หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ประเพณีบุญส่ง กับ จุดเริ่มต้นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านทะเลน้อย
บทความโดย พัชรินธร เดชสมบูรณ์รัตน์
เรียบเรียงเมื่อ 28 ก.ค. 2559, 20:49 น.
เข้าชมแล้ว 728 ครั้ง

 

มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กำลังมีโครงการร่วมมือกับชุมชนบ้านทะเลน้อยและวัดราชบัลลังก์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในการทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านทะเลน้อย เนื่องจากบริเวณพื้นที่บ้านทะเลน้อยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ไม่ว่าจะมาจากตำนานเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาหลายรุ่นอายุของคนในพื้นที่หรือจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงให้เห็นว่าในช่วงสมัยกรุงธนบุรี มีข้อสันนิษฐานว่าบ้านทะเลน้อยเป็นเส้นทางผ่านการเดินทัพของพระเจ้าตากสินมหาราชเพื่อเข้าตีเมืองจันทบูร โดยข้ามฝั่งผ่านทางแม่น้ำประแสบริเวณ “ท่าบน” และ “ท่าล่าง” หรือเรียกกันในท้องถิ่นว่า “ตรอกตากสิน” เป็นเส้นทางในการเดินทางไปข้ามลำน้ำพังราดที่ช้างข้าม และพักทัพที่ทุ่งสนามชัยหรือวัดสนามชัยต่อไป

    

“ตรอก” เป็นคำท้องถิ่นซึ่งหมายถึงพื้นที่กว้างไม่ใช่หมายถึงซอยหรือทางเดินแคบๆ ในชุมชนหรือหมู่บ้านแต่อย่างใด

    

บริเวณตรอกตากสินที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเดินทางผ่านนั้น เคยเป็นชุมชนเก่าที่มีการพบเศษภาชนะดินเผาอยู่ในพื้นดินเป็นจำนวนมาก รวมทั้งที่วัดราชบัลลังก์ยังปรากฏตั่งวางเท้าขนาดเล็กที่เคยอยู่คู่กับแท่นประทับโดยมีฝีมือช่างรูปแบบคล้ายคลึงกัน กล่าวกันว่าน่าจะเป็นสิ่งของประทานจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชภายหลังขึ้นครองราชสมบัติแล้ว   ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่สมัยเมื่อครั้งที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ดำรงสมณศักดิ์พระสุคุณาภรณ์ เมื่อทราบจากชาวบ้านว่าพระแท่นที่นำมาถวายไว้ที่วัดเนินสระที่เป็นชื่อเดิมของวัดราชบัลลังก์เป็นแท่นประทับฝีมือช่างชั้นสูงที่ผสมผสานศิลปะแบบจีนจึงขอนำไปเก็บรักษาไว้ที่หอพระสมุดวชิรญาณในพระนคร แต่ไม่ได้นำตั่งวางเท้าไปด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุสำคัญของวัดราชบัลลังก์

 

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบในพื้นที่บ้านทะเลน้อย  และความเชื่อของชาวบ้านที่ว่าพื้นที่ของบ้านทะเลน้อยเองเคยเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในอดีต จึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านทะเลน้อยมีความต้องการขอนำแท่นประทับจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครที่อยู่ในการรักษาดูแลของทางรัฐ กลับมาเก็บรักษาไว้กับชุมชน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มและร่วมกันสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้น เพื่อนำหลักฐานทางโบราณคดีจำพวกเศษภาชนะดินเผาที่พบทั้ง หม้อ ไห ถ้วย ชามต่างๆ  มาเก็บและจัดแสดงรวมกันในพื้นที่ส่วนรวมของชุมชน ซึ่งก็คือ “วัดราชบัลลังก์”

 

    

ในช่วงเช้าของวันงานประเพณีบุญส่ง ชาวบ้านทะเลน้อยจะมีการฉลองกองพระทรายก่อนจะเริ่มการทำบุญ

 

