หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
"สองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ย่านถนนกรุงเกษม ถนนลูกหลวงถึงสี่แยกมหานาค" กับกิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๔
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 12 ก.ค. 2560, 15:38 น.
เข้าชมแล้ว 237 ครั้ง

การบรรยายภาคแนวคิดและเนื้อหาในวันแรก โดยวลัยลักษณ์  ทรงศิริ

 

“สองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ย่านถนนกรุงเกษม ถนนลูกหลวงถึงสี่แยกมหานาค” การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากวัง วัด และบ้านพระราชทานสู่ย่านตลาด และชุมชนแออัด ที่มีการศึกษาแห่งแรกของประเทศฯ และชุมชนมุสลิมดั้งเดิมนอกพระนคร

 

วันเสาร์ที่ ๒๙ เมษายน  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์เจ้าฟ้า (เชิงสะพานปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า) ในภาคทฤษฎี ทำความเข้าใจพื้นฐานของย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ที่ทางมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ได้ทำการศึกษาวิจัย จากการตั้งคำถาม ว่า “เมืองกรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์ของผู้คนอยู่หรือไม่?” และได้พบว่าที่จริงแล้วกรุงเทพฯ นั้นยังมีโครงสร้างของความเป็น ชุมชน โดยมีศาสนสถานเป็นศูนย์กลาง มีพื้นที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกันของชุมชนต่างๆ อยู่ไม่น้อย แม้จะไม่เห็นโดยชัดเจนนัก เพราะสภาพการเปลี่ยนแปลงในการจัดการเมืองของรัฐและสภาพสังคม ที่เปลี่ยนแปลง  นอกจากนั้นยังมีแนวคิดทางประวัติศาสตร์สังคมที่แตกต่างไปจากประวัติศาสตร์ที่รับรู้หรือเรียนกันในสถานศึกษา แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสถานที่ กลุ่มผู้คน การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกายภาพของเมืองที่เปลี่ยนแปลง บรรยายโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

 

กิจกรรมพระนคร ๑๐๑ ครั้งที่ ๔ บรรยากาศภาคแนวคิดและเนื้อหาในวันแรก

 

การศึกษาประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ โดยผ่านแผนที่ สามารถเห็นถึงสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตของผู้คนผ่านสิ่งต่างๆ รวมไปถึงการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ใช้คำว่า “ภูมิวัฒนธรรม” มีความสำคัญคือการมองถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชาติ และมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความสำคัญสามสิ่งที่กล่าวมานี้คือความเป็นชุมชน และความเป็นชุมชนดังกล่าวนั้นสามารถพบได้ในกรุงเทพฯ เช่น ชุมชน บ้านบาตร คือตัวอย่างชุมชนที่มีรูปแบบโครงสร้างของความเป็นชุมชน แบบเก่าของกรุงเทพฯ พบการใช้บ่อน้ำและศาลากลางบ้านสำหรับประกอบพิธีกรรมและกิจกรรมต่างๆ ภายในชุมชน และยังสืบทอดมา ได้ถึงปัจจุบันและได้พบว่าในกรุงเทพฯ นั้นมีการเข้ามาของกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ หลากหลาย ที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ลาว กลุ่มคนญวนทั้งเป็นญวนคริสต์ที่อยู่ทางชุมชนมิตรคาม และญวนที่เป็นพุทธในบริเวณวันญวนสะพานขาว กลุ่มชาวมุสลิมทาง ภาคใต้ และกลุ่มอื่นๆ ที่เข้ามาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เรื่อยมา แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองแบบ “พหุลักษณ์” มีความหลาก หลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม 

 

พระนครชวนชม

วันที่  ๓๐ เมษายน ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๔ นี้ เป็นการลงพื้นที่จริงเพื่อ ทำความเข้าใจเพิ่มเติมจากในภาคทฤษฎีเบื้องต้น สำหรับจุดนัดพบแรก คือบริเวณอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบกับคุณวรรณชัย วราศิริกุล ชาวชุมชนนางเลิ้ง บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของชุมชนนางเลิ้งที่มีต่อพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และชมเรือนหมอพร ที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

 

พระนครชวนชม กิจกรรมการเดินสังเกตการณ์ชุมชนปัจจุบันเพื่อทำความเข้าใจอดีตและอนาคตของกรุงเทพฯ

 

แล้วเดินทางต่อไปยังย่านที่เคยเป็น “ตรอกใต้” ชุมชนแออัดที่มีการศึกษาแห่งแรกของประเทศฯ และวัดสมณานัมบริหารหรือวัดญวน สะพานขาว ซึ่งเป็นวัดมหายานในสังกัดคณะสงฆ์อนัมนิกาย ได้พบกับ “พี่ใหญ่” หรือ คุณพณิฎา สกุลธนโสภณ ผู้นำชุมชนและเป็นโยมอุปัฏฐากที่วัดญวน สะพานขาว แห่งนี้ พี่ใหญ่บอกว่า “คนญวนก็ไม่มีแล้ว แต่ทางวัดญวนยังเหลืออาหารประจำถิ่นอยู่สองอย่างคือ ปอเปี๊ยะทอด กับมะเหง่ ที่บอกว่าใช้เส้นเหมือนขนมจีนไหหลำ”

