หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
“ชวนเด็กแกลงตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่กรุงธนบุรี” กิจกรรมเนื่องในงานวันเล็ก-ประไพ รำลึกปีที่ ๑๕ ประจำปี ๒๕๖๐
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 8 ธ.ค. 2560, 11:06 น.
เข้าชมแล้ว 1762 ครั้ง

 “ชวนเด็กแกลงตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่กรุงธนบุรี”

กิจกรรมเนื่องในงานวันเล็ก-ประไพ รำลึกปีที่ ๑๕ ประจำปี ๒๕๖๐

 

กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกิจกรรมและทีมงาน  ณ โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" 

 

กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกิจกรรมและทีมงาน  ณ โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" 

 

มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมกับโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" และชาวบ้านทะเลน้อย จัดกิจกรรมค่ายวิชาการ “ชวนเด็กแกลงตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่กรุงธนบุรี” ในวันที่ ๒๔ - ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เป็นกิจกรรม เน้นข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เชื่อมการเรียนรู้ท้องถิ่นย่านเมืองแกลงกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกและกรุงธนบุรี รวมถึงเรียนรู้เส้นทางสร้างชาติสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๕๐ ปีการเสียกรุงศรีอยุธยา และ ๒๕๐ ปี ในการสถาปนากรุงธนบุรี 

 

เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแกลงซึ่งมีชุดข้อมูลประวัติศาสตร์บอกเล่าในท้องถิ่นและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในฐานะผู้นำทางวัฒนธรรม (Culture Hero) ของผู้คนชายฝั่งทะเลตะวันออก และในฐานะพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรุงธนบุรีอดีตราชธานีของไทย

 

ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเมืองแกลงนั้นสามารถทำความเข้าใจในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อให้เกิดสำนึกรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยและถือเป็นกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนสืบไป รวมถึงให้สอดคล้องกับการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่วัดราชบัลลังก์ฯ ที่ชาวบ้านคาดหวังว่าจะให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชนในอนาคต

 

กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกิจกรรมและทีมงาน  ณ โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" 

 

กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกิจกรรมและทีมงานในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ณ โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" ซึ่งจัดขึ้นก่อนวันงาน ๑ วัน ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแนะนำโครงการอย่างเป็นทางการและเผยแพร่งานของมูลนิธิฯ ที่กำลังขับเคลื่อนงานในพื้นที่อยู่อย่างต่อเนื่องให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ภายในกิจกรรมเป็นการเล่นเกมสันทนาการแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่อเนื่องทั้งสามวัน พร้อมทั้งแจกเสื้อค่าย คู่มือ และอุปกรณ์การจดบันทึกต่างๆ รวมถึงนัดหมายกิจกรรมของวันต่อไป จุดประสงค์เพื่อทำความคุ้นเคยระหว่างผู้ร่วมกิจกรรมและทีมงาน เสริมสร้างทักษะการเข้าสังคมและเตรียมความพร้อมก่อนนำสู่บทเรียน

 

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ณ วงเวียนใหญ่ 

 

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ณ วงเวียนใหญ่ 

 

“จากเมืองแกลงสู่ธนบุรี”

กิจกรรมในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เป็นการชวนเด็กแกลงตามรอยพระเจ้าตากฯ ณ กรุงธนบุรี ในวันแรกซึ่งเริ่มออกเดินทางจากอำเภอแกลงตั้งแต่เวลา ๗. ๓๐ น. สถานที่แรกของการเริ่มต้นกิจกรรมอย่างเป็นทางการคือการเข้าสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ณ วงเวียนใหญ่ ก่อนจะเข้าชมวัดต่างๆ ในพื้นที่ธนบุรีที่เคยมีความสำคัญในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และเข้าชมพระราชวังเดิม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ ในด้านสถานที่และการเป็นวิทยากรให้ความรู้ตลอดระยะเวลา ๒ ชั่วโมง

 

พระราชวังเดิม

 

