หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
จุลกฐิน ทอผ้าทันใจ ศรัทธาจากชาวบ้าน
บทความโดย เบญจวรรณ จันทราช
เรียบเรียงเมื่อ 1 ก.พ. 2548, 11:44 น.
เข้าชมแล้ว 2937 ครั้ง

 

จุลกฐิน ทอผ้าทันใจ ศรัทธาจากชาวบ้าน

 

 

 

วัดศรีสุทธาวาส อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้จัดงานทำบุญทอดจุลกฐินสามัคคี (ถวายผ้าทันใจ) ขึ้นระหว่างวันที่ ๖-๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการบูรณปฏิสังขรณ์หอพระไตรปิฎก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๖ หรือราว ๙๐ ปี มาแล้วโดยช่างพื้นบ้าน นับว่ามีรูปแบบและลักษณะทางสถาปัตยกรรมสวยงาม ในปัจจุบันกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน หลังจากทางวัดได้ได้เริ่มสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐

 

ภายในหอไตรเคยเก็บรักษาตู้พระธรรมและคัมภีร์ใบลานที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยล้านนาเมื่อราว ๒๐๐-๓๐๐ ปีมาแล้วจนถึงเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา โดยโครงการสำรวจฯ จากสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เข้ามาทำทะเบียนและบันทึกเกี่ยวกับข้อมูลจากคัมภีร์ดังกล่าวแล้ว

 

นับจนบัดนี้ หอไตรวัดศรีสุทธาวาสชำรุดเสื่อมโทรมลงทุกขณะและยังไม่เคยได้รับการบูรณะแต่อย่างใด เพราะการบูรณะต้องใช้ทั้งกำลังทุนทรัพย์และความรู้ทางวิชาการ ซึ่งทางวัดจะได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรและได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์และอาจารย์จากสาขาวิชาอนุรักษ์และฟื้นฟูสถาปัตยกรรมและชุมชน คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต โดยจะเป็นผู้ควบคุมการเขียนแบบและบูรณะตามแบบฝีมือช่างโบราณ

 

 

พระอธิการบรรพต คัมภีโร เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส กล่าวถึงการจัดงานจุลกฐินในครั้งนี้ว่า " ชาวเวียงป่าเป้ากับสภาชาวบ้าน ได้เคยไปเห็นและร่วมงานทำบุญนี้ที่เชียงใหม่ จึงปรึกษากันว่าอยากให้มีการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีที่สูญหาย เพราะเดิมพื้นที่เวียงป่าเป้าก็เคยมีประเพณีนี้เหมือนกัน อีกอย่างต้องการให้วัดเปรียบเสมือนศูนย์รวมใจ เชื่อมพลังความสามัคคี ลดช่องว่างระหว่างคนในสังคมโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ เด็ก และเยาวชน โดยใช้ประเพณีและวัฒนธรรมที่มีอยู่ "

 

นับเป็นโอกาสดีที่จะมีการนำประเพณีเก่าแก่ที่เกือบจะสูญสลายหายากลงไปทุกทีมาจัดขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ดำเนินการหรือกลุ่มคนที่จะทำจุลกฐินได้มีเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง คือที่อำเภอสันกำแพงและที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

 

งานบุญเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ เดือน ๑๑ แรม ๙ ค่ำ ด้วยพิธีบวงสรวงเทวดาประจำวัด หรือ การบูชาเสื้อวัด เพื่อเป็นการบอกกล่าวให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาฟ้าดินรับรู้ว่าวัดนี้กำลังมีงานบุญเกิดขึ้นและขอให้ช่วยคุ้มครอง เวลา ๐๙.๐๐ น. มีการแต่งดาองค์กฐินสามัคคีที่วัดศรีสุทธาวาส

 

เวลา ๑ ทุ่ม พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นจะมีมหรสพสมโภชงานจุลกฐินสามัคคี มีการละเล่นวงดนตรีสะล้อซอซึง จากนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนบ้านหนองยาว หมู่ที่ ๔ อำเภอเวียงป่าเป้า จากนั้นมีการลอยโคมไฟขนาดใหญ่ขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ และเป็นพุทธบูชา

 

 

จนกระทั่งล่วงเข้าวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ตรงกับวันแรม ๑๐ ค่ำ เวลา ๐๐.๐๙ น. พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้นจะเป็นพิธีที่ชาวบ้านเรียกว่า ทอผ้าทันใจ จากชาวบ้านหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ บ้านบวกค้าง ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มาช่วยงานบุญที่วัดศรีสุทธาวาส แม่งานคือ แม่ละมัย ใจปัญญา พร้อมคนหนุ่มสาวคนเฒ่าคนแก่ซึ่งเป็น ชาวไทยอง จากสันกำแพงมาช่วยกันมากมาย

 

แม่ละมัย ใจปัญญา เล่าถึงความเป็นมาของการทอดกฐินว่า สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เมื่อพระภิกษุสามเณรอยู่จำพรรษาที่วัดครบไตรมาสหรือสามเดือนแล้ว (เข้าพรรษา) สมควรที่จะได้รับหรือเปลี่ยนผ้านุ่งห่ม เพราะสมัยก่อนพระภิกษุนุ่งห่มจีวรที่ทำจากผ้าบังสุกุล หรือผ้าที่ใช้ห่อศพและต้องหาผ้าจีวรเอง ต่อมาเมื่อมีพุทธศาสนิกชนนำมาถวายจึงสืบทอดจนกลายเป็นพิธีกรรมทางศาสนา กำหนดการทำปีละครั้งตั้งแต่วันออกพรรษา แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็นเวลา ๑ เดือนพอดี

