หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ เรื่อง “ข้อสังเกตเส้นทางออกจากกรุงฯ สู่หัวเมืองตะวันออกของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ” : ประวัติศาสตร์นอกพระราชพงศาวดาร ณ ร้านสุนทรภู่ Be blossom book & tea อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
บทความโดย นางสาวจิราพร แซ่เตียว
เรียบเรียงเมื่อ 6 ต.ค. 2560, 13:52 น.
เข้าชมแล้ว 3929 ครั้ง

กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

 

กิจกรรมเผยแพร่ความรู้นี้จัดขึ้นที่ร้านหนังสือขนาดเล็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านหนังสืออิสระ คุณรัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ เจ้าของ ร้านสุนทรภู่ซึ่งเอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดเสวนาครั้งนี้ด้วยเป็นกันเอง และพยายามเชื้อเชิญผู้คนในละแวกใกล้เคียงและในท้องถิ่นเข้าร่วม กิจกรรม และก็น่าชื่นชมที่มีผู้เดินทางมาจากไกลๆ เช่น ฉะเชิงเทรา เมืองจันทบุรี เมืองระยอง และกลุ่มเยาวชนรักษ์เขาชะเมาจากอีกฝั่ง หนึ่งของลำน้ำประแส ลุ่มน้ำเดียวกันกับเมืองแกลง

 

คุณรัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์เปิดร้านหนังสือที่บ้านเกิด ถือว่า เป็นพื้นที่ทางเลือกอันดับต้นๆ ของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ในการเลือกสร้างพื้นที่ความรู้ทางประวัติศาสตร์-โบราณคดี และ ประวัติศาสตร์-สังคมให้กับท้องถิ่น อันเนื่องมาจากกระบวนการจัด ตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านทะเลน้อยที่วัดราชบัลลังก์ฯ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล จากที่ตั้งร้านหนังสือในตัวเมืองแกลงหรือ “สามย่าน” นัก

 

 

ที่วัดราชบัลลังก์ฯ ชาวบ้านเมืองแกลงเชื่อว่าเป็นสถานที่ผ่าน ทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คราวยกทัพไปตีเมืองจันท์เพื่อ รวบรวมไพร่พลกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยา เมื่อสงครามครั้งใหญ่กับพม่า พ.ศ. ๒๓๑๐ หลักฐานที่ยืนยันเรื่องราวได้ไม่น้อยคือ “แท่นบัลลังก์” ที่ สร้างและแกะสลักงานไม้ด้วยความประณีตงดงาม ตัวบัลลังก์ถูกนำไป เก็บรักษาไว้ ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ โดยสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรณาณวงศ์ ส่วนแท่นฐานรองเท้า รูปแบบฝีมือช่างเดียวกันยังอยู่ที่วัดราชบัลลังก์ฯ

 

การจัดเสวนานี้ก็เนื่องในวาระโอกาสที่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นการเสียกรุงศรีอยุธยาปีที่ ๒๕๐ และสถาปนาเริ่มต้นกรุงธนบุรี ในช่วงเวลาปีเดียวกัน และเป็นการเปิดพื้นที่เผยแพร่ข้อมูลสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ที่นักวิชาการจากมูลนิธิฯ ค้นคว้าไว้จำนวนมากให้แพร่ หลายมากขึ้นกว่าภายในชุมชนบ้านทะเลน้อย มูลนิธิฯ จึงจัดกิจกรรม นี้ขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และหาความร่วมมือในการสืบค้น ข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นต่อไป

 

 

