หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ก่อนจะเป็นเมืองโบราณและมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เรียบเรียงเมื่อ 26 ธ.ค. 2561, 15:11 น.
เข้าชมแล้ว 47323 ครั้ง

 

เมืองโบราณอันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในทุกวันนี้ มีกำเนิดมาแล้วร่วม ๔๘ ปี นับแต่วันเริ่มก่อสร้าง และอีก ๒ ปี ข้างหน้าก็จะมีอายุกึ่งครึ่งศตวรรษทีเดียว

 

ก่อนจะมีเมืองโบราณนั้น กล่าวได้เต็มปากเลยว่าไม่มีใครสร้างมาก่อน บางทีอาจจะมีคนคิดอยู่บ้างแต่สร้างไม่สำเร็จ แหล่งที่ท่องเที่ยวและหาความรู้ที่มีอยู่แล้วนั้นมีเพียงพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและแหล่งโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ตามบ้านเก่าเมืองเก่าที่มีอยู่เกือบแทบทุกท้องถิ่น ซึ่งเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีชีวิต และการท่องเที่ยวที่องค์กรทั้งของรัฐและเอกชนจัดทำขึ้นก็จะวนเวียนซ้ำซากอยู่กับสถานที่อันไม่มีชีวิตเหล่านี้

 

เมื่อเมืองโบราณเกิดขึ้นก็ยังมีผู้เข้าใจว่าเป็นแหล่งเพื่อการท่องเที่ยวทั่วๆ ไปของบรรดานายทุนเพื่อหากำไรทางเศรษฐกิจ แถมยังมีผู้รู้ที่เป็นนักวิชาการตำหนิว่าเป็นการทำลายศิลปวัฒนธรรมเสียด้วยซ้ำแต่เมื่อเมืองโบราณเกิดมาได้ ๒๐ ปี ถึงได้เกิดการเคลื่อนไหวทางสังคมจากคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่ทางราชการและข้าราชการของรัฐในเรื่องพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกันขึ้น จัดตั้งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ทั้งทางวัฒนธรรมและสังคมในระดับราษฎร์ที่ไม่ใช่ระดับหลวงของทางรัฐ ซึ่งในที่นี้อยากใช้คำว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์ราษฎร์” ไม่ใช่ “พิพิธภัณฑ์หลวง” แบบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของทางราชการทั้งหลาย

 

ในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ราษฎร์หรือพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเกิดขึ้นมากมาย และมีพัฒนาการเป็นพิพิธภัณฑ์ในยุคใหม่ที่เรียกว่า “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” [Living Museum] ในขณะที่พิพิธภัณฑ์หลวงที่ใกล้ตายก็กำลังคิดจะปรับปรุงอะไรใหม่ๆ ให้มีชีวิตบ้าง เพราะถ้าหากไม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ก็คงจะไปไม่รอด

 

 

ทั้งหมดที่เกริ่นมานี้ ก็เพื่อนำไปสู่ความคิดที่ว่าเมืองโบราณคือ “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต” ที่ได้คิด ได้ทำขึ้นโดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตั้งแต่ราว ๔๘ ปีที่ผ่านมา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดจากทั้งการคิดและการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย ที่ไม่เบ็ดเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันสั้นด้วยการมีการวางแผนผังและรูปแบบโดยนักวิชาการอย่างการก่อสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างในทุกวันนี้

 

แต่ “เมืองโบราณ” ไม่ได้เกิดขึ้นหรือสร้างขึ้นด้วยเวลาอันสั้นอย่างที่กล่าวมานี้ การเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของเมืองโบราณไม่ใช่การจำลองสร้างโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่หักพังที่ตายไปแล้ว [Dead Monuments] มาตั้งแสดง แต่เป็นการสร้างบรรดาสถานที่ทางประวัติศาสตร์เหล่านั้นให้เต็มรูปอย่างมีชีวิตและอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นบริบททางภูมิวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่เป็นบ้านเป็นเมืองอย่างในอดีต ดังเช่น พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ในพระราชวังกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้คนในปัจจุบันได้เห็นอย่างครั้งยังไม่ถูกทำลายและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นปราสาทราชวังเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา

