หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เทศกาลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีน ณ ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกง ปากคลองแกลง จังหวัดระยอง
บทความโดย จิราพร แซ่เตียว
เรียบเรียงเมื่อ 28 ธ.ค. 2561, 10:02 น.
เข้าชมแล้ว 110 ครั้ง

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทีมงานมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ มีโอกาสร่วมสังเกตการณ์ “เทศกาลกินเจ” ของชาวไทยเชื้อสายจีน ณ ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกง หัวแหลม บ้านปากคลองแกลง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดบ้านเพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลสำคัญของเมืองระยอง ซึ่ง เป็นการสำรวจความเคลื่อนไหวจากท้องถิ่นในระยะเวลาสั้นๆ มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงขนบธรรมเนียมความเชื่อของชาวไทย เชื้อสายจีนซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในภูมิภาคตะวันออก

 

ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกงในปัจจุบัน

 

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพมาจากประเทศจีนจนกระทั่งกลาย มาเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ตามการศึกษาพบว่าสามารถแบ่งโดยใช้เกณฑ์ภาษาพูดและถิ่นฐานเดิมในประเทศจีนเป็น ๕ กลุ่มหลัก คือ แต้จิ๋ว กวางตุ้ง แคะ ฮกเกี้ยน และไหหลำซึ่งมาจาก ๓ พื้นที่หลัก คือ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลางตอนล่างของมณฑลกว่างตง และทางตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยนและมณฑลไห่หนาน (อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช. ศาลเจ้าจีนในกรุงเทพฯ, หน้า ๓๒) จีนทั้ง ๕ กลุ่ม กระจัดกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจีนแต้จิ๋ว ซึ่งจัดว่ามีจำนวนประชากรมากกว่าจีนอีก ๔ กลุ่ม (แสงอรุณ กนก พงศ์ชัย. วิถีจีน-ไทย ในสังคมสยาม, หน้า ๑๐)

 

นอกจากเกณฑ์ภาษาพูดและถิ่นฐานเดิมแล้ว ในอดีตยังอาจจำแนกความต่างได้จากกฎเกณฑ์อื่นๆ เช่น ความแตกต่างในราย ละเอียดของพิธีกรรมที่แต่ละกลุ่มปฏิบัติ ความถนัดในเชิงช่างของงานศิลปะบางแขนง ความถนัดในวิชาชีพเฉพาะกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้เปลี่ยนไป  และจากการสำรวจภาคสนามพบความไม่ชัดเจนของเส้นแบ่งกลุ่ม อันเนื่องมาจากการผสมผสานทั้งจากการแต่งงานข้ามกลุ่มภาษา การแต่งงานกับคนไทยในท้องถิ่นและการปฏิสังสรรค์และหยิบยืมแลกเปลี่ยนกันทางวัฒนธรรม

 

ชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้าร่วมเทศกาลกินเจที่ศาลเจ้าพ่อโต๊ะ กงนั้นมีทั้งคนในพื้นที่ คือคนปากคลองแกลงและจากบริเวณใกล้เคียง และรวมไปถึงคนต่างถิ่น ซึ่งกลุ่มหลังกลับเป็นกลุ่มสำคัญซึ่งเป็นผู้นำแบบแผนการกินเจเข้ามาเผยแพร่ โดยผสมผสานธรรมเนียมพิธีกรรม จากความเป็นจีนต่างกลุ่มและเพิ่มเติมกิจกรรมสำคัญของศาลเจ้า คือ การจัดงานกินเจ ๒ ครั้ง ซึ่งแต่เดิมคนปากคลองแกลงและศาลเจ้าไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติมาก่อน

 