นักวิชาการมูลนิธิฯ วลัยลักษณ์ ทรงศิริ เริ่มเปิดประเด็นว่า ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อความทรงจำความรู้สึกที่คนใน พื้นที่ภาคตะวันออกมีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในลักษณะของการ มองพระองค์ท่านเป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรม [Culture Hero] ซึ่งสะท้อน จากประวัติศาสตร์ความทรงจำของผู้คนในดินแดนภาคตะวันออกที่ยกย่องท่านเป็นผู้นำศักดิ์สิทธิ์ที่มีตำนานเรื่องเล่า และการแสดงออกทางพิธีกรรมผ่านระบบสัญลักษณ์ต่างๆ ในการเคารพบูชาสมเด็จพระเจ้าตาก และบุคคลที่เชื่อว่าเป็นทหารเอกสมเด็จพระเจ้าตากตลอดเส้นทางการสำรวจ เช่น การนับถือสักการะศาลเจ้าพ่อพญาเร่ เจ้าพ่อเขากาในพื้นที่ป่าดงของเขตรอยต่อป่าในจังหวัดฉะเชิงเทรา และชลบุรี ความรู้สึกร่วมของคนในพื้นที่กับความภาคภูมิใจในการเป็นลูกหลานพระเจ้าตาก ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการกู้ชาติ การมองตนเองเป็นคนจีนแต้จิ๋วกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันกับพระเจ้าตาก ฯลฯ การยกย่องสมเด็จพระเจ้าตากสินเป็นผู้นำศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ทำนองเดียวกันกับที่คนไทยยกย่องบูชาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังที่รู้จักกันดีกับลัทธิพิธีเสด็จพ่อ ร.๕ ซึ่ง พระองค์ท่านเป็นตัวแทนของความทันสมัยการพัฒนาประเทศสู่ความก้าวหน้า หรือเช่นเดียวกันกับความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ในความเป็นกษัตริย์นักพัฒนาซึ่งเป็นต้นแบบความพอเพียง และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศ

 

 

ในการศึกษาประวัติศาสตร์จากมุมมองของคนท้องถิ่นนั้น หากมองแยกขาดจากกันด้วยหน่วยพื้นที่ในลักษณะเขตปกครองแต่ละ จังหวัดก็อาจจะไม่ครอบคลุมเพียงพอ แนวทางในการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาในลักษณะของการมองผ่านภูมิวัฒนธรรม [Cultural Landscape] คือภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคตะวันออกผ่านการสำรวจเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระนครศรีอยุธยาจนถึงเมืองตราด (ติดตามรายละเอียดได้ที่ lek-prapai.org/home/view. php?id=5123)

 

จากการสำรวจเส้นทางเดินทัพดังกล่าว โดยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข้อมูลจากชื่อบ้านนามเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ หลักฐานทาง โบราณคดี และร่วมกับข้อมูลจากพงศาวดารและเอกสารแวดล้อม วิทยากรได้นำเสนอข้อมูลทั้งข้อสันนิษฐานใหม่ต่อเส้นทางเดินทัพในอดีต การทำงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นร่วมกับชุมชน การพัฒนาอย่างมีรากเหง้าที่เข้าใจอดีต ปัจจุบัน และวางแผนในอนาคตที่ต้องทำความเข้าใจภูมิวัฒนธรรม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นด้วยการมีวีรบุรุษทางวัฒนธรรมร่วมกัน ดังที่ได้กล่าวว่า “ในกรณีนี้พระเจ้าตากทรงเป็นตัวแทนของวีรบุรุษทางวัฒนธรรม [Iconic Culture Hero conic] ที่ชัดเจนที่สุดในประเทศไทย” โดยผู้เข้าฟังเสวนาต่างร่วมเสริมข้อมูล และแสดงทัศนะแลกเปลี่ยนเป็นระยะๆ

 

