หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
“พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๒ การขยายตัวพระนครและย่านการค้า (นางเลิ้ง)
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 26 ธ.ค. 2559, 14:53 น.
เข้าชมแล้ว 3470 ครั้ง

 

 

“พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๒ การขยายตัวพระนครและย่านการค้า (นางเลิ้ง)

 

 

พระนคร๑๐๑ เป็นกิจกรรมต่อยอดที่มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีดร.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ เป็นที่ปรึกษา และอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และเมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน ๒๕๕๙ ที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรม "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่๑ ในพื้นที่บางลำพู วัดสามพระยา บ้านพานและบ้านบาตร

 

 

สำหรับกิจกรรม “พระนคร๑๐๑” ครั้งที่ ๒ ในพื้นที่ย่านนางเลิ้ง ซึ่งมีความสำคัญในการขยายพระนครในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๔-๕ ที่มีวังเจ้านายเกิดขึ้นมากมายในบริเวณรอบคลองผดุงกรุงเกษม และความเป็นย่านการค้าที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย เนื่องจากมีผู้คนที่อพยพโยกย้ายเข้ามาอยู่หลายกลุ่ม เกิดวิวัฒนาการของมหรสพต่างๆ ที่ต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ 

 

วิทยากรจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ

 

ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมชั้น ๖ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นการบรรยายแนวทางการศึกษาและเนื้อหาเบื้องต้นเกี่ยวกับเมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ "พระนคร ๑๐๑" โดยวิทยากรจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ และคนในพื้นที่ย่านนางเลิ้งคุณสมพงษ์ โชติวรรณ ทายาทโรงหนังเฉลิมธานี มาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุย

 

คุณสมพงษ์ โชติวรรณ ทายาทโรงหนังเฉลิมธานี

 

นอกจากนั้นยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มาจากหลากหลายอาชีพและหลากหลายชุมชน เพื่อเปิดมุมมองและทัศนคติในการทำความเข้าใจชุมชนและการท่องเที่ยวร่วมกัน 

 

 

 

กิจกรรม “พระนครชวนชม”

กิจกรรมในวันที่ ๒ ของ “พระนคร๑๐๑” เป็นการลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจและเห็นสภาพความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ย่านนางเลิ้ง โดยการรับฟังข้อมูล ปัญหาที่ทางชุมชนได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ และเรื่องราวประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าผ่านเรื่องราวชีวิตของคนในพื้นที่ชุมชน ความเป็นชุมชนริมคลองครั้งอดีตที่ต้องรับเปลี่ยนสภาพบ้านเรือน วิถีชีวิตมาเป็นชุมชนริมถนน และเตรียมรับมือกับสิ่งใหม่ที่กำลังจะเข้ามานั้นคือทางรถไฟฟ้า 

 

คุณรดาวรรณ ศิลปโภชากุล (เจ้าของร้านกาแฟน่ำเฮงหลี)

 

 

ในช่วงแรก ณ จุดนัดพบที่แยกจักรพรรดิพงษ์ตัดกับถนนนครสวรรค์ เป็นการอธิบายความเป็นมาของการขยายตัวเมือง โดยการขุดคลองผดุงฯ หรือคลองขุดใหม่ การสร้างหรือตัดถนนนครสวรรค์ และพัฒนาการเรื่อยมา โดยคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ และเรื่องราวของถนนจักรพรรดิพงษ์ ความเป็นมาของคำว่า "ย่านอุตสาหกรรม" ความสำคัญของพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และความเป็นชุมชนของย่านนางเลิ้ง โดยวิทยากรท้องถิ่นคุณรดาวรรณ ศิลปโภชากุล (เจ้าของร้านกาแฟน่ำเฮงหลี) 

 

คุณครูมรกต เทพหัสดิน ณ อยุธยา และคุณครูอรุณี เทศสุวรรณ คุณครูโรงเรียนสตรีจุลนาค

 

ความหมายของ "จุลนาค" ที่เป็นทั้งชื่อคลองและชื่อโรงเรียน ชมโรงเรียนสตรีจุลนาคและบ้านของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รวมถึงชีวประวัติและความสำคัญของท่านที่มีต่อวงการการศึกษาไทย ผลักดันให้เกิดสถานศึกษาในระดับต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผลงานการประพันธ์ของท่านในนามปากกา "ครูเทพ" โดยคุณครูมรกต เทพหัสดิน ณ อยุธยา และคุณครูอรุณี เทศสุวรรณ

 

 

แบบเรียนอ่านออกเขียนได้โดยเริ่มต้นจากการใช้อักษรกลางที่มีเฉพาะโรงเรียนสตรีจุลนาคที่ท่านเจ้าพระยาฯ คิดค้นขึ้นเป็น "แบบเรียนเร็วใหม่" ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนแบบเดิมอยู่เพราะคิดว่าการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนของเด็กไทย แต่ยังมีเด็กไทยอีกหลายคนที่อ่าน เขียนช้า อาจจะเป็นเพราะการรับวิธีการเรียน การสอนที่เปลี่ยนไป โดยเน้นการทดลองใช้วิธีต่างๆ ให้ดูทันสมัย จนลืมไปว่าตำราเก่าๆ ที่คนโบราณคิดไว้นั้นสามารถใช้ได้ดี ยังมีโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ให้ความสำคัญในการเรียน เขียน อ่านในแบบตำราของท่านเจ้าพระยาฯ มาติดต่อขอซื้อกับทางโรงเรียนอยู่หลายแห่ง

 

เดิมโรงเรียนสตรีจุลนาคเป็นโรงเรียนเอกชนที่ได้รับความนิยมจากผู้คนโดยเฉพาะในแถบพื้นที่ย่านนางเลิ้ง และในหมู่ผู้ที่มีฐานะทางสังคมที่ดี จนขนานนามว่าเป็นโรงเรียน "ผู้ดี" เพราะครูที่นี้มีความใสใจในรายละเอียดของเด็กนักเรียนและมีบางท่านที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของครอบครัวเทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นเชื้อสายของท่านเจ้าพระยาฯ 

 

 

บ้านละครโขนคณะดํารงนาฎศิลป์

 

คุณจารุวรรณ สุขสาคร(ครูหมู) คณะละครจงกล โปร่งน้ำใจ

 

จากนั้นเดินทางไปยังบ้านละครโขนคณะดํารงนาฎศิลป์พบกับคุณ ฐานิยา โรหิตาจล บอกเล่าความเป็นมาของบ้านละครโขนและการปรับตัวในเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน ก่อนจะไปถึงวัดสิตาราม (วัดคอกหมู) พูดคุยกับคุณครูประทับใจ และชมการแสดงของเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน ทั้งยังเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชุมชนนางเลิ้งให้คงอยู่ต่อไป

 

 

 

และเข้าชมย่านการค้าของนางเลิ้งที่เป็นหัวใจของย่าน รวมถึงโรงหนังไม้นางเลิ้ง หรือศาลาเฉลิมธานี ได้มีการสรุปเนื้อหากิจกรรม แลกเปลี่ยนกิจกรรมระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งรุ่น ๑ และ ๒ กับวิทยากรในพื้นที่ เพื่อจะหาทางออกในการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ไม่ทำลายวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น และแนวทางในการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจัยภาคนอกที่เข้ามาสู่ชุมชน หาวิธีการร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวของคนในชุมชนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อัพเดทล่าสุด 9 ม.ค. 2560, 14:53 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.