 

คุณพนิฎา สกุลธนโสภณ "พี่ใหญ่" ผู้นำชุมชนและเป็นโยมอุปัฎฐากที่วัดญวน สะพานขาว

 

พักรับประทานอาหารกลางวันคือ “มะเหง่” ของดีของชาว ชุมชนวัดญวนสะพานขาวเป็นอาหารที่ประยุกต์ระหว่างอาหารไทยกับ เวียดนาม มีจุดเด่นคือน้ำพริกมะม่วง ที่มีส่วนผสม ได้แก่ น้ำตาลปี๊บ มะนาว กระเทียม พริกขี้หนู และมะม่วงดิบซอย ราดได้ทั้งมะเหง่แห้ง และน้ำส่วนเส้นมีส่วนผสมชนิดเดียวกับขนมจีนเพียงแต่มีเส้นที่ใหญ่กว่ามาก 

 

                

คุณถนอมนวล  องค์ศิริกุล ผู้สืบทอดวิชาการทำกงเต๊กญวนจากช่างเล็ก หิรัญชัย

 

และได้พบกับคุณถนอมนวล องค์ศิริกุล หรือพี่นุช ผู้สืบทอดวิชาการทำกงเต๊กญวนจากช่างเล็ก หิรัญชัย (เล็ก ช่างกระดาษ วัดญวน สะพานขาว) ผู้เป็นสามี ซึ่งในปัจจุบันยังรับทำกงเต๊กทั้งที่เป็นงานหลวงและงานทั่วไป

               

พื้นที่สุดท้ายคือชุมชนมัสยิดมหานาค ชุมชนมุสลิมดั้งเดิมนอกพระนคร ได้พบกับวิทยากรในพื้นที่คือคุณหริน สิริคาดีญา ได้พาชาวคณะเดินชมรอบๆ ดูความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมในชุมชนบ้านเก่า รวม ไปถึงบ้านข้าราชการที่เคยอยู่ในชุมชน ซึ่งน่าเสียดายที่ชาวคณะไม่ได้ชมความงดงามของมัสยิด เนื่องจากปิดปรับปรุงซ่อมแซม แต่บริเวณด้านในสามารถเข้าไปเพื่อทำกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้บางส่วน จากนั้นเดินข้ามฝั่งคลองเข้ามายังวังสะพานขาว “พระนคร ๑๐๑” ครั้งที่ ๔ ถือเป็นโอกาสดีที่ทางกลุ่ม “พระนคร ๑๐๑” เป็น กลุ่มคนภายนอกกลุ่มแรกที่ได้เข้าเยี่ยมชมวังสะพานขาว ในปัจจุบัน คือกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

                

วังสะพานขาว

 

จากนั้นเดินทางศึกษาพื้นที่ “กุโบร์” คนมุสลิมในเมืองทั้งจาก มัสยิดบ้านตึกดินและมัสยิดจักรพงษ์ก็ต้องนำศพไปฝังที่กุโบร์มหานาค ซึ่งถือว่าเป็นกุโบร์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางเมืองก็ว่าได้ และกุโบร์มหานาค แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ฝังศพของพี่ชายตนกูอับดุล เราะห์มานผู้นำการเรียกร้องเอกราชและนายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซีย

         

       

คุณหริน  สิริคาดีญา ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชุมชนมัสยิดมหานาค

 

บรรยากาศด้านในกุโบร์ค่อนข้างสงบหากเทียบกับพื้นที่ด้าน นอกที่ผ่านมามีผู้คนในชุมชนใช้พื้นที่สำหรับการนั่งเล่น พูดคุย ที่นอกเหนือจากการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากมีคุณหรินที่ ให้ความรู้ในฐานะการเป็นเจ้าบ้านแล้ว เรายังได้ร่วมพูดคุยกับผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นมุสลิมจากพื้นที่ปากลัด พระประแดง บอกเล่าเรื่องราว ที่หลายๆ ท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมอาจจะยังไม่ทราบ และปิดท้ายด้วยการสรุปกิจกรรมโดยผู้ร่วมกิจกรรมและวิทยากร สำหรับการร่วมแลก เปลี่ยนเรียนรู้

 

เส้นทางพระนครชวนชม

 

๑. จุดนัดพบแรกคือบริเวณอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

๒. เข้ามายังเรือนหมอพรภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร

๓. เดินทางเข้าสู่ “ตรอกใต้” ชุมชนแออัดที่มีการศึกษาแห่งแรกของ ประเทศฯ

๔. มายังภายในวัดสมณานัมบริหารหรือวัดญวน สะพานขาว

๕. รับประทานอาหารกลางวันบริเวณวัดสมณานัมบริหาร

๖. เดินทางข้ามคลองผดุงกรุงเกษมเข้าสู่วังสะพานขาว ภายในกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์

๗. เดินทางต่อไปยังมัสยิดมหานาค

๘. ชมภายในชุมชนมัสยิดมหานาค

๙. เข้าไปยังพื้นที่กุโบร์มัสยิดมหานาค

๑๐. สรุปกิจกรรมภายในมัสยิดมหานาค

อัพเดทล่าสุด 13 ก.ค. 2560, 15:38 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.