หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ป้าพวงเพชร เสือสง่า แห่งร้านนางเลิ้งอาร์ต
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เรียบเรียงเมื่อ 26 เม.ย. 2559, 15:14 น.
เข้าชมแล้ว 3041 ครั้ง

       

 

ป้าพวงเพชร เสือสง่า แห่งร้านนางเลิ้งอาร์ต วันนี้อายุราว ๘๔ ปี แล้ว ลูกชายเล่าว่าเริ่มลดทอนความทรงจำลงบ้าง ต้องทานยาบำรุงและดูแลใกล้ชิดแล้ว

 

เราจำได้ว่าวันหนึ่งในช่วงการชุมนุมที่มีอยู่เสมอๆ รอบที่ทำงานแถวสะพานวันชาติ ก็เห็นคุณป้าคนหนึ่งขี่รถสกู๊ตเตอร์สามล้อวิ่งฉิวไปบนถนนพระสุเมรุหลายครั้ง บางครั้งถึงกับอ้าปากค้าง ป้าแว๊นลิ่วผ่านหน้าเราไปอย่างรวดเร็ว ใครๆ ก็บอกว่า ป้าร้านนางเลิ้งอาร์ตไง เป็นภาพคุ้นเคยในช่วงปีหลังๆ ของการชุมนุม ป้ามาแถวที่ชุมนุมจากนางเลิ้งบ่อยๆ

 

วันที่เข้าไปคุยกับป้าพวงเพชร ความน่ารักยังมีอยู่เสมอในรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ป้าอารมณ์ดีและยังนั่งเฝ้าเก๊ะลิ้นชักเงินแบบที่เคยทำมาหลายสิบปี ควบคุมรายรับรายจ่ายของร้านตั้งแต่แต่งงานเข้ามาอยู่กับสามีผู้สืบทอดกิจการร้านถ่ายรูปและทำล็อกเกตหินตั้งแต่เมื่อเกือบหกสิบปีที่แล้ว

 

 

 

สามีของป้ารับสืบทอดร้านนางเลิ้งอาร์ตมาจากเครือญาติและมีวิชาการทำล็อกเกตหินภาพลงสีสวยงาม เป็นงานฝีมือปราณีตที่คู่ควรกับงานช่างฝีมือทำกรอบเงินทองหรือล้อมเพชร ชิ้นหนึ่งๆ แพงสมควรกับฝีมือ และยังเป็นรายได้สำคัญของร้านที่สืบฝีมือกันภายในครอบครัว จนทำให้ทุกวันนี้ร้านนางเลิ้งอาร์ตยังคงเปิดร้านได้เสมอๆ ไม่มีอะไรต้องร้อนใจแม้สภาพแวดล้อมและสังคมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว แต่งานช่างฝีมือล็อกเกตหินยังคงมีผู้สั่งทำอยู่เรื่อยๆ

 

 

เจ้าของร้านชื่อนายหม่อยหยุ่น แซ่เหงี่ยว เป็นชาวจีนที่ไปเติบโตที่เกาะมาริตัส แถบแอฟริกา จึงมีความรู้ภาษาอังกฤษดี เมื่อเข้ามาอยู่เมืองไทยก็ได้โอนสัญชาติและเปลี่ยนชื่อเป็นนายอาจ ศิลปวณิช เคยเป็นลูกจ้างร้านทองมาก่อน แล้วจึงได้ออกมาเปิดร้านถ่ายรูปตามความสนใจของตัวเอง ในสมัยนั้นล็อกเกตเป็นเครื่องประดับที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ต้องส่งไปทำที่ต่างประเทศ เขาจึงเริ่มต้นศึกษาวิธีการทำอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จ และหลานของท่านนี้ก็คือสามีป้าพวงเพชรนี่เอง

 

ป้ายังคงใช้นามสกุล 'เสือสง่า' และลูกก็ยังคงใช้นามสกุลนี้ ป้ากำเนิดจากการเป็นลูกสาวชาวจีนแต้จิ๋วที่โพธาราม อายุเพียงสองเดือน คณะลิเกดอกดิน เสือสง่า ไปแสดงที่โพธารามก็รับลูกสาวชาวจีนขาวๆ คนนี้มารับเป็นหลานบุญธรรม 'แม่ละออง' ครูลิเกเช่นกันลูกสาวของตาดอกดินเลี้ยