หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
สรุปกิจกรรมเสวนาสาธารณะ เรื่อง “ข้อสังเกตเส้นทางออกจากกรุงฯ สู่หัวเมืองตะวันออกของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ” : ประวัติศาสตร์นอกพระราชพงศาวดาร ณ ร้านสุนทรภู่ Be blossom book & tea อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
บทความโดย นางสาวจิราพร แซ่เตียว
เรียบเรียงเมื่อ 6 ต.ค. 2560, 14:17 น.
เข้าชมแล้ว 1667 ครั้ง

สรุปกิจกรรมเสวนาสาธารณะ 

เรื่อง “ข้อสังเกตเส้นทางออกจากกรุงฯ สู่หัวเมืองตะวันออกของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ” : ประวัติศาสตร์นอกพระราชพงศาวดาร 

ณ ร้านสุนทรภู่ Be blossom book & tea อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

 

วิทยากรโดย

คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการ  มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

คุณนพพร ภาสะพงศ์  ร้านชา อ๋องอิ่วกี่

 

ผู้ร่วมเสวนา

อาจารย์อิงตะวัน แพลูกอิน  ตัวแทนจากฉะเชิงเทรา

ลุงตี๋ ลุงบุญมี คุณวราคม ตัวแทนจากชุมชนบ้านทะเลน้อย

พี่แฟ๊บ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา

ครูมะลิและเพื่อน บ้านหนองเจ๊กสร้อย

ตัวแทนจากเมืองจันทบุรี

แฟนเพจมูลนิธิ

 

คุณฐอน เจ้าของร้านสุนทรภู่ Be blossom book & tea  กล่าวแนะนำวิทยากร และต้อนรับทุกท่านด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

เนื่องในวาระโอกาสที่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กรุงธนบุรีจะครบ ๒๕๐ ปี มูลนิธิฯ จึงจัดกิจกรรมเสวนาสัญจรไปที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีชุมชนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์  มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง  และเต็มไปด้วยข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่รอการสำรวจสืบค้นเรื่องราวต่อไป

 

คุณวลัยลักษณ์ กล่าวทักทายและเปิดประเด็นว่าด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อความทรงจำ ความรู้สึกที่คนในพื้นที่ภาคตะวันออกมีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในลักษณะของการมองพระองค์ท่านเป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรม (Culture Hero) ซึ่งสะท้อนจากประวัติศาสตร์ความทรงจำของผู้คนในดินแดนภาคตะวันออกที่ยกย่องท่านเป็นผู้นำศักดิ์สิทธิ์ที่มีตำนานเรื่องเล่า และการแสดงออกทางพิธีกรรม ผ่านระบบสัญลักษณ์ต่างๆ ในการเคารพบูชาสมเด็จพระเจ้าตาก และบุคคลที่เชื่อว่าเป็นทหารเอกสมเด็จพระเจ้าตาก  ตลอดเส้นทางการสำรวจครั้งนี้  อาทิ  การถวายยาเส้นเป็นของเซ่นไหว้พระเจ้าตาก  การนับถือสักการะศาลเจ้าพ่อพญาเร่   ความรู้สึกร่วมของคนในพื้นที่กับความภาคภูมิใจกับการเป็นลูกหลานพระเจ้าตาก ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการกู้ชาติ การมองตนเองเป็นคนจีนแต้จิ๋วกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันกับพระเจ้าตาก เป็นต้น

 

 

การยกย่องสมเด็จพระเจ้าตากสินเป็นผู้นำศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ทำนองเดียวกันกับที่คนไทยยกย่องบูชาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังที่รู้จักกันดีกับลัทธิพิธีเสด็จพ่อ ร.๕  ซึ่งพระองค์ท่านเป็นตัวแทนของความทันสมัย การพัฒนาประเทศสู่ความก้าวหน้า   หรือเช่นเดียวกันกับความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙  ในความเป็นกษัตริย์นักพัฒนาซึ่งเป็นต้นแบบความพอเพียง และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศ        

 

ในการศึกษาประวัติศาสตร์จากมุมมองของคนท้องถิ่นนั้น  หากมองแยกจากกันด้วยหน่วยพื้นที่ในลักษณะเขตปกครองแต่ละจังหวัดแยกขาดจากกันก็อาจจะไม่ครอบคลุมเพียงพอ   แนวทางในการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาในลักษณะของการมองผ่านภูมิวัฒนธรรม (Cultural Landscape) คือภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคตะวันออกผ่านการสำรวจเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระนครศรีอยุธยาจนถึงเมืองตราด  ติดตามรายละเอียด ได้ที่ lek-prapai.org/home/view.php?id=5123