ในพื้นที่พระราชวังเดิมและป้อมวิชัยประสิทธิ์ในการบอกเล่าประวัติศาสตร์สมัยที่ธนบุรีเป็นราชธานี กิจกรรมในช่วงนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓-๔ ที่มีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากในการเรียนรู้และมีการตั้งคำถามในข้อสงสัยต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์  เด็กๆ ได้ซึมซับบรรยากาศในท้องพระโรงซึ่งเคยเป็นที่เสด็จออกทรงงานและประกอบพระราชพิธีที่สำคัญมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี  อีกทั้งยังได้รับความรู้จากวิทยากรถึงเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองการปกครองในสมัยกรุงธนบุรีต่อกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านการบรรยาย และการนำชมโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่จัดแสดง

 

พระราชวังเดิม

 

พระราชวังเดิม

 

เข้าชมวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและวัดโมลีโลกยารามซึ่งทั้งสองวัดถือเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยธนบุรี “วัดแจ้ง” หรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับคลองมะกอกที่แยกออกจากแม่น้ำเดิม เรียกว่า “วัดมะกอกนอก” เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เสด็จนำทัพ ผ่านถึงหน้าวัดมะกอกนอกก็เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อ เป็น “วัดแจ้ง” ส่วนวัดโมลีโลกยาราม หรือ“วัดท้ายตลาด” ในอดีตอยู่ต่อจากตลาดของเมืองธนบุรีเก่า ทั้งสองเป็นวัดเดิมที่อยู่คู่กับชุมชนมานานตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานพระราชวังและไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาตลอดรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ต่อมามีการบูรณปฏิสังขรณ์ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยในส่วนของวัดอรุณฯ นั้นยังเป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัดของความเป็นเมืองทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่วัดโมลีฯ ยังเป็นแหล่งศึกษาปริยัติธรรมของภิกษุสงฆ์และสามเณรอยู่  หลักฐานที่สะท้อนความสำคัญของวัดโมลีฯ ในสมัยกรุงธนบุรีคือวิหารที่มีตำนานบอกเล่าว่าเคยเป็นฉางเกลือ ซึ่งเกลือเป็นยุทธปัจจัยในการทำสงคราม จนมีคำกล่าวกันว่า “หากจะโจมตีบ้านเมือง จะต้องทำลายฉางเกลือ คลังเสบียง และคลังแสงให้ได้”

 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

 

วัดโมลีโลกยาราม

 

วัดโมลีโลกยาราม

 

จากนั้นเดินรอบๆ ชุมชนใกล้เคียงเพื่อให้เห็นถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ หลากหลายศาสนาของผู้คนในบริเวณนี้ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  สืบมาธนบุรีและจวบจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์   จะเห็นได้จากมีวัดซึ่งเป็นศาสนสถานของผู้คนที่นับถือศาสนาพุทธ และมีมัสยิดต้นสนที่เป็นศาสนสถานของชาวมุสลิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มัสยิดต้นสนเดิมเรียกว่า “กุฎีใหญ่” ซึ่งย่อมาจาก “กุฎีบางกอกใหญ่” โดยมีหลักฐานกำกับเป็นช่วงเวลาการฝังศพที่กูโบร์ สร้างในปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๑ โดยพระยาราชวังสัน(มะหมุด) แม่ทัพเรือที่ถูกส่งมากำกับการสร้างป้อมร่วมกับทหารฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๓๑๗ สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ พระราชดำเนินมาร่วมประกอบพิธีฝังศพเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุด) สมุหนายกคนแรกในสมัยกรุงธนบุรี คนทั่วไปมักเรียกท่านว่า "เจ้าพระยาจักรีแขก” ถือว่าเป็นมัสยิดที่เก่าที่สุดในอาณาบริเวณกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์

 

มัสยิดต้นสน

 

“ล้อมวงเสวนา..ประวัติศาสตร์นอกตำรา”