คุณฤทัย กิตติเลิศพงศ์ เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์คนท้องถิ่น และเป็นคนทรงเจ้าแม่กวนอิมในเทศกาลกินเจของศาลนี้ เล่าภูมิหลังครอบ ครัวและภูมิหลังกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ให้ฟังว่า เธอเป็นจีนแต้จิ๋วรุ่นที่สาม คนจีนที่นี่ผสมผสานกันมีแซ่โค้ว แซ่เฮ้ง แซ่ตั่น แซ่แต้ หลังๆ ก็ผสมกับไทย ตนเองเองพ่อแซ่ตั่น แม่แซ่เฮ้ง แต่ลูกๆ ไม่ได้ใช้แซ่ เปลี่ยนเป็นนามสกุลไทย ส่วนคุณยายเป็นลูกครึ่งระหว่างไทยกับจีน คุณตาเป็นไทย แม่แต่งงานกับคนจีน อากงเป็นคนจีนมาจากเมืองจีน แต่ย่าเป็นคนไทย อากงกินเจ แต่ย่าไม่กินเจ  การมีกลุ่มจีนเชื้อสายแต้จิ๋วเป็นกลุ่มหลักโดยผสมผสานกับจีนกลุ่มอื่นๆ เช่น ฮกเกี้ยน แคะ ไหหลำรวมไปถึงคนไทยพื้นถิ่นนี้ อาจจะเป็นภาพตัวแทนของคนไทยเชื้อสายจีนภาคตะวันออกในปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตาม แม้คนรุ่นหลังจะไม่สามารถเชื่อมโยงตนเองกับอดีตที่มาของบรรพบุรุษ ทั้งเรื่องแหล่งกำเนิด ภาษา ความถนัดในวิชาชีพและอื่นๆ รวมถึงการที่จีนกลุ่มอื่นอาจถูกบดบังด้วยวัฒนธรรมของจีนแต้จิ๋วซึ่งมีจำนวนมากกว่า แต่ร่องรอยทางวัฒนธรรมบางอย่างก็ยังคงตกค้างให้ได้นำมาวิเคราะห์กันต่อไป ความเห็นเสริมจากคุณณรงค์ แซ่ซิ่ม หรืออาจารย์เม้ง ผู้รู้ในประเพณีพิธีกรรมของชาวจีนที่สืบทอดความรู้มาจากบรรพบุรุษได้ให้ความเห็นว่า บริเวณศาลเจ้าโต๊ะกงแถบนี้เป็นคนแต้จิ๋วหรืออาจจะเป็นฮกเกี้ยนที่ผสมผสานกับแต้จิ๋ว เพราะใช้แซ่ตั่นกัน แซ่ตั่นก็คือฮกเกี้ยน แต้จิ๋วเรียกแซ่ตั๊ง ถ้าจีนกลางเรียกแซ่เฉิน แต่ตัวเขาว่าเขาเป็นแต้จิ๋ว บางทีอาจจะรับอิทธิพลของแต้จิ๋ว มามากจนกลายเป็นแต้จิ๋วไปก็ได้

 

ถึงแม้คนที่ปากคลองแกลงจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนกลุ่มแต้จิ๋ว เช่นเดียวกันกับคุณธวัชชัย เทวศักดิ์รักษา นักธุรกิจโรงพิมพ์และการ์เม้นต์ย่านฝั่งธนฯ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมกินเจที่นี่ แต่กลับรับรูปแบบการประกอบพิธีกรรมของกลุ่มฮกเกี้ยนมาใช้เป็นหลัก โดยมี อาจารย์โกเม้งเป็นผู้นำในการประกอบพิธี โดยเล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า “ผมกินเจมาตั้งแต่เด็ก บ้านผมกินเจทั้งบ้าน ก๋งเป็นเหล่าซือคือซินแส สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น ผมจีนแคะ แต่เวลาเรียนจะเรียนภาษาฮกเกี้ยน ทำประเพณีแบบคนฮกเกี้ยน พิธีกรรมของจีนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน แต้จิ๋วจัดสวยงาม ฮกเกี้ยนเน้นพิธีกรรม ความขลัง ความละเอียด ทุกอย่างที่เอาขึ้นมาไหว้ต้องมีเหตุมีผลมีคำอธิบาย ส่วนคนแคะจะไหว้แบบง่ายๆ ไหว้น้ำชาแก้วเดียว สำหรับผมทำพิธีกรรมแบบสายฮกเกี้ยนแบบจีนทางใต้ทั้งหมด มาทำพิธีที่ศาลเจ้าโต๊ะกงไม่ต้องปรับเพราะเขาไม่มีพิธีกรรมเลย มีงานปีอย่างเดียวคือโต๊ะจีน ผมนำเอารูปแบบที่ผมเรียนมาลงโดยไม่ต้องปรับ ทุกคนเดินตามผมทำตั้งแต่จังหวัดระยอง ไม่มีการกินเจแม้แต่ศาลเดียว ไม่มีร้านอาหารเจ แต่ทุกวันนี้ร้านอาหารเจเป็นร้อยในเวลาสิบสี่ปีที่ทำมา”

