หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
บ้านนราศิลป์แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนย่านนางเลิ้ง
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 15 มิ.ย. 2561, 08:39 น.
เข้าชมแล้ว 16251 ครั้ง

 

 

เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา  ได้มีงาน “เปิดบ้านนราศิลป์” แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน จัดขึ้นโดย บ้านนราศิลป์  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ณ บ้านนราศิลป์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร  ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นจากผู้คนที่สนใจทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงคนสนิทใกล้ชิด ศิลปินแขนงต่างๆ ที่สัมพันธ์กับบ้านนราศิลป์

 

การฉายภาพยนตร์โดยทีมสร้างของ “นราศิลป์ภาพยนตร์” 

 

กิจกรรมในงานประกอบไปด้วย  การฉายภาพยนตร์โดยทีมสร้างของ “นราศิลป์ภาพยนตร์” ฟิล์ม ๑๖ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “หนุมานถวายแหวน” แสดงโดยครูจำนง พรพิสุทธิ (รับบทพระราม) และ  ครูพรรณี สำเร็จประสงค์ (รับบทนางสีดา) และภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ของนางเลิ้ง การสาธิตการปักเครื่องโขน ละคร โดยนำนักเรียนส่วนหนึ่งที่ได้ทำการฝึกหัดโดยครูจากบ้านนราศิลป์มาร่วมสาธิตและแนะนำวิธีการปักสะดึง และนิทรรศการหัวโขนซึ่งหัวโขนทั้งหมดที่บ้านนราศิลป์นี้เป็นฝีมือของครูชิต แก้วดวงใหญ่

 

ทำเครื่องโขนละคร

 

เสวนาสนุกสืบสานงานหัตถศิลป์

บนเวทีเป็นการเสวนาในประเด็นเรื่อง “สนุกสืบสานงานหัตถศิลป์”  วิทยากรผู้มาร่วมพูดคุย ได้แก่ อาจารย์วิษณุ เอมประณีตร์  คุณพินิจ สุทธิเนตร  ผอ.มงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครือข่ายกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  อาจารย์ภูมรี ปานสมุทร คุณครูวัลลภา สุทธิเนตร และดำเนินรายการโดยผอ.อนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมเครือข่ายสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

 

เวทีเสวนา“สนุกสืบสานงานหัตถศิลป์”

 

“ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม มีองค์ความรู้อยู่ทุกสาขา มีการพัฒนาตามยุคสมัยมีการต่อยอดสร้างสรรค์”

 

อาจารย์วิษณุ เอมประณีตร์  เกริ่นนำว่า “ตนเองมีความสนใจชื่นชอบงานนาฏศิลป์เป็นพื้นเดิมอยู่แล้ว และมีโอกาสเข้ามาแวะเวียนบ้านนราศิลป์อยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งถือว่าที่นี่เป็นแหล่งมหรสพของเมืองมีโขน ละคร ลิเก  หากไปหาวงลูกทุ่งต้องไปซอยบุปผาสวรรค์ แต่ถ้าจะหามหรสพของไทยต้องมาที่นางเลิ้ง ไม่ใช่เพียงคณะอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงวงปี่พาทย์ ทำเครื่อง หากพูดถึงบ้านนราศิลป์จะนึกถึงการทำเครื่องโขน เครื่องละคร งานหัตถศิลป์ โขน ละคร เป็นงานที่รวบรวมช่างสิบหมู่ไว้ครบ แล้วยังแถมสาขาดุริยางคศิลป์เข้าไปด้วย หากไปดูตามประวัติจะพบว่าบ้านนราศิลป์เริ่มมาตั้งแต่สมัยที่ตรงนี้ยังเป็นนอกเมืองถ้าเราดูตามคลองคูเมือง ตรงนี้คือนอกเมืองจะมีผู้คนต่างๆ อพยพเข้ามาหลากหลาย เหล่าบรรดาศิลปินต่างๆ ต้องมารวมตัวกันอยู่บริเวณตรงนี้”

 

“ความสนุกของงานสืบสานกล่าวคือ เราเคยเห็นแต่งานหน้าฉาก แต่งานหลังฉากนั้นกว่าพระเอกนางเอกจะสวยหล่อได้ขนาดนี้แล้วเครื่องแต่งองค์ทรงเครื่องใครเป็นคนทำ และงานหลังฉากนั้นหาคนทำยาก เพราะต้องใช้ทั้งเวลา ใช้ฝีมือและใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก จึงไม่ค่อยมีคนทำ แต่บ้านนราศิลป์ถือว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เราสามารถรวมทั้งงานหน้าฉากและหลังฉากไว้ตรงนี้ วันนี้ไม่ใช่เป็นการเปิดบ้านนราศิลป์เพราะบ้านนราศิลป์เปิดมาเป็นร้อยปีแล้ว  แต่วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมให้บ้านนราศิลป์เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม เป็นบ้านศิลปินที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดความเข้มแข็ง งานเหล่านี้ไม่เข้าใจด้วยการพูด ต้องลงมือทำไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้”

 

นิทรรศการหัวโขน

 

Creative Tourism หมายถึง การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงการดูอย่างเดียวต้องลงมือทำอย่างมีส่วนร่วม เกิดความสนุกสนานมีกระบวนการการศึกษา ต่อยอดและเผยแพร่สู่เด็กและเยาวชนต่อไป

 