กิจกรรมส่งท้ายของวันคือการล้อมวงเสวนา ณ ที่พักบ้านคุณนายโฮสเทล บริเวณแยกโพธิ์สามต้น เป็นกิจกรรมเพื่อถอดบทเรียน สรุปกิจกรรมและประมวลภาพความรู้ ความเข้าใจที่ได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงแลกเปลี่ยนพูดคุยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์นอกตำราเรียนของนักเรียนชั้นมัธยม ร่วมกับคุณครูผู้ควบคุมและผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของโรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” แลกเปลี่ยนความเข้าใจในประเด็นหัวข้อประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อเชื่อมต่อการเรียนรู้กับประวัติศาสตร์ในตำราเรียนที่คุ้นเคย วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นด้วยต้นเองโดยเริ่มต้นจากการตั้งคำถาม และการฝึกสัมภาษณ์เก็บข้อมูลจากคำบอกเล่าแบบง่าย ซึ่งนำคุยและวิทยากรให้ความรู้หลักโดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และทีมงานจากมูลนิธิฯ

 

กิจกรรม “ล้อมวงเสวนา..ประวัติศาสตร์นอกตำรา”

 

เด็กๆ ต่างมองว่าประวัติศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่ไกลตัว กล่าวคือประวัติศาสตร์ที่นำเสนอผ่านบทเรียนนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ชาติที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องของการท่องจำเพื่อจะนำเนื้อหาไปทำข้อสอบ ซึ่งแตกต่างจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ทางมูลนิธิฯ กำลังนำพาเด็กๆ เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้นี้ การทำให้ประวัติศาสตร์กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวควรเริ่มต้นจากการตั้งประเด็นคำถาม เช่น ชื่อบ้านนามเมืองมีที่มาอย่างไร พื้นที่ใกล้โรงเรียน ใกล้บ้าน มีความเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะแบบใดและเราสามารถศึกษาได้เองมากน้อยแค่ไหน และด้วยวิธีการใด เป็นต้น เพียงปลูกฝังการมีสำนึกร่วมของความเป็นท้องถิ่นและเพิ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วม รวมถึงมีพื้นที่ให้แสดงออกทางความคิดและมีผู้คอยให้คำแนะนำที่ดี เด็กๆ ก็จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจท้องถิ่นของตนเองและมีสำนึกรักษ์ท้องถิ่นได้โดยวิธีการธรรมชาติ

 

กิจกรรม “ล้อมวงเสวนา..ประวัติศาสตร์นอกตำรา”

 

การเริ่มต้นศึกษาท้องถิ่นจากคนในท้องถิ่นเองนั้นสามารถมองได้ลึกกว่าที่คนนอกเข้าไปทำการศึกษา เนื่องด้วยมีความเข้าใจในพื้นที่ ได้รับความเชื่อใจในการให้ข้อมูล ความคุ้นชินกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมในความเป็น “คนใน” และเมื่อเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ทั้งเกิดจากปัจจัยภายในคนในชุมชนเอง หรือแม้แต่ปัจจัยภายนอก คนในท้องถิ่นก็จะสามารถเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาชุมชนร่วมกันโดยมีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน

 

กิจกรรมในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน เริ่มต้นจากการเข้าชมวัดอินทารามวรวิหาร หรือ วัดบางยี่เรือนอก ซึ่งเป็นวัดสำคัญของสมัยกรุงธนบุรีที่สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ โปรดทรงศีลบำเพ็ญกรรมฐานที่วัดแห่งนี้ มีพระแท่นบรรทมที่เคยใช้เป็นที่ประทับแรมทรงธรรมและกรรมฐาน เป็นไม้กระดานกว้าง ๒ แผ่น มีลูกกรงงาเป็นพระราชอาสน์ที่พระองค์ทรงประทับแรมทรงศีล

 

วัดอินทารามวรวิหาร หรือ วัดบางยี่เรือนอก

 

นอกไปจากนั้นวัดอินทารามยังเป็นที่ออกพระเมรุเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จกรมพระเทพามาตย์ พระบรมราชชนนี”และบำเพ็ญพระราชกุศลสักการะพระบรมอัฐิ และมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถเก่าคู่พระเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระอัครมเหสี

 

วัดอินทารามวรวิหาร หรือ วัดบางยี่เรือนอก

 

