หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
สำนักเรียนดนตรี “บ้านบางลำพู” มรดกทางวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 11 พ.ค. 2560, 20:54 น.
เข้าชมแล้ว 222 ครั้ง

 

สำนักเรียนดนตรี บ้านบางลำพูมรดกทางวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ

 

“บ้านดนตรี” คือระบบอุปถัมภ์ดูแลเด็กที่มีแวว มีความสามารถ หรือสนใจใฝ่รู้ในเรื่องของการดนตรี ซึ่งมีการเลี้ยงดูแบบกินอยู่หลับนอนภายในบ้าน เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยมีครูเป็นดั่งผู้ปกครอง หรือ “พ่อครู แม่ครู” บรรยากาศภายในบ้านถือเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างผู้ให้ความรู้และผู้แสวงหาความรู้ ครูก็ได้คนดนตรีเพื่อมาเล่นในวง ส่วนศิษย์ได้วิชาความรู้ ประสบการณ์และรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการเล่นดนตรี

 

 มหรสพของคนกรุงเทพฯ

“คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงเป็นผู้ที่ชมมหรสพกันเพียงอย่างเดียว แต่คนกรุงเทพฯ คือผู้ที่เล่นมหรสพด้วย” ดนตรี นาฏศิลป์ที่มีแบบแผนจะบอกว่าไม่ดีเสียทีเดียวคงไม่ได้ เพราะคนเหล่านี้คือผู้ที่รักษาศิลปะที่มีมาตั้งแต่ต้นกรุงให้คงอยู่จนถึงปัจจุบัน มีครูดนตรีที่ตามมาจากอยุธยา จนกระทั่งรุ่งเรืองมากในสมัยรัชกาลที่ ๒ ส่วนดนตรีและนาฏศิลป์ในแบบของชาวบ้านนั้นไม่มีแบบแผน เล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นเอง

 

คุณพจนา  ดุริยพันธุ์ บุตรชายคนที่ ๖ ของครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ นักร้องและคนปี่พาทย์แห่งบ้านดุริยประณีต บางลำพู กล่าวว่า “เราต้องยอมรับว่านักดนตรีปีพาทย์ในสมัยก่อนส่วนใหญ่แล้วสืบมาจากต่างจังหวัดทั้ง อยุธยา สิงบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และเติบโตเข้ามา สร้างวงของตนเองขึ้น”

 

การประชันดนตรี

หากเคยชมภาพยนตร์เรื่องโหมโรง ก็จะคุ้นเคยกับฉากการประชันระนาดเอกกันเป็นอย่างดี การประชันส่วนหนึ่งเป็นการบอกถึงความสูงสุดในการใช้ทักษะส่วนตัวหรือ “การเดี่ยว” การประชันปี่พาทย์ ประชันโขน ละครนี้มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่การประชันทำให้หลายเพลงต้องหายไป จากเคยมีประมาณพันกว่าเพลงที่มีชื่อ มาจนถึงปัจจุบันเหลือไม่ถึงร้อยเพลง เนื่องจากการถ่ายทอดค่อนข้างจะมีแบบแผนและข้อจำกัดมาก

 

“ดนตรีแข่งกันได้และสนุกด้วย” คนต่างจังหวัดในปัจจุบันยังแม่นในการฟัง สามารถแยกออกและชี้ถูกชี้ผิดได้ 

 

 

“เนื่องในโอกาสร้อยปีชาตกาลครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์”

ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ท่านเป็นศิษย์ของพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) ครูเหนี่ยวถือเป็นต้นแบบทางร้องแบบใหม่ ซึ่งคือทางร้องที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีการใส่อารมณ์ ความรู้สึกเข้าไปในเพลง แตกต่างจากทางโบราณที่เหมือนการร้องเล่า

 

การจัดงานครบรอบ ๑๐๐ ปี ๑๕๐ ปีต่างๆ ที่เราพบเห็นนั้นมีที่มาที่ไป กล่าวคือการเรียนการสอนดนตรี นาฏศิลป์ที่เป็นสมัยใหม่ อาจจะส่งผลทำให้สิ่งเก่าๆ ถูกลืมได้ จึงมีความเห็นว่าอยากให้เด็กที่เรียนด้านนี้ ได้ย้อนดูผลงานของครูรุ่นก่อนๆ และก่อนหน้านี้การจัดงานรำลึกครูต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่เป็นครูเครื่องสาย ครูปี่พาทย์ แต่ยังไม่มีใครจัดงานรำลึกครูทางร้อง บ้านดุริยประณีตจึงจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อหาผลงานของครูเหนี่ยว ซึ่งเป็นแบบแผนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ ได้ศึกษาว่าสิ่งเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

 

“สำหรับในอนาคตผมตั้งความหวังว่าจะมีดุริยะประณีต ๑๕๐ ปี เพราะตอนนี้ยังมีทายาทที่สามารถสืบทอดวิชาเหล่านี้ได้อยู่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้บ้านดุริยประณีตสามารถสืบต่อไปได้อีก ผมฝากความหวังไว้ที่ทายาทรุ่นที่ ๕ ให้เป็นผู้สืบต่อไป”

 

 

พบกับการสนทนาในรายการ “อดีตในอนาคต” สำหรับรายการแรกเป็นการพูดคุยในประเด็นเรื่องสำนักเรียนดนตรี “บ้านบางลำพู” มรดกทางวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ พบกับคุณพจนา ดุริยพันธุ์ ดำเนินรายการโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ผ่านทางช่อง VLek-Prapai Channel ในยูทูป เริ่มเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๘.๓๐ น.เป็นต้นไป และออกซ้ำทุกวันศุกร์เวลา ๘.๓๐ น. สามารถติดตามได้ทางเพจมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

 

และสำหรับผู่ที่สนใจร่วมงาน งาน "ทางร้องสุนทรีย ๑๐๐ ปี ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์" ในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ณ โรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี กรุงเทพ เริ่มเวลา ๑๘.๐๐ น. สามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่มูลนิธิดุริยประณีต (บ้านบางลำพู)

 

 

 

 

อัพเดทล่าสุด 24 พ.ค. 2560, 20:54 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.