 

ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกงรวมถึงบริเวณโดยรอบในปัจจุบัน เป็นพื้นที่แห่งการชุมนุมเหล่าเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเทศบาลเป็นผู้ดูแล นอกจากเจ้าพ่อโต๊ะกงหรือแป๊ะกง เทพเจ้า ผู้ดูแลหมู่บ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าโรงเจ้าศาลเดิมแล้ว ในพื้นที่ยัง ประกอบไปด้วยเทพเจ้าองค์สำคัญอื่นซึ่งเป็นที่นับถือของชาวไทยเชื้อสายจีน เช่น เทพเจ้ากวนอู เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่กวนอิม พระกิวอ๋อง ไต่เต่ เทพนาจา ฯลฯ นอกจากนี้ยังปรากฏศาลกรมหลวงชุมพรฯ ศาล สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และป้ายหมุดกวีสุนทรภู่ จุดที่ ๑๙ อ่าวสมุทร ที่หยิบยกข้อความจากนิราศเมืองแกลงมาบรรจุไว้

 

แต่หากย้อนกลับไปเมื่ออดีตผู้คนในท้องถิ่นเล่าถึงสภาพพื้นที่บริเวณนี้ว่า “เห็นศาลเจ้านี้มาแต่เด็ก เดิมเป็นศาลปูนเล็กกว่านี้ และไม่มีคนเข้ามาเลยเพราะรกและมืด คนจะเข้ามาไหว้ช่วงตรุษจีนกับสารทจีน เทศบาลตำบลแกลง-กะเฉดดูแลพื้นที่สาธารณะ แต่ไม่ ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับศาลเจ้า ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกงเป็นศาลเก่าที่ปากคลอง ด้านในคลองแกลงก็จะมีศาลริมน้ำอีก เป็นศาลของชุมชนจีนเก่าใน คลองด้านในห่างจากปากคลองไม่ไกลนัก

 

บรรยากาศงานพิธีสวดมนต์และอัญเชิญองค์เทพลุยไฟในช่วงค่ำคืน

 

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากศาลเจ้าพ่อโต๊ะกงเล็กๆ มาเป็นสภาพที่เห็นปัจจุบันเป็นผลมาจากการเข้ามาด้วยความศรัทธา คุณธวัชชัย เทวศักดิ์รักษา กับอาจารย์โกเม้ง หรือคุณณรงค์ แซ่ซิ่ม และพวกพ้องเพื่อนฝูง นำเอาเงินทุนรายได้ทั้งหมดให้ศาลเจ้า แต่ว่า รายจ่ายไม่คิดศาลเจ้าถึงได้โตขนาดนี้ แต่เดิมมีแค่ศาลโต๊ะกงเล็กๆ ที่คนมาไหว้กัน พอคนพื้นที่เริ่มทำเริ่มกินเจในเวลาสามปีต่อมาเขาก็ไป”

 