 

จากการสำรวจเส้นทางเดินทัพดังกล่าว โดยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข้อมูลจากชื่อบ้านนามเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ หลักฐานทางโบราณคดี และร่วมกับข้อมูลจากพงศาวดาร และเอกสารแวดล้อม วิทยากรได้นำเสนอข้อมูลทั้งข้อสันนิษฐานใหม่ต่อเส้นทางเดินทัพในอดีต  การทำงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นร่วมกับชุมชน การพัฒนาอย่างมีรากเหง้าที่เข้าใจอดีต ปัจจุบัน และวางแผนในอนาคตที่ต้องทำความเข้าใจภูมิวัฒนธรรม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นด้วยการมีวีรบุรุษทางวัฒนธรรมร่วมกัน  ดังที่ได้กล่าวว่า “ในกรณีนี้พระเจ้าตากเป็นไอคอนที่ดีที่สุดของประเทศไทย”  โดยคุณนพพร ภาสะพงศ์ และผู้เข้าฟังเสวนาร่วมเสริมข้อมูล และแสดงทัศนะแลกเปลี่ยนเป็นระยะๆ

 

นอกจากนี้ วิทยากรยังเสนอว่าในการศึกษาประวัติศาสตร์นั้นควรให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลหลักฐานทั้งจากพงศาวดาร หลักฐานทางโบราณคดี รวมถึงหลักฐานอื่นซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ขาดหายไปคือข้อมูลความรู้ความเข้าใจจากชาวบ้าน ผู้รู้ในท้องถิ่น ซึ่งต้องอาศัยการสำรวจภาคสนาม และหัวใจสำคัญคือจะประเมิน ตีความ ทำความเข้าใจ กับประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งศึกษาตีความผ่านพงศาวดารโดยรัฐ และคนนอกท้องถิ่นอย่างไร เช่นเดียวกันกับจะประเมิน ตีความ ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งศึกษาและสร้างข้อมูลโดยการลงพื้นที่ฟังการบอกเล่าของคนในชุมชนผ่านความทรงจำในรูปแบบของตำนาน การประกอบพิธีกรรม หลักฐานทางวัตถุในพื้นที่อย่างไร  และการศึกษาคงไม่หยุดที่เพียงภาคตะวันออก แต่ต้องมองอย่างเชื่อมโยงและครอบคลุมไปถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง รวมถึงบริบทของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองระดับภูมิภาคและระดับสากล  ทั้งนี้ต้องมองประวัติศาสตร์ในฐานะวิชาที่ต้องเรียนรู้เพื่อคิดและต่อยอด เป็นประวัติศาสตร์ปลายเปิดที่ไม่ยุติที่ข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่ง แต่เป็นการร่วมพูดคุยเพื่อสร้างและต่อยอดความรู้ร่วมกัน

 

 

ในช่วงหลังของการเสวนาคุณวลัยลักษณ์ได้เล่าถึงโบราณวัตถุ โบราณสถานที่พบที่วัดราชบัลลังก์ปฏิฐาวราราม ชุมชนบ้านทะเลน้อย อ.แกลง จ.ระยอง  เช่น เครื่องถ้วยลายจีน เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง ตำรายาโบราณ พระอุโบสถหลังเก่า  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบแท่นรองพระบาท ที่เชื่อกันว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งอยู่คู่กับบัลลังก์ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งปัจจุบันบัลลังก์นี้ถูกจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และจากหลักฐานนี้นำไปสู่การอธิบายเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินกับชุมชนบ้านทะเลน้อย และเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 

 

ยังมีข้อมูลในรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น เรื่องเกี่ยวกับชาวจีนฮกเกี้ยนที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สังคมในพื้นที่ภาคตะวันออก ความสำคัญและรูปแบบของนิเวศวัฒนธรรมภาคตะวันออก บ้านค่ายกับสมเด็จพระเจ้าตากสิน  สามารถติดตามฟังงานเสวนานี้ได้ที่ https://www.facebook.com/Vlekprapaifoundation/   ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ มาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี และขณะนี้ได้เข้าไปร่วมดำเนินงานในส่วนของการจัดทำพิพิธภัณฑ์วัดราชบัลลังก์ฯ ดังกล่าว ซึ่งคงได้นำข้อมูลมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้กันในโอกาสต่อไป

               

อัพเดทล่าสุด 9 ต.ค. 2560, 14:17 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.