 

 

กฐินมี ๒ ชนิด คือ มหากฐินและจุลกฐิน มหากฐินเป็นกฐินใหญ่ที่มีเวลาการเตรียมการนานๆ มีบริวารมากๆ อย่างที่เราปฏิบัติกันทุกวันนี้ ส่วนจุลกฐิน แปลว่ากฐินน้อยๆ เป็นกฐินที่มีเวลาจำกัด ซึ่งบัดนี้เรานิยมทอดแต่มหากฐินทั้งนั้น

 

ชาวไทยองที่อำเภอสันกำแพงมีความเชื่อเกี่ยวกับจุลกฐินและการถวายผ้าทันใจว่าเป็นงานที่ใช้เวลาน้อยแต่ได้อานิสงส์มากกว่างานมหากฐิน เพราะงานจุลกฐินเป็นงานที่ชาวบ้านมีความศรัทธาต้องปั่นด้าย กรอ ทอผ้า ตัดเย็บ ย้อม ให้แล้วเสร็จในวันนั้น จึงเรียกว่า " ผ้าทันใจ " เป็นงานที่ทำวันเดียวเสร็จ ส่วนมหากฐินใช้ผ้ากรานกฐินเป็นผ้าที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้วหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

 

แม่อุ๊ยถิ่น สังข์ทอง อายุ ๘๐ ปี เล่าเรื่องการเตรียมงานจุลกฐินว่า เริ่มที่การเตรียมเครื่องเซ่นบูชาบวงสรวงเทวดา ด้วยหมาก พลู เบี้ยหอย ข้าวตอก ดอกไม้ ฯลฯ บูชาบอกกล่าวผีกับเจ้าที่ด้วยขันตั้งและองค์สูง วันเตรียมงานชาวไทยองจะเรียกว่า “ วันดาครัว ” มีการบูชาท้าวทั้งสี่ คือเทวดาที่รักษาทิศสำคัญ ได้แก่ ท้าวธตรฐะ ท้าววิรุฬหะ ท้าวกุเวรุราช และท้าววิธูปักขะ

 

พิธีกรรมจะเริ่มตั้งแต่พิธีเกี่ยวกับการบวงสรวงเทวดา การคราดไถ ปลูกต้นฝ้าย โดยเด็กหนุ่มสาวแสดงให้เห็นขั้นตอนในการทำว่าปลูกฝ้ายปลูกอย่างไร การเก็บฝ้ายเก็บอย่างไร

 

กระทั่งฤกษ์เวลา ๐๐.๓๙ น. เริ่มปั่นฝ้าย ถักทอ ตัดเย็บผ้าจุลกฐิน ประกอบด้วยผ้าสบง จีวร สังฆาฏิ อังสะ และผ้ารัดปะคด อย่างละ ๑ ผืน รวมเป็นชุดหนึ่ง

 

 

ฟังดูแล้วเหมือนไม่มีพิธีการอะไรที่ซับซ้อน แต่ค่อนข้างยากตรงที่เราจะทอผ้าจุลกฐินนี้ภายในเวลา ๑ วันได้อย่างไร แม่อุ๊ยเกือบ ๒๐๐ คนจะมาช่วย " อีดฝ้าย " คือแยกเม็ดฝ้ายกับฝ้ายออกจากกัน จากนั้นจึงนำฝ้ายที่อีดแล้วไปตีให้ฟู แล้วปั่นให้ฝ้ายเป็นเส้นด้าย ยิ่งได้เส้นเล็กเท่าไหร่ก็จะยิ่งเหนียว ซึ่งจะให้เส้นเล็กใหญ่ขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการปั่นด้ายและความชำนาญ ส่วนการทอนั้นใช้กี่หลายตัว ต้องช่วยกันหลายคนและอาศัยพลังร่วมใจทำให้เสร็จ " ภายในวันเดียว " บนศาลาวัดจึงเนืองแน่นไปด้วยศรัทธาชาวบ้าน

 

 

ระหว่างที่คนหนุ่มคนสาวกำลังทอผ้า แม่อุ๊ยจะมาร่วมกันเป็นกำลังใจร้องเพลง " สุมมาครัวตาน " ซึ่งมีเนื้อหาระลึกถึงการทำบุญครั้งนี้ และอยู่เป็นเพื่อนตลอดคืนจนกว่าผ้าจะทอและตัดเย็บเสร็จ ถึงรุ่งเช้า นำผ้ามาย้อม ตาก รีดให้เรียบก่อนนำขึ้นขบวนองค์กฐินถวายพระในพิธีถวายองค์กฐินและตั้งขบวนแห่ในตอนบ่ายจุลกฐินจึงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 

 

สำหรับทุนทรัพย์ที่ได้รับจากการจัดงานบุญทอดจุลกฐินสามัคคีทางวัดศรีสุทธาวาสจะนำมาบูรณปฏิสังขรณ์หอพระไตรปิฎกตามแบบฝีมือช่างโบราณและใช้ช่างฝีมือท้องถิ่น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อให้กลับคืนสภาพดีตามหลักวิธีการอนุรักษ์โบราณสถานที่ถูกต้อง นัยหนึ่งเป็นการสืบทอดทะนุบำรุงศาสนสถานและเป็นสถานที่เรียนรู้ทางสถาปัตยกรรมโบราณในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเวียงป่าเป้าแก่เยาวชนและผู้สนใจต่อไป

 

 

จากจดหมายข่าว ฉ. 52 มกราคม –กุมภาพันธ์ 2548 
อัพเดทล่าสุด 28 ก.ค. 2559, 11:44 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.