ผอ.มงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ กล่าวว่า “ พื้นฐานเป็นคนที่เรียนนาฏศิลป์มา การมีความรู้ด้านงานนาฏศิลป์มรดกวัฒนธรรมไทยสามารถแสดงความเป็นตัวตนของเรา เห็นว่าเป็นบ้านเก่าและได้มีการสืบสาน ความสนุกนั้นเราในฐานะคนไทย ในเรื่องของความเป็นไทยมรดกไทยฝากไว้กับเยาวชนให้อนุรักษ์และสืบสานต่อร่วมสนุกกับความเป็นไทย”

 

พินิจ สุทธิเนตร บอกเล่าประวัติความเป็นมาของบ้านนราศิลป์ที่สืบทอดมาจากนายแม่ละม่อม สุสังกรกาญจน์ นายห้างเจ้าของแป้งตราสโนว์ ซึ่งท่านไม่ได้เป็นศิลปินและบ้านนราศิลป์ตกทอดมายังทายาทรุ่นที่ ๓  และจะสืบทอดต่อไปยังทายาทรุ่นต่อไป แต่การที่จะให้มั่นคงจริงๆ นั้นอาศัยเพียงลูกหลานในครอบครัวอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้นจึงมีแนวคิดเปิดสอนถ่ายทอดความรู้เพื่อกระจายไปให้ได้มากที่สุด การฝึกสอนการทำเครื่องโขนที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีการจัดอบรมไปเป็นสัปดาห์ที่ ๗ แล้วตั้งแต่มีการได้รับทุนมา เพื่อจะให้ได้เห็นพัฒนาการแต่ละสัปดาห์ นอกจากนั้นบ้านนราศิลป์ยังเป็นที่พบปะของกลุ่มคนที่สนใจงานหัตถศิลป์ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้พูดคุยกันในประเด็นต่างๆ

 

หากพูดถึงบ้านนราศิลป์สมัยก่อนคนจะนึกถึงความเป็นบ้านโขน แต่สิ่งที่นอกเหนือจากโขนที่นี่ยังเป็นบ้านที่ทำละครร้อง ละครวิทยุ ภาพยนตร์ และถือว่าเป็นคนทำคอสตูมเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยช่อง๔ บางขุนพรหม เมื่อก่อนจะมีสามบ้านที่ร่วมหัวจมท้ายกันคือบ้านนาฏศิลป์สัมพันธ์  บ้านดนตรีคือบ้านดุริยะประณีต และบ้านเครื่องบ้านนราศิลป์ จนกระทั่งร่วมงานกันมาจนถึงทุกวันนี้

 

อาจารย์ภูมรี ปานสมุทร เล่าถึงกิจกรรมของการอยู่บ้านนี้สนุกอย่างไร?  เมื่อก่อนบ้านนี้อยู่กันเยอะมาก อยู่กันเหมือนญาติพี่น้อง เวลามีงานก็ทำข้าวหม้อแกงหม้อแต่ก็อยู่กันแบบมีความสุข หากพูดถึง “โขนธิดา”จะเป็นที่รู้จักกันในวงการ ยกตัวอย่างของตัวเองนั้นไม่ได้เรียนมาทางนาฏศิลป์แต่มีครูมาสอนที่บ้านจึงสามารถเล่นได้ทุกอย่างทั้งโขน ละคร ลำตัด หลังจากนั้นได้ออกไปรับราชการต่างจังหวัด แต่ยังมีคนในครอบครัวที่ยังอยู่และช่วยกันดูแลสืบทอดกิจการของบ้าน

 

คุณครูวัลลภา สุทธิเนตร ผู้ดูแลเรื่องการปักเสื้อเล่าถึงตอนแรกก็ไม่ได้สนใจแต่ตอนเด็กๆ ที่บ้านได้สอนให้ลูกหลานมาช่วยงานโดยแลกเป็นค่าขนม จึงสามารถปักชุดโขนละครได้ และปัจจุบันเป็นผู้สอนให้กับกลุ่มนักเรียนที่สนใจเข้ามาศึกษาฝึกอบรมการปักเครื่องโขนละครที่บ้านนราศิลป์ มีลูกศิษย์กว่า ๕๐ คน แล้ว มีความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวกับผู้สนใจและเพื่อนบ้านในชุมชนใกล้เคียง

 

 

สาเหตุที่บ้านนราศิลป์อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ คือการคงรักษาการทำเครื่องโขนละครแบบดั้งเดิม “เครื่องโขนละครนอกจากของกรมศิลปากรแล้ว ภาคเอกชนต้องเป็นบ้านนราศิลป์”

 

กิจกรรมของบ้านนราศิลป์ในวันนี้ทำให้เห็นถึงความเป็นชุมชน เครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ผู้คนมีความสัมพันธ์กันแตกต่างหลากหลายทั้งในฐานะเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน กลุ่มคนดนตรี นาฏศิลป์และศิลปินในแขนงต่างๆ ได้มารวมตัวกันสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมนำไปสู่การเผยแพร่เรียนรู้ นอกจากนี้ยังถือเป็นการสนับสนุนกิจกรรมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จัก หากมานางเลิ้งต้องได้ทานขนมอร่อย เป็นแหล่งมหรสพดนตรีที่รวบรวมศิลปินหลากหลายเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและสามารถต่อยอด เปลี่ยนแปลงตามสมัยนิยมได้อย่างน่าสนใจ

 

เปิดบ้านนราศิลป์ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน : วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑

 

อัพเดทล่าสุด 21 มิ.ย. 2561, 08:39 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.