หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ทองคำเปลว ย่านมัสยิดบ้านตึกดิน
บทความโดย เกสรบัว อุบลสรรค์
เรียบเรียงเมื่อ 29 เม.ย. 2559, 10:57 น.
เข้าชมแล้ว 568 ครั้ง

 

แรกเริ่มเดิมที “มัสยิดบ้านตึกดิน” เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชุมชนชาวมุสลิมที่อพยพมาจากปัตตานีตั้งแต่เมื่อราวสมัยรัชกาลที่ ๖ กลุ่มมุสลิมบ้านตึกดินที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งบนที่ดินพระราชทานในบริเวณซอยดำเนินกลางเหนือ ข้างโรงเรียนสตรีวิทยาในปัจจุบัน หลังจากการเข้ามาของกลุ่มมุสลิมมัสยิดจักรพงษ์

 

มุสลิมทั้ง ๒ กลุ่ม ล้วนเป็นกลุ่มมุสลิมช่างฝีมือที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ขึ้นชื่อเรื่องการทำทอง มุสลิมมัสยิดจักรพงษ์มีชื่อเสียงด้านการทำทองรูปพรรณ และทองประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ส่วนมุสลิมบ้านตึกดินจะเด่นด้านการทำทองคำเปลว

 

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้การทำทองรูปพรรณ และทองประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ย่านมัสยิดจักรพงษ์เหลือเพียงคำบอกเล่าด้วยเพราะขาดผู้สืบต่อวิชา แต่การทำทองคำเปลวในย่านมัสยิดบ้านตึกดิน ยังสามารถพบเห็นได้อยู่ แม้จะไม่มากมายเทียบเท่าในอดีตที่ผ่านมา

 

คุณจันทนีย์ จันแสง ทายาทผู้ดูแลร้านทองคำเปลวแม่จิตรา ได้เล่าให้ฟังถึงการทำทองคำเปลวย่านมัสยิดบ้านตึกดินว่า “...ในบริเวณนี้ เคยมีบ้านที่ทำทองคำเปลวหลายหลัง แต่ปัจจุบันเหลือ “ทองคำเปลวแม่จิตรา” เพียงเจ้าเดียว ซึ่งทองคำเปลวแม่จิตรานั้น เป็นกิจการในครอบครัวที่ทำสืบต่อกันมานานกว่า ๖๐ ปีแล้ว โดยรุ่นคุณยายเป็นรุ่นบุกเบิก ใช้ชื่อว่า “ทองคำเปลวแม่แจ่ม” สืบทอดมาถึงรุ่น “แม่จิตรา” เป็นรุ่นคุณแม่ และยังคงใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน...”

 

การทำทองคำเปลวเป็นงานหนัก มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายหลายขั้นตอน ต้องอาศัยแรงงานจากช่างฝีมือจำนวนมาก ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ การนำทองแท่งมารีด การตัดทอง การเททอง การตีทองให้เป็นแผ่นบางๆตามขนาดที่ต้องการ หรือเรียกว่า ทองคัด และทองต่อ ในหลายขั้นตอนต้องทำงานในห้องปิดทึบ ไม่มีลมผ่าน และในบางขั้นตอนต้องอาศัยแรงงานจากผู้ชายเท่านั้น การทำทองคำเปลวนอกจากจะต้องอาศัยความแข็งแรง ความซื่อสัตย์ และความอดทนแล้ว ราคาทองคำในปัจจุบันก็แพงมากขึ้นด้วย อีกทั้งยังมีทองคำเปลวจากโรงงานเข้ามาเป็นคู่แข่ง ทำให้อาชีพการทำทองคำเปลวด้วยแรงงานคนแบบดั้งเดิม เริ่มขาดคนสืบช่วงต่อ

 

คุณจันทนีย์ ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่า “...ช่วงที่ทองคำเปลวเฟื่องฟูนั้น ที่บ้าน มีคนงานอาศัยอยู่ด้วยกันกว่า ๓๐ คน แต่ต่อมา เมื่อราว ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้น ความนิยมใช้ทองคำเปลวแบบดั้งเดิมซึ่งเคยนิยมนำไปติดประดับรอบโบสถ์ เจดีย์ ตลอดจนเป็นเครื่องบูชาพระ ก็เริ่มลดน้อยลง เพราะถูกแทนที่ด้วยทองคำเปลวจากโรงงานซึ่งมีราคาถูกกว่า แม้ว่าคุณภาพจะไม่ดีเทียบเท่า เพราะสีบนทองคำเปลวจากโรงงานจะเปลี่ยน และหมองเร็วกว่าทองคำเปลวแบบดั้งเดิม แต่ทองคำเปลวแท้ ๑๐๐% แบบดั้งเดิมที่ทำกันมาเนิ่นนาน ก็ยังได้รับผลกระทบ เมื่อความต้องการน้อยลง ทำให้มีงานน้อยลงตามไปด้วย คนงานที่มีก็ต้องแยกย้ายกันไป แต่ทางร้านก็จะส่งงานทองคำเปลวบางขั้นตอนไปให้คนงานเก่าแก่ทำ ก่อนส่งกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ฐานการผลิตสำคัญของร้านทองคำเปลว “แม่จิตรา” อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะคนงานดั้งเดิมส่วนมากมาจากที่นั่น พอแยกย้ายกลับบ้าน จึงกลับไปรวมตัวกันที่นั่น...”

 

คุณจันทนีย์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “...ในปัจจุบันนี้ ความต้องการทองคำเปลวแท้ ๑๐๐% แบบดั้งเดิม ยังคงมีอยู่ แต่ปัญหาใหญ่ที่สำคัญกว่าราคาทองคำแท่งที่สูงขึ้นทุกวัน และการถูกตีตลาดโดยทองคำเปลวราคาถูกจากโรงงาน ก็คือ การขาดช่างรุ่นใหม่มารับช่วงสืบทอดความรู้การทำทองคำเปลวในแต่ละขั้นตอน...”

 

จันทนีย์  จันแสง     (สัมภาษณ์)   ๘ มกราคม ๒๕๕๘

ทำนุ       เหล็งขยัน (สัมภาษณ์) ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗

 

ที่มา : จากเพจ facebook สร้างประวัติศาสตร์สังคมย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ วันที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๕๘

อัพเดทล่าสุด 29 เม.ย. 2559, 10:57 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.