หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
พลังของชุมชนในการฟื้นฟูเชิงอนุรักษ์ จากการเสวนาประเด็น "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"
บทความโดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
เรียบเรียงเมื่อ 20 ก.ย. 2559, 11:29 น.
เข้าชมแล้ว 4341 ครั้ง

พลังของชุมชนในการฟื้นฟูเชิงอนุรักษ์ จากการเสวนาประเด็น "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"

 

โต๊ะไหว้พระจันทร์

 

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๙ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้เข้าร่วมงาน "ไหว้พระจันทร์เจริญไชย" ซึ่งภายในงานประกอบไปด้วยการทำพิธีไหว้พระจันทร์ เป็นประเพณี พิธีกรรมทางความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเจริญไชย วันไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือนกันยายน หรือตุลาคม คือช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ชาวจีนจึงเรียกว่า "จงชิว" (Zhong Qiu) แปลว่า "กลางฤดูใบไม้ร่วง"  ซึ่ง วันไหว้พระจันทร์ เป็นประเพณีที่ชาวจีนถือปฏิบัติสืบต่อกันมา

 

"กระดาษไหว้" เป็นเครื่องประกอบการไหว้ บนโต๊ะไหว้พระจันทร์

 

การจัดกิจกรรมในงานพิธีไหว้พระจันทร์ของชุมชนย่านเจริญไชยจัดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ ที่มีการไหว้พระจันทร์ร่วมกันของคนในชุมชน ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมาที่ชาวบ้านจะมีพิธีกรรมตามบ้านเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีกิจกรรมกันภายในชุมชน การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนช่วยสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ชาวชุมชนมีความสามัคคีและมีพื้นที่แสดงออกทางความคิดเห็นร่วมกัน

 

บรรยากาศของการจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ที่ย่านเจริญไชย

 

การทำกิจกรรมร่วมกันของชาวชุมชนเจริญไชยนั้นไม่เพียงแต่พิธีกรรมไหว้พระจันทร์ที่มีขึ้นเพียงวันหรือสองวันเท่านั้น แต่ชุมชนยังมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้โดยให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการดูแล รวมไปถึงการจัดแสดงโดยมีการนำข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่ชาวบ้านมีอยู่มารวมอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อสร้างอัตลักษณ์การเป็นชุมชนเชื้อสายจีน

 

เผากระดาษเงินกระดาษทอง

นอกจากนั้นได้มีเวทีเสวนาสาธารณะพูดคุยในประเด็น "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า" โดยมีผู้ร่วมเสวนา ดังนี้ คุณศุเรนทร์ ฐปนางกูร (กรรมการบริษัทชุมชนเลื่อนฤทธิ์จำกัด) ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร) คุณศิริณี อุรุนานนท์ (คณะกรรมการทำงานกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านเจริญไชย) คุณอรุณลักษณ์ อ่อนวิมล (กรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์) และคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ (นักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)

 

วิทยากรในการร่วมเสวนาเรื่อง "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"

 

ความหมายของการเป็นชุมชน

 

ความหมายของชุมชนที่มีในปัจจุบันนี้ได้แก่ ความเป็นชุมชนโดยธรรมชาติที่ชาวบ้านอยู่อาศัย มีการใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งในด้านการใช้ทรัพยากรและพื้นที่ในทางเศรษฐกิจ และชุมชนที่มาจากระบบจัดการของรัฐ ที่แบ่งตามเขตการปกครองเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ

 

บรรยากาศในงานเสวนา "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"

 

แต่การจะเป็นชุมชนนั้นต้องประกอบไปด้วยโครงสร้างทางสังคมคือ ๑.การมีสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่พึ่งพาอาศัยกันและมีผู้นำชุมชน ๒.มีศูนย์รวมของความเชื่อซึ่งประกอบไปด้วย ศาล วัด เป็นต้น ตามบริบทของชุมชน และ ๓.การมีพื้นที่ในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแต่การกำหนดย่านหรือแบ่งตามเขตที่รัฐเป็นผู้กำหนดเพราะรูปแบบของสังคมดังกล่าวเป็นสังคมสมัยใหม่ที่ทำให้ผู้คนเกิดความแตกต่าง ความสัมพันธ์ต่างๆที่เป็นโครงสร้างทางสังคมจึงลดลั่นลงตามไปด้วย เนื่องจากการมีขอบเขตที่ไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น