 

คุณเล็ก-คุณประไพ นำรถยนต์ข้ามโขงไปยังวัดภู จำปาสัก

 

ซึ่งก่อนที่ปราสาทแห่งนี้ในเมืองโบราณจะเป็นที่ยอมรับของ คนทั้งในประเทศและต่างประเทศดังในทุกวันนี้ ก็ได้รับการตำหนิและ วิจารณ์อย่างเสียหายว่าเป็นการทำลายสิ่งที่เป็นศิลปวัฒนธรรมของ ชาติเพื่อประโยชน์จากการท่องเที่ยว เพราะไม่ถูกต้องในทางวิชาการ เป็นเพียงการเนรมิตขึ้นมาเองอะไรทำนองนั้น แต่หลังจากสร้างเสร็จ ทางรัฐบาลก็ขอใช้เมืองโบราณและพระที่นั่งสรรเพชญฯ แห่งนี้เป็นที่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ รับรองการเสด็จมาเยือนราชอาณาจักรไทยของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ ๒ แห่งสหราชอาณาจักร อันเป็นการเสด็จมาเยือนครั้ง แรกในปี พ.ศ ๒๕๑๕ และพระที่นั่งสรรเพชญฯ ของเมืองโบราณ แห่งนี้ก็คือ หนึ่งในตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของเมืองโบราณที่ นอกจากจะทำให้ผู้มาพบเห็นสามารถจินตนาการย้อนอดีตให้เห็นว่า เมื่อครั้งยังไม่ถูกทำลายเป็นอย่างไรในบริเวณของสภาพแวดล้อม ทางภูมิวัฒนธรรมของพระราชวังและบ้านเมืองครั้งกรุงศรีอยุธยา และนอกเหนือไปจากนี้ก็ได้เรียนรู้ถึงลักษณะทางศิลปวัฒนธรรมและ สถาปัตยกรรมอันเป็นผลงานของการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ ศิลปะและโบราณคดีที่มีส่วนร่วมในการสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้น

 

แต่สำหรับคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ การสร้างพิพิธภัณฑ์มีชีวิตดัง ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่สิ่งที่สร้างให้เสร็จได้รวดเร็วด้วยทุนทรัพย์อย่างคนที่ เป็นมหาเศรษฐีหรืออย่างของทางรัฐบาล ข้าราชการ แต่เป็นการสร้าง ด้วยกำลังความคิดอ่านทางสติปัญญาเพื่อให้เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ของ คนในชาติให้รู้จักอดีตของชาติบ้านเมืองว่าเคยมีความเจริญรุ่งเรืองมา อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีขึ้นเพื่อให้คนในยุคปัจจุบัน ได้รับทราบและเรียนรู้

 

คุณเล็กและคุณประไพ นำรถยนต์ข้ามโขงไปยังวัดภู จำปาสัก

 

คุณเล็กแม้จะเป็นนักธุรกิจใหญ่ก็ตาม แต่เป็นคนรักในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา เริ่มต้นด้วยการใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวของครอบครัว สะสมศิลปวัตถุทางโบราณคดีและวัฒนธรรม ที่เป็นทั้งของมีค่าและมีความหมายในเรื่องความรู้โดยไม่คิดนำไป แลกเปลี่ยนซื้อขายอย่างนักเล่นของเก่าทั่วๆ ไป ของสิ่งใดที่มีค่าควร เมืองทั้งทางประติมากรรม สถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมก็จะ ตามซื้อตามหาเพื่อไม่ให้มีการซื้อขายออกนอกประเทศ ควรอยู่เป็น สมบัติของเมืองไทย ประจวบกับในช่วงเวลานั้นเป็นสมัยของการเริ่ม ต้นพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แต่ยุครัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เพื่อเปลี่ยนบ้านเมืองให้เป็นสังคมอุตสาหกรรมที่เดินตามรอยของ อเมริกัน คนไทยรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาอบรมแต่ในทางความก้าวหน้า ทางวัตถุ และเน้นปัจจุบันจนลืมอดีต คุณเล็กแม้มีเชื้อสายเป็นคนจีน