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมเก็บข้อมูล “ประเพณีบุญส่ง” ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญหลังสงกรานต์ และต่อมาถูกจัดให้เป็นเทศกาลประจำปีของบ้านทะเลน้อย

    

ความหมายของประเพณีบุญส่งหรือทำบุญวันไหล ถือเป็นการทำบุญขึ้นปีใหม่ และเป็นช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีใหม่ในแต่ละรอบปีของชาวทะเลหรือคนที่อาศัยอยู่ติดกับสายน้ำ  รูปแบบประเพณีดั้งเดิมของผู้คนในภาคตะวันออกที่อาศัยอยู่ติดริมทะเลจะมีความใกล้เคียงกัน โดยจะมีการทำบุญเลี้ยงพระ ทำบุญให้กับบรรพบุรุษ และผีไม่มีญาติ มีการเฉลิมฉลองร่วมกัน เพื่อรับสิ่งมงคลเข้ามาในปีใหม่ รวมถึงการส่งเคราะห์หรือสิ่งไม่ดีในปีเก่าให้ออกไปจากตัวเองและชุมชนด้วย การกำหนดช่วงเวลาของประเพณีบุญส่งในแต่ละที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น วันไหลที่จังหวัดชลบุรีจัดงานขึ้นหลังประเพณีสงกรานต์ 

    

แต่ประเพณีดั้งเดิมของชาวชองที่อาศัยอยู่จังหวัดในแถบทางภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และตราด จะจัดขึ้นในช่วงวันพระหลังการเก็บเกี่ยวข้าวเป็นเกณฑ์ โดยมีความเชื่อว่าเป็นการเฉลิมฉลองก่อนการเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ เรียกประเพณีนี้ว่า พิธีทำบุญส่งทุ่ง การจัดพิธีบุญส่งทุ่ง คนในชุมชนแต่ละบ้านจะนำอาหารมาใส่ในใบไม้ ทำเป็นเกวียนจำลองเป็นพาหนะในการเดินทางของยมทูต เพื่อให้สิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านี้นำเอาโรคภัยไข้เจ็บออกไปจากหมู่บ้าน และเป็นการคุ้มครองป้องกันอันตรายต่างๆ การจัดประเพณีบุญส่งทุ่งของชาวชองจะจัดต่อเนื่องกันจากชุมชนที่ไกลทะเลไปสู่ชุมชนใกล้ทะเล เพื่อจะส่งสิ่งร้ายๆ ออกสู่ทะเลไป

 

    

ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ใส่อาหารเพื่อลอยเรือในประเพณีบุญส่งที่บ้านทะเลน้อยจะเป็นวัสุดที่หาได้ง่ายในชุมชน

 

การจัดประเพณีบุญส่งที่บ้านทะเลน้อย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก็เช่นกัน บ้านทะเลน้อยซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับแม่น้ำโดยรอบ มีเพียงทิศตะวันตกเฉียงใต้เพียง ๔ กิโลเมตรเท่านั้น ที่ไม่ได้มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำ และจากการเป็นพื้นที่มีน้ำล้อมรอบจึงมีประเพณีบุญส่งที่ส่งเคราะห์ออกสู่ทะเล ใช้สายน้ำในการลอยเรือไปในแม่น้ำที่ชาวบ้านใช้สัญจรและประกอบอาชีพ เพื่อทำบุญให้กับบรรพบุรุษและผีที่ไม่มีญาติในช่วงปีใหม่ไทย

    