สถานที่สุดท้ายของกิจกรรม ณ กรุงธนบุรีคือ วัดหงส์รัตนาราม  เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา   เดิมชื่อว่า “วัดเจ้าสัวหง” หรือ“วัดขรัวหง” ซึ่งมีเศรษฐีจีนเป็นผู้สร้าง วัดหงส์รัตนารามเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังกรุงธนบุรี  ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงอาราธนาสมเด็จพระสังฆราช (ชื่น) ซึ่งเป็นชาวเมืองแกลงให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหงส์อาวาสวิหาร จนเป็นสมเด็จพระสังฆราช ต่อมาภายหลังปลายรัชกาลได้ถูกถอดสมณศักดิ์ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ามุขปาฐะที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าตากสินภายหลังจากการถูกประหาร กล่าวคือ เชื่อกันว่าระหว่างการเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากป้อมวิไชยประสิทธิ์ไปยังวัดอินทาราม เมื่อพระบรมศพผ่านวัดหงส์ฯ พระโลหิตได้หยดลงภายในบริเวณวัด จึงได้มีการสร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินในภายหลัง

 

วัดหงส์รัตนาราม 

 

จากการถอดบทเรียนในช่วงกิจกรรมที่กรุงธนบุรีพบว่ากลุ่มเป้าหมายมีความสนใจในการเรียนรู้เส้นทางการเดินทัพกู้บ้านเมืองของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ มากยิ่งขึ้น มีความสนใจในการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่มีความสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ซึ่งจากการสอบถามแล้วไม่เคยมีใครมาทำกิจกรรมในลักษณะนี้หรือแม้แต่มายังสถานที่ดังกล่าว จึงมีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในส่วนของพระราชวังเดิมซึ่งปกติแล้วหากไม่มีการทำหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่และวิทยากรจะไม่สามารถเข้าชมได้เหมือนสถานที่อื่นๆ  จึงถือเป็นโอกาสในการกระตุ้นการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของผู้ร่วมกิจกรรม

 

วัดหงส์รัตนาราม 

 

“ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยคนในท้องถิ่น”

 

บันทึกภาพหมู่ ณ วิหารวัดราชบัลลังก์ฯ บ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 

 

ณ ศาลากองทุนแม่ บ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 

 

กิจกรรมในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ณ ศาลากองทุนแม่ บ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นการทำกิจกรรมในพื้นที่เพื่อศึกษาเส้นทางกู้บ้านเมืองของพระเจ้าตากสินฯ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในฐานะคนในท้องถิ่นเดียวกัน โดยมีวิทยากรท้องถิ่น ๒ ท่าน คือ คุณลุงบุญมี จำเนียร และคุณลุงสิทธิ ช่างเหล็ก

 

คุณลุงบุญมี จำเนียร และคุณลุงสุทธิ ช่างเหล็ก

 

 

จากคำบอกเล่าของคนในท้องถิ่นโดยเฉพาะชาวบ้านทะเลน้อยที่เชื่อกันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ทรงนำทัพผ่านทางบ้านทะเลน้อยเพื่อข้ามไปยังจันทบุรี พร้อมยังมีหลักฐานคือตั่งรองพระบาทที่ยังหลงเหลืออยู่ที่วัด เป็นตั่งไม้ที่เป็นศิลปะจีนลายเดียวกับพระแท่นบัลลังก์ที่จัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และตั้งชื่อวัดให้ใหม่จากวัดเนินสระเป็น “วัดราชบัลลังก์ปฏิฐาวราราม” ที่ปรากฏอยู่ในแผนที่เก่าซึ่งตั้งโดยกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขณะดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะมณฑลจันทบุรี ภายหลังถูกเปลี่ยนมาเป็น “วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาวราราม” แต่ในปัจจุบันชาวบ้านคงไว้เพียงชื่อ “วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม”

 

วิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์หวาย

 