 

แต่เมืองไทยก็คือแผ่นดินเกิดและแผ่นดินตาย คิดสร้างสถานที่อะไร ก็ได้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้อดีตอย่างมีสติปัญญาและเพลิดเพลินโดย อาศัยบรรดาโบราณวัตถุและศิลปวัตถุทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ที่ครอบครัวได้สะสมไว้เป็นทุนเดิม จัดทำขึ้นในที่ดินที่คุณประไพผู้เป็น ศรีภริยาซื้อไว้กว่า ๖๐๐ ไร่ในเขตชายทะเลจังหวัดสมุทรปราการเป็น พื้นที่รับรองโครงการพื้นฐานที่แบ่งออกในทางภูมิศาสตร์ให้เป็นแผนที่ ประเทศไทย โดยขุดคลองให้เป็นแม่น้ำใหญ่ๆ ของแต่ละภูมิภาคเป็น เครื่องแบ่งเขต

 

ในขั้นแรกลองสร้างเมืองจำลองให้แลเห็นภาพรวมใน ลักษณะคล้ายเมืองตุ๊กตาสำหรับนักท่องเที่ยวได้ชมก่อน แล้วค่อย คิดสร้างให้ใหญ่โตตามในแต่ละภูมิภาคทีหลัง เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน ทางภูมิประเทศเรียบร้อยแล้ว คุณเล็กก็ออกเดินทางเที่ยวศึกษาภูมิ วัฒนธรรมของบ้านเมืองตามท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค เพื่อเลือกเฟ้น ว่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์อะไรที่จะเลือกมาสร้างขึ้นให้เป็นที่หมาย ของแต่ละบ้านเมืองในแต่ละจังหวัด และในขณะเดียวกันก็แสวงหา

 

สำรวจดูบ้านเรือนในภาคกลาง

 

เครื่องมือทอผ้าในบ้านเรือนภาคกลาง

 

โบราณวัตถุ สิ่งของทางวัฒนธรรม และศิลปกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ตามชุมชนเก่าๆ นำมาเก็บไว้เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์ คุณเล็กใช้เวลากว่า ๑๐ ปีในการออกไปเที่ยวศึกษาตามจังหวัดต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคของประเทศเพื่อให้ได้เห็นภูมิวัฒนธรรมของแต่ละบ้านเมืองอย่างซึมซับ เพราะถ้าหากจะสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมใดๆ ขึ้น ควรจะมีลักษณะของสิ่งแวดล้อมที่ใกล้กับความเป็นจริงในท้องถิ่น ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการขั้นแรกในการศึกษาภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูล ในบริบทของพื้นที่ทางวัฒนธรรม ซึ่งการเดินทางออกไปแต่ละครั้ง ก็ไม่ดูเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง แต่ละคนต้องการเที่ยวชมธรรมชาติ และวัฒนธรรมไปในตัวเองในช่วงวันสุดสัปดาห์ เพราะเกือบแทบทุกครั้งที่ออกเดินทางไปก็จะพาคุณประไพ ผู้เป็นภริยา และคุณสุวพรผู้เป็นบุตรสาวตามไปด้วยเพื่อการพักผ่อนจากการทำกิจกรรมด้านธุรกิจ

 

สภาพวิหารวัดจองคำ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ก่อนขอผาติกรรมนำมาปลูกใหม่ที่เมืองโบราณ

 

หลังเวลา ๑๐ ปี ที่ออกไปท่องเที่ยวศึกษาเก็บข้อมูลตามท้องถิ่นจนอิ่มตัว คุณเล็กก็เลิกเดินทางฝังตัวเองอยู่กับการคิด ออกแบบและก่อสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมตามพื้นที่ซึ่งกำหนดให้เป็นบ้านเป็นเมืองในภูมิภาคต่างๆ โดยแทบไม่เคยเดินทางออกจากเมืองโบราณไปไกลๆ และสิ่งที่ได้จากการออกไป ศึกษาตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศนั้นก็ทำให้คุณเล็กได้เห็นและได้คิดว่าการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองที่จะทำให้เมืองไทยเป็นสังคมทันสมัยแบบสังคมอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างทางตะวันตกนั้น กำลังทำให้ บรรดาร่องรอยความเป็นมาในอดีตและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของสังคมเกษตรกรรมที่มีมาแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี อยุธยา ลงมาจนถึงสมัยกรุงเทพฯ ก่อนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองนั้นสูญหายไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