งานบุญส่งของบ้านทะเลน้อยจัดขึ้นหลังวันสงกรานต์ช่วงเวลาอาจจะกำหนดตามความเหมาะสมของเวลาในแต่ละปี ภายหลังจากวันสงกรานต์ที่มีการก่อกองพระทรายที่วัดราชบัลลังก์แล้ว วันถัดไปจะมีการทำบุญที่ศาลาต่างๆ ในหมู่บ้านเป็นเวลา ๔ วันต่อเนื่องกัน โดยเรียงตามลำดับตามศาลาที่สำคัญในหมู่บ้านตั้งแต่ “ศาลาท่าพลง”“ศาลาท่าโป๊ะ”“ศาลาท่าล่าง” และ “ศาลาท่าปอ” ซึ่งศาลาท่าพลงเป็นเพียงศาลาเดียวที่ไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำในปัจจุบัน เพราะสมัยก่อนเคยเป็นคลองเล็กๆ แต่ปัจจุบันถูกถมทำเป็นถนนแล้ว แต่ก็ยังคงจัดงานบุญส่งที่ศาลาท่าพลงตามเดิม ส่วนศาลาที่เหลือก็จะเรียงกันไปตามเส้นทางสายน้ำที่จะออกสู่ทะเล 

    

พิธีกรรมเริ่มจากการที่ชาวบ้านมาร่วมกันทำบุญจัดอาหารคาวหวานนำมาเพื่อตักบาตรและถวายพระ และหลังจากพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จ ชาวบ้านจะรับประทานอาหารร่วมกันบริเวณศาลาที่จัดงาน ในระหว่างนั้นชาวบ้าน ๒-๓ คนจะนำอาหารคาวหวานหรืออาหารแห้งใส่ในเรือไปลอยส่งเคราะห์ในแม่น้ำ เพื่อให้วิญญาณไร้ญาติจากที่ต่างๆ ได้รับอาหารเหล่านี้ และในช่วงบ่ายจะมีการละเล่นร้องรำทำเพลงหรือการแสดงไปตลอดวัน

 

    

หลังจากการทำบุญและลอยเรือแล้ว ชาวบ้านจะนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันที่ศาลาตามท่าต่างๆ

 

ภายหลังรูปแบบของการจัดงานมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสภาพแวดล้อมและกาลเวลา เช่น ในอดีตการจัดทำเรือจำลองเป็นพาหนะในการลอยส่งอาหารไปให้วิญญาณบรรพบุรุษและผีที่ไม่มีญาติ จะทำจากวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบจาก ใบตอง ฯลฯ แต่ปัจจุบันเรือทำขึ้นจากวัสดุที่หาได้ง่ายในชุมชน เช่น ลัง กล่องโฟม และการมางานบุญที่เหมือนเป็นการกลับมาพบปะกันของญาติพี่น้องในชุมชน คนที่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจะกลับมาเพื่อร่วมงานบุญกับครอบครัวพูดคุยเล่าเรื่องราวและรับประทานอาหารร่วมกัน โดยชาวบ้านมีความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการมางานบุญจะไม่ให้นำอาหารที่นำมาทำบุญกลับบ้านไปด้วยหากรับประทานไม่หมดจะต้องทำทานให้กับสัตว์ทั้งหลายที่อยู่แถวศาลาหรือวิญญาณและผีที่ไม่มีญาติแทน แต่ปัจจุบันก็มีบ้างที่คนในชุมชนจะหิ้วปิ่นโตกลับไปทานข้าวที่บ้านแทนการทานอาหารร่วมกันกับคนในชุมชนแบบแต่ก่อน และคลายความเชื่อเรื่องการไม่ให้นำอาหารทำบุญกลับบ้านไปด้วย

    

ชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำล้วนมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสายน้ำ ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของประเพณีด้วย เช่นเดียวกับที่บ้านทะเลน้อยนี้ แม้จะไม่ได้มีพื้นที่ติดกับทะเลแต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำโดยรอบ ทำให้การดำเนินชีวิตมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำในทุกช่วงชีวิตอย่างไม่สามารถตัดขาดได้

 

ขอบคุณผู้ให้ข้อมูล

อรุณ ปฏิสังข์, วาริน บำรุง, สายชล รื่นรมย์, สุทธิ ช่างเหล็ก ชาวบ้านทะเลน้อย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

 

บันทึกจากท้องถิ่น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๑๐ (เม.ย.-มิ.ย.๕๙)

อัพเดทล่าสุด 25 เม.ย. 2560, 20:49 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.