คุณธวัชชัยเล่าเพิ่มเติมว่า“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เมื่อ ๑๔ ปีที่แล้วมีเพื่อนอยู่ที่นี่ และตนเองอยากจะบูชาองค์เจ้า เลยมาหา สถานที่ทำพิธีปลุกเสกหรือเบิกเนตรองค์เจ้ากัน ตามตำราจีนถือว่าสถานที่ซึ่งจะปลุกเสกองค์เจ้าตามที่ระบุไว้คือ หน้าทะเล หลังภูเขา เช่นที่นี่จะศักดิ์สิทธิ์มาก ก็เลยมาจัดกองไฟลุยมากับคณะมีอาจารย์ ชื่ออาจารย์ณรงค์ แซ่ซิ่ม หรือชื่อเล่นว่าอาจารย์โกเม้ง เป็นคนภาคใต้ เป็นคนศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมทางการกินเจฮกเกี้ยน แล้วขอใช้สถานที่จัดงานกินเจปรากฏว่าจัดปีที่ ๑ ก็ยังไม่มีคนรู้จักว่าการกินเจคืออะไร อาหารเจชาวบ้านแถวนี้ไม่รู้จัก ผมก็เลยมาเผยแพร่ว่าสิ่งนี้คือเจ สิ่งนี้ไม่ใช่เจ รวมถึงการปฏิบัติในการไหว้เจ้า จัดต่อมาคนก็เยอะขึ้น องค์เจ้าจีนที่เห็นสั่งมาจากชาวจีนฮกเกี้ยน ใส่เรือมาตั้งศาลไหว้รวม ทั้งบนเขาด้วย ศาลนาจา ศาลเจ้าแม่กวนอิม

 

จัดงานกินเจปีหนึ่ง ๒ ครั้ง คือช่วงต้นปีกินเจของพระโพธิสัตว์กวนอิม จัด ๗วัน และช่วงปลายปีคือเดือน ๙ จีนซึ่งตรงกับกินเจ พระกิ๋วอ๋องไต่เต่ ตรงกับกินเจทั่วประเทศจัด ๙ วัน แต่ละองค์จะบูชาเทพอะไรก็แล้วแต่ อาจเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม เทพนาจา ฯลฯ องค์เจ้าที่ผมเลือกมาบูชาก็คือองค์เจ้าที่นับถือศรัทธา แต่องค์เจ้าที่เป็นประธานการกินเจคือพระกิ๋วอ๋องไต่เต่ ซึ่งทุกศาลที่จัดงานกินเจในประเทศไทยจะต้องเชิญองค์ท่านมาเป็นองค์ประธานประเพณีกิน

 

บรรยากาศงานลุยไฟในช่วงค่ำคืน

 

เจของที่นี่จัดตามตำราพระกิ๋วอ๋องตามจีนฮกเกี้ยนจะเหมือนกันกับที่ภูเก็ต ตรัง ทางภาคใต้ ถ้าเป็นตามรูปแบบมูลนิธิจะไม่มีการรับทรงเดินธูปแล้วก็จบ สำหรับที่นี่มีประทับทรงด้วยมีหลายองค์ เช่น เจ้าแม่ กวนอิม เจ้าพ่อแป๊ะกงหรือโต๊ะกง องค์นาจา องค์เห้งเจีย องค์กวนอู ประทับทรงจะทำแต่ในช่วงพิธีกรรม ทุกคืนจัดงานช่วงหัวค่ำจะมีสวดมนต์จีน เสร็จก็จะมีการประทับทรงองค์สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อมาช่วยให้ลูกหลานเดินสะพานสะเดาะเคราะห์ ๓ วัน เดินสะพานโชคลาภอีก ๒ วัน แล้วจะเป็นลุยไฟสะเดาะเคราะห์อย่างหมดสิ้นในช่วงหัวค่ำคนที่ลุยไฟ คือคนที่มากินเจ จิตใจสะอาด ร่างทรงเทพจะเป็นผู้เลือก ก็จะมีอาการต่างๆ เช่น เวลาได้ยินเสียงกลอง เสียงประทัด ใจจะสั่น เวลาท่านลงมาจะให้ท่านเขียนยันต์ว่าองค์ไหนมา จากเด็กที่เขียนภาษาจีนไม่เป็น ลูกหลานไทยก็มีก็เขียนภาษาจีนได้”

 

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับเทศกาลกินเจไว้อย่างละเอียดในหนังสือเทศกาลจีนและการ เซ่นไหว้ สรุปบางส่วนดังนี้

“การกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือน ๙ เป็นประเพณีเก่าที่เคยมีอยู่ในจีน ต่อมาค่อยๆ เสื่อมลงอย่างรวดเร็วจนแทบหมดไปจากจีนแต่ยังมีอยู่ในไต้หวัน ส่วนในไทยซึ่งรับประเพณีนี้มาจากจีนกลับรุ่งเรืองแพร่ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านและพัฒนาเป็นเทศกาลใหญ่ในปัจจุบัน

 

‘เจ’ เป็นคำยืมจากภาษาจีนแต้จิ๋ว พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้นิยามไว้ว่า อาหารที่ไม่มีของสด

 

คาวสำหรับญวนหรือจีนที่ถือศีล ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๒ กล่าวว่าเป็นอาหารที่ไม่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์และผักบางชนิด เช่น กระเทียม กุยช่าย ผักชี และคำว่า เจ อาจแปลให้เข้าใจง่ายว่า การถือศีลเพื่อความบริสุทธิ์ แต่เป็นศีลแบบจีนโบราณ ไม่ใช่ศีลของพุทธศาสนาและอาจใช้ในความหมายว่า เรียบร้อยสะอาดก็ได้

 

การกินเจยังสามารถแบ่งตามโอกาสที่กินเป็นประเภทต่างๆ แต่เทศกาลกินเจที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและหลายคนถือโอกาสเข้า ร่วมคือการกินเจในวัน ๑-๙ ค่ำเดือน ๙ นักวิชาการจีนส่วนมากสรุปว่าเทศกาลกินเจเดือน ๙ มีเค้ามาจากประเพณีบูชาดาวของจีนโบราณ แต่พัฒนาเป็นเทศกาลอย่างสมบูรณ์เพราะศาสนาเต๋า” (ถาวร สิกข โกศล. เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้, หน้า ๔๔๗-๕๐๓)

 

เนื่องจากการกินเจเป็นของใหม่สำหรับคนบ้านปากคลองแกลง ในระยะแรกเริ่มจึงเป็นการค่อยๆ ถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกินเจสู่คนพื้นที่ มีแม่ครัวมาให้ความรู้ รายละเอียดต่างๆ สอนชาวบ้านแถวนี้ การทำอาหารโรงครัวก็จะมีคุณย่าคุณยายแถวนี้มาช่วยโดยไม่คิดค่าจ้างซึ่งแต่เดิมไม่เคยกินเจ แต่พอมาทำอาหารเจก็เปลี่ยนมากินเจด้วย

 

บรรยากาศงานพิธีส่งพระหยกอ๋องส่องเต่ กลับสู่สวรรค์โดยมีอาจารย์โกเม้ง เป็นผู้นำพิธี

 

อาจารย์โกวเม้งกล่าวว่า “ที่ศาลเจ้านี้ทำพิธีกินเจ และสร้างศรัทธาให้คนมาไหว้ที่นี่แล้วสำเร็จผล เราเข้ามาไม่มีการพาณิชย์แล้ว แต่ศรัทธาแค่จุดธูปไม่มีเงินก็มาทานได้ บางคนเป็นเถ้าแก่เรือ แต่พอมาจากเถ้าแก่เป็นคนกวาดขยะก็มี ล้างห้องน้ำไม่มีการรังเกียจเดียดฉันท์เพราะถือว่าทุกอย่างที่เราทำเป็นมหาบุญ ทำแล้วมีความสุข ถ้ามีเงินเป็นธุรกิจพวกเราจะทะเลาะกัน คนมีเงินก็ช่วยเงิน คนมีแรงก็ช่วยแรง”

 

คำบอกเล่าของอาจารย์โกเม้งดังกล่าวสะท้อนถึงความศรัทธา ความสุข ความร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวใจสำคัญ ที่เราจะเห็นได้จากวาระพิเศษในงานพิธีกรรมต่างๆ เช่น การกินเจที่ศาลเจ้าโต๊ะกง ปากคลองแกลง

 

บันทึกจากท้องถิ่น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๒๐ (ต.ค.-ธ.ค.๒๕๖๑)

 

 

อัพเดทล่าสุด 28 ธ.ค. 2561, 10:02 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.