเข้ เมื่อสอบถามเปรียบเทียบดูแล้วน่าจะเป็นนักษัตร Auriga ที่มีดาว Capella ปรากฏเห็นชัดในกลุ่มนี้

 

ดาวรุ่ง ขึ้นตอนใกล้สว่าง คือ ดาวพระศุกร์ (Venus)

 

าวประจำเมือง ขึ้นทางทิศตะวันออก ถ้าเมฆฝนมากจะเห็นวับๆ แวมๆ เมื่อสืบถามแล้ว ดาวประจำเมืองมิได้หมายถึงดาวรุ่งหรือดาวพระศุกร์ซึ่งเห็นตอนใกล้เช้ากับหัวค่ำเพียงดวงเดียว แต่ยังรวมถึงดาวเคราะห์สว่างดวงอื่นๆ ดังเช่น ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ซึ่งปี ๒๕๔๐ นี้เดินร่วมกับกลุ่มดาวราศีมังกร และในบางฤดูจะเห็นดาวประจำเมือง (ซึ่งบางทีก็คงจะเป็นดาวเคราะห์สว่างดวงอื่น เช่น ดาวเสาร์-Saturn) เดินจากตะวันออกไปตะวันตกตั้งแต่หัวค่ำยันเช้าปรากฏอยู่อีกด้วย                                                                               

 

บันทึกจากท้องถิ่น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๑ (มี.ค.-เม.ย.๒๕๔๑)

 

อัพเดทล่าสุด 6 มี.ค. 2561, 15:22 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.