เดินทางเข้าไปภายในวัดพบวิหารซึ่งเคยถูกใช้เป็นพระอุโบสถ และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์หวาย ตัวอาคารเป็นรูปแบบเดียวกับพระอุโบสถที่พบในเมืองระยองคือ มีขนาดย่อม และมีพาไลด้านหน้า เดิมเป็นอาคารไม้ ภายหลังมีการซ่อมแซมให้เป็นอาคารที่ก่ออิฐถือปูนซึ่งเป็นศิลปะแบบจีนผสม

 

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ภายในวัดราชบัลลังก์ฯ

 

บริเวณด้านหลังวิหารประกอบไปด้วยเจดีย์อัฐิของพระอุปัชฌาย์ของวัดบ้านทะเลน้อย ๔ รูป ซึ่งการเป็นพระอุปัชฌาย์นั้นคือ พระที่สามารถบวชพระใหม่ได้ ตามความเชื่อและความศรัทธาของชาวบ้านคือต้องเป็นผู้ที่มีบารมีมาก มีความรู้ทั้งด้านการปกครองสงฆ์ การปฏิบัติกิจอย่างเคร่งครัด และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านรวมถึงลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการพบเจดีย์อัฐิของพระอุปัชฌาย์ถึง ๔ รูป ที่วัดราชบัลลังก์ฯ ที่บ้านทะเลน้อยจึงถือว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นแหล่งความรู้ของผู้คนในย่านเมืองแกลง รวมถึงจังหวัดระยองด้วย

 

เจดีย์แบบท้องถิ่นจันทบูร ที่วัดราชบัลลังก์ฯ

 

นอกจากนั้นยังมีเจดีย์แบบท้องถิ่นจันทบูร ซึ่งชาวบ้านได้มีประเพณีเปลี่ยนผ้าห่มเจดีย์ในทุกๆ ปีของวันที่ ๒๘ ธันวาคม ในช่วงงานพระเจ้าตากฯ ซึ่งเป็นงานประจำปีของคนในหมู่บ้าน จากนั้นเดินเข้ามากราบสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ในบริเวณข้างพระอุโบสถหลังใหม่ เรียนรู้ความแตกต่างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ที่กรุงธนบุรีกับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ในระดับหมู่บ้าน จำพวกเครื่องเซ่นไหว้ และลักษณะศาล รวมถึงความเชื่อของท้องถิ่นในมิติต่างๆ

 

วัดราชบัลลังก์ฯ

 

เข้าชมรอบๆ พระอุโบสถซึ่งมีใบเสมาที่ทำจากหินชนวนและมีลายเส้นเป็นรูปบัวแปดกลีบซึ่งพบใบเสมาลักษณะเดียวกันนี้ที่วัดแหลมสนหรือวัดสมมติเทพฐาปนาราม และวัดโขมง อำเภอท่าใหม่ วัดโบสถ์ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น ซึ่งแตกต่างไปจากวัดเก่าที่เมืองระยองซึ่งเป็นใบเสมาหินทราย และชมตู้พระธรรมลายรดน้ำภายในศาลาการเปรียญก่อนจะเดินกลับไปศาลากองทุนแม่เพื่อรับประทานอาหารกลางวันโดยฝีมือแม่ครัวท้องถิ่นจากกลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวของชาวบ้านทะเลน้อย

 

บัลลังก์จำลองภายในวัดราชบัลลังก์ฯ

 

ชมตู้ลายรดน้ำภายในวัดราชบัลลังก์ฯ

 

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านทะเลน้อย

 

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านทะเลน้อย

 

“กิจกรรมนำความรู้”

ในช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมกลุ่มซึ่งแบ่งกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อง่ายต่อการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างทั่วถึง โดยแบ่งกิจกรรมหลักออกเป็น ๓ กิจกรรม ดังนี้

 

กิจกรรมชุมชนของฉัน

 

๑.กิจกรรม “ชุมชนของฉัน” เพื่อเรียนรู้รักษ์บ้านเกิด เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ทำร่วมกันและเป็นกระบวนการ

เรียนรู้ปลูกจิตสำนึกรักษ์และหวงแหนบ้านเกิดหรือชุมชนของตนเอง จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมมีความสามัคคี ฝึกแสดงความคิดเห็นในการร่วมงานเป็นทีม ให้รู้สึกรักและหวงแหนบ้านเกิดหรือชุมชน มีความกล้าแสดงออก และเรียนรู้การทำงานแบบเป็นทีม