นอกจากนี้ยังเสนอว่าในการศึกษาประวัติศาสตร์นั้นควรให้ ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลหลักฐานทั้งจากพงศาวดาร หลักฐานทาง โบราณคดี รวมถึงหลักฐานอื่นซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ขาดหายไปคือข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจจากชาวบ้านผู้รู้ในท้องถิ่นซึ่งต้องอาศัย การสำรวจ ภาคสนาม และหัวใจสำคัญคือจะประเมิน ตีความ ทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งศึกษาตีความผ่านพงศาวดารโดยรัฐ และคนนอกท้องถิ่นอย่างไร เช่นเดียวกันกับจะประเมิน ตีความ ทำความ เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งศึกษาและสร้างข้อมูลโดยการลงพื้นที่ ฟังการบอกเล่าของคนในชุมชนผ่านความทรงจำในรูปแบบของตำนาน การประกอบพิธีกรรม หลักฐานทางวัตถุในพื้นที่อย่างไร และการศึกษาคงไม่หยุดที่เพียงภาคตะวันออก แต่ต้องมองอย่างเชื่อมโยงและครอบคลุมไปถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง รวมถึงบริบทของเศรษฐกิจสังคมการเมืองระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ต้องมองประวัติศาสตร์ในฐานะวิชาที่ต้องเรียนรู้เพื่อคิดและต่อยอดเป็นประวัติศาสตร์ปลายเปิดที่ไม่ยุติที่ข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่ง แต่เป็นการร่วมพูดคุยเพื่อสร้างและต่อยอดความรู้ร่วมกัน

 

 

 

ในช่วงหลังของการเสวนาวลัยลักษณ์ได้เล่าถึงโบราณวัตถุ โบราณสถานที่พบที่วัดราชบัลลังก์ปฏิฐาวราราม ชุมชนบ้านทะเลน้อย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เช่น เครื่องถ้วยจีน เครื่องลายคราม ภาชนะเครื่องทองเหลืองจากจีน ตำรายาโบราณ พระอุโบสถหลังเก่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแท่นรองพระบาท ที่เชื่อกันว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งอยู่คู่กับบัลลังก์ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งปัจจุบันบัลลังก์นี้ถูกจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร และจากหลักฐานนี้นำไปสู่การอธิบายเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินกับชุมชนบ้านทะเลน้อยและเส้นทางเดินทัพและรวบรวมไพร่พลเพื่อดังที่กล่าวมาแล้ว

 

ยังมีข้อมูลในรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น เรื่องเกี่ยวกับชาวจีนฮกเกี้ยนที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สังคมในพื้นที่ภาคตะวันออก ความสำคัญของเมืองขนาดเล็กในท้องถิ่นบ้านค่ายกับสมเด็จพระเจ้าตากสิน และความสำคัญและรูปแบบของนิเวศ วัฒนธรรมภาคตะวันออก

 

สามารถติดตามฟังงานเสวนาฉบับสมบูรณ์ได้ที่ https:// www.facebook.com/Vlekprapaifoundation/ ทั้งนี้ ขณะนี้มูล นิธิฯ ได้เข้าไปร่วมดำเนินงานในส่วนของการจัดทำพิพิธภัณฑ์วัดราช บัลลังก์ฯ ดังกล่าว และกำลังทยอยนำข้อมูลมาเผยแพร่ตามลำดับเชิญติดตามในโอกาสต่อไป

 

 

กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เรื่อง "ข้อสังเกตเส้นทางออกนอกกรุงฯ สู่หัวเมืองตะวันออกของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ" : ประวัติศาสตร์นอกพระราชพงศาวดาร โดยวลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ที่ร้านหนังสือสุนทรภู่ Be blossom book & tea อำเภอแกลง จังหวัดระยอง วันอาทิตย์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๐

 

ผู้ร่วมเสวนา :-

คุณนพพร ภาสะพงศ์ ร้านใบชาอ๋องอิวกี่

อาจารย์อิงตะวัน แพลูกอิน  ตัวแทนจากฉะเชิงเทรา

ลุงตี๋ ลุงบุญมี คุณวราคม ตัวแทนจากชุมชนบ้านทะเลน้อย

พี่แฟ๊บ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา

ครูมะลิและเพื่อน บ้านหนองเจ๊กสร้อย

ตัวแทนจากเมืองจันทบุรี

แฟนเพจมูลนิธิ

 

เสวนาสาธารณะ : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๑๖ (ต.ค.-ธ.ค.๒๕๖๐)

            

อัพเดทล่าสุด 10 ม.ค. 2561, 13:52 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.