หอไตรกลางบึงที่วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

 

แต่การได้ออกไปตามจังหวัดต่างๆ ได้เห็นร่องรอยเหล่านี้แล้วนำมาเพื่อการสร้างเมืองโบราณอย่างเดียวนั้นเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในการอนุรักษ์ข้อมูลและความรู้เฉพาะช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่ได้พบเห็นและเก็บไว้ให้เห็นประโยชน์ในวง กว้าง จึงไม่ควรจะหยุดออกไปศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาที่จะทำเมืองโบราณเท่านั้น ควรทำงานต่อเพื่อนำข้อมูลหลักฐาน และความรู้ออกเผยแพร่แก่สังคม จึงจะต้องทำการออกไปศึกษาอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะสูญหายไปอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นสังคมอุตสาหกรรม

 

ความคิดนี้เป็นสิ่งที่นำมาจัดทำวารสารเมืองโบราณที่เพื่อเผยแพร่สิ่งที่ศึกษาค้นพบ และการเสนอความคิดใหม่ๆ ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา จึงจัดตั้งคณะทำงานออกไปศึกษาค้นคว้าตามท้องถิ่นและเก็บข้อมูลอยู่ตลอดเวลาให้เมืองโบราณมีฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของบ้านเมืองเกือบทั่วประเทศที่รวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

 

 

บ้านเรือนโบราณในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

คุณเล็กและคุณประไพที่หมู่บ้านเรือนโบราณในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ก่อนที่คุณเล็กจะถึงแก่กรรม จึงได้จัดตั้งมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เพื่อเป็นองค์กรในการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล หลักฐานทางโบราณคดีอันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอื่น เป็นอดีตห่างไกลไม่เห็นคน [Archaeological Past] กับหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์สังคมอันเป็นเรื่องภูมิวัฒนธรรมของถิ่นฐานบ้านเมืองของชุมชนทางชาติพันธุ์ [Ethnographical Present] ที่ยังเห็นมีชีวิต อยู่และควบคู่ไปกับการออกสำรวจศึกษารวบรวมหลักฐานทั้งทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์สังคม และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้จักตนเองของคนในชุมชนในรูปของ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต [Living Museum] และอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จัดการโดยคนท้องถิ่น ในลักษณะที่เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน [Sustainable Tourism]

 

เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

 

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดสมุทรปราการ

 

ปราสาทสัจธรรม จังหวัดชลบุรี

 

ในทุกวันนี้มรดกทางภูมิปัญญาของคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ ที่ให้ไว้กับแผ่นดินเกิดคือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต ๓ แห่ง แต่ที่เรียกว่าเสร็จแล้วดูดีในสมัยที่คุณเล็กและคุณประไพมีชีวิตอยู่ แห่งแรกคือ “เมืองโบราณ” ที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเสมือนโอเอซิสทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ท่ามกลางทะเลทรายของตึกรามบ้านช่องและสถานที่ใหญ่น้อยนานาชนิดของสังคมอุตสาหกรรม แห่งที่ ๒ คือ “ช้างเอราวัณ สามเศียร” ที่เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุที่มีค่าควรเมืองและกลายเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของผู้คน และแห่งที่ ๓ คือ “ปราสาทสัจธรรม” ริมอ่าวพัทยา จังหวัดชลบุรี นับเป็นพิพิธภัณฑ์ร้อยปี เพราะสร้างไม่เสร็จในชั่วอายุของคุณเล็กและคุณประไพ แต่เหลือไว้ให้ลูกหลานที่มุ่งรักษาอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของคุณเล็กดำเนินต่อไป

 

เปิดประเด็น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๒๐ (ต.ค.-ธ.ค.๒๕๖๑)

 

 

อัพเดทล่าสุด 27 ธ.ค. 2561, 15:11 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.