 

คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ (นักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)

 

จากคำบอกเล่าของคุณอรุณลักษณ์ อ่อนวิมล (กรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์) ว่าสามชุกก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมือง การมีถนนเข้ามาในพื้นที่ทำให้การคมนาคมทางน้ำซบเซาลง ชุมชนริมแม่น้ำหรือแม่แต่พื้นที่ทางเศรษฐกิจอย่างตลาดจึงได้รับผลกระทบไปด้วย จนกระทั้งที่ชาวบ้านเกิดการรวมกลุ่ม จัดกิจกรรม สร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง อนุรักษ์พื้นที่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เพื่อปกป้องชุมชนจากการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลกระทบจากการพัฒนาเมือง

 

บรรยากาศในงานเสวนา "ประสบการณ์การฟื้นฟูชุมชนบูรณะตึกแถวเก่า"

 

 

การฟื้นฟูในเชิงการอนุรักษ์

 

แนวคิดในการฟื้นฟูที่จะอนุรักษ์พื้นที่ที่อยู่อาศัยนั้น ผู้อยู่อาศัยเองก็ต้องปรับตัวเข้าหาโลกสมัยใหม่ ปรับตัวเข้าหาความเจริญที่กำลังคืบคลานเข้ามาเพราะเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ชาวชุมชนสามารถทำข้อตกลงกับทางเจ้าของที่ที่ให้เช่าได้ โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆแล้วนั้นต้องมาช่วยกันว่าจะดูแลพื้นที่อย่างไร พัฒนาไปแนวทางใดเพื่อที่คนเก่าสามารถอยู่ในชุมชนได้เฉกเช่นเดิม

 

ชาวชุมชนเจริญไชยกำลังประกอบพิธีไหว้พระจันทร์

 

กรณีศึกษาของชุมชนเลื่อนฤทธิ์ที่มีความเข้มแข็งถึงขั้นที่ว่าสามารถระดมทุนเปิดเป็นบริษัทชุมชนเลื่อนฤทธิ์จำกัด โดยมีจุดประสงค์หลักคือการดูแลคนในชุมชน รักษาไว้ซึ่งที่อยู่อาศัยที่มีมาอย่างยาวนาน คุณศุเรนทร์ ฐปนางกูร (กรรมการบริษัทชุมชนเลื่อนฤทธิ์จำกัด) กล่าวว่าชุมชนดังกล่าวเป็นพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งแบ่งให้ชาวบ้านเช่า จนกระทั่งเกิดเป็นชุมชน มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน เมื่อมาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงชาวบ้านจึงทำข้อตกลงกับคนในชุมชน และทางสำนักงานทรัพย์สินฯ ว่าจะอยู่ในพื้นที่เดิมในรูปแบบใด รวมไปถึงการหาความรู้ ความเข้าใจถึงคำว่า “อนุรักษ์” จากนั้นจึงได้ร่วมระดมทุนจากคณะกรรมการในชุมชนคนละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมาเป็นบ้านหลังละ ๕๐,๐๐๐บาท เติบโตและเข้มแข็งขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นบริษัทชุมชนเลื่อนฤทธิ์จำกัด

 

โต๊ะไหว้พระจันทร์

 

จะเห็นว่าการอนุรักษ์ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีตซึ่งมองเพียงแต่อาคาร สิ่งปลูกสร้าง โบราณสถาน ที่ไม่เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมของผู้อยู่อาศัย มองไม่เห็นความเป็นชุมชนที่พึ่งพาอาศัยกัน การทำความเข้าใจในความหมายคำว่า “อนุรักษ์” จึงมีความสำคัญทั้งต่อการกำหนดนโยบายของภาครัฐ และในส่วนของชาวบ้านเพราะการจะปกป้องชุมชนได้นั้นต้องเริ่มต้นจากการสร้างพลังจาก “คนใน” เมื่อมีความรู้ ชุมชนเข้มแข็ง ขั้นตอนต่อไปคือการหาเครือข่ายหรือแนวร่วม

 

           

 

 

 

 

 

อัพเดทล่าสุด 24 ม.ค. 2560, 11:29 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.