 

กิจกรรมนี้เป็นการเรียนรู้และทำความเข้าใจความหมายของคำว่า “ชุมชน” ระหว่างชุมชนทางการปกครองที่มีการแบ่งแยกตามเขตการปกครอง กับชุมชนทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นชุมชนโดยธรรมชาติที่ผู้คนมีความสัมพันธ์กัน มีพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน รวมถึงการมีสำนึกของความเป็นชุมชนนั้นๆ ร่วมกัน

 

จากโจทย์ที่ให้สร้างชุมชนในอุดมคติร่วมกันโดยทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนลงในกระดาษที่ต่อกันเป็นแผ่นใหญ่ ๑ แผ่น ภายในเวลา ๓๐ นาทีที่กำหนด ผู้ร่วมกิจกรรมถือว่านำเสนอชุมชนของตนเองได้ดีทั้งสามกลุ่ม โดยมีการวางแผนร่วมกัน สร้างข้อตกลงในการจัดสรรพื้นที่และแสดงออกทางความคิดเห็นก่อนจะลงมือวาดภาพระบายสีลงบนแผ่นกระดาษนั้น 

 

กิจกรรมชุมชนของฉัน

 

ข้อคิดที่ได้จากผลงานของกลุ่มเป้าหมายพบว่า ทุกกลุ่มนั้นต้องการความเจริญทางด้านวัตถุ เช่น การมีสถานที่ที่ทันสมัย สร้างรายได้ สร้างอาชีพของคนในชุมชน และในขณะเดียวกันก็ต้องการพื้นที่สาธารณะเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีแม่น้ำลำคลองเพื่อเป็นเส้นทางการคมนาคมและแหล่งอาหาร รวมถึงมีพื้นที่อนุรักษ์ความเป็นชุมชนดั้งเดิม ทำให้เห็นว่าความเป็นชุมชนในอุดมคติของเด็กมัธยมในยุคที่ความทันสมัยเข้าถึงทุกหนทุกแห่งนั้นไม่ได้ทำให้เด็กมองข้ามธรรมชาติ ความเชื่อ และพื้นที่ทำประโยชน์สาธารณะร่วมกัน

 

๒.กิจกรรม “เก้าอี้ปัญหา” มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และเพื่อรู้จัก

ความสามัคคี กิจกรรม “เก้าอี้ปัญหา” นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกกับผู้ร่วมกิจกรรมแล้วยังถือเป็นการจำลอง เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นมาในสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะทางไหนต้องตั้งตัวรับมือให้ทัน ถ้าหากทีมมีการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีการวางแผน มีความสามัคคี จะทำให้เราสามารถนำทีมนั้นก้าวข้ามออกจากปัญหาได้พร้อมๆ กัน

 

กิจกรรมนำความรู้

 

๓.กิจกรรม “อดีต ปัจจุบัน อนาคต” คิดว่าเมืองแกลงเป็นอย่างไร? เพื่อทดสอบความรู้ความเข้าใจใน

พื้นที่เมืองแกลง เพื่อฝึกคิดที่จะนำเรื่องราวในอดีต มาปรับใช้กับปัจจุบันและจินตนาการสังคมที่น่าอยู่ในอนาคต โดยให้ผู้ร่วมกิจกรรมระดมสมองกันภายในกลุ่ม นึกถึงเมืองแกลงว่าปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างจากอดีต และในอนาคตคาดหวังว่าเมืองแกลงจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน

 

กิจกรรม “อดีต ปัจจุบัน อนาคต” คิดว่าเมืองแกลงเป็นอย่างไร? 

 

“อดีต ปัจจุบัน อนาคต” นี้ สะท้อนให้เห็นว่าเด็กๆ มีความตระหนักในการศึกษาอดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบันและกำหนดทิศทางของอนาคตร่วมกัน เช่นเดียวกับการร่วมจินตนาการความเปลี่ยนแปลงของเมืองแกลงของสมาชิกในทีมที่ช่วยกันสรรสร้างบรรยากาศของชุมชนที่อยู่อาศัยที่ต้องการ โดยพื้นฐานนั้นทุกกลุ่มยังต้องการคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบายขึ้น และมีบางกลุ่มที่พยายามนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองให้เข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการใช้พลังงานจากธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันคือคงความสวยงามตามสมัยนิยม

 

กิจกรรม “อดีต ปัจจุบัน อนาคต” คิดว่าเมืองแกลงเป็นอย่างไร? 

 

นอกจากนั้นยังมีการตอบปัญหาเชิงวิชาการประวัติศาสตร์ ความรู้เกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ความรู้เกี่ยวกับการไปเรียนรู้เรื่องราวสมัยที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานี  และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอำเภอแกลง และชุมชนทะเลน้อย เพื่อชิงของรางวัลคือหนังสือของทางมูลนิธิฯ และจดหมายข่าวมูลนิธิฯ จำนวน ๙ รางวัล ก่อนจะสรุปปิดกิจกรรม มอบเกียรติบัตร โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และลุงปรีชา สรรเสริญ  ประธานกลุ่มท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อย พร้อมทั้งลอดซุ้มอุดมการณ์ร่วมกันระหว่างชาวบ้านทะเลน้อย ทีมงานและผู้ร่วมกิจกรรม

 

บรรยากาศการร่วมกิจกรรม

 

กิจกรรมทั้ง ๔ วันดังที่กล่าวมานั้น ได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนทะเลน้อย รวมไปถึงนักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่ามีความพึงพอใจ ได้รับความสนุก เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกรุงธนบุรีและสามารถนำมาเชื่อมโยงทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากคำบอกเล่าได้มากยิ่งขึ้น โดยวิธีการเรียนรู้แบบ Play and Learn ตามเป้าหมายที่ทีมงานได้จัดเตรียมเพื่อให้เกิดความสนุก และการมีส่วนร่วมนี้นำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ เพื่อที่จะเพิ่มทักษะ เพิ่มความน่าสนใจให้เข้ากับบริบทของการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เน้นกลุ่มผู้เรียนเป็นหลัก และคาดหวังอย่างยิ่งว่ากิจกรรมค่าย “ชวนเด็กแกลงตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่กรุงธนบุรี” ในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่จุดประกายเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนชุมชนให้มีความเข้มแข็งโดยมีเด็กและเยาวชนในพื้นที่เป็นแกนนำหลักและผู้ใหญ่เป็นส่วนที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนให้กำลังหลักเหล่านี้ทำประโยชน์ต่อสาธารณะให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

บรรยากาศการร่วมกิจกรรม

 

โดยเริ่มจากการสนใจที่จะมองเรื่องราวในอดีตเข้ากับปัจจุบันและร่วมสร้างสังคมในอุดมคติตามที่ได้ร่วมคิด ร่วมออกแบบกันไว้อย่างเข้มแข็ง ฝึกการรับฟังความเห็นของผู้อื่น ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม และให้ความสำคัญกับข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เกิดจากคำบอกเล่าของชุมชน ทั้งตำนาน ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม สรรสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไปในอนาคต เพราะเชื่อว่าเด็กและเยาวชนคือเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สามารถงอกงามสร้างสังคมที่น่าอยู่โดยมีการกำหนดทิศทางร่วมกัน

 

 

ทั้งนี้มูลนิธิฯ มีความคาดหวังว่าจะมีโอกาสร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” บ้านทะเลน้อย รวมถึงขยายขอบเขตของการศึกษา และเผยแพร่ความรู้ออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่องในโอกาสต่อไป

 

ขอขอบคุณ

โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร

มัสยิดต้นสน

วัดอินทารามวรวิหาร

วัดหงส์รัตนาราม 

 

คุณบุญมี จำเนียร

คุณสุทธิ ช่างเหล็ก

คุณปรีชา สรรเสริญ

ชาวบ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน  อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

 

 

อัพเดทล่าสุด 12 ม.ค. 2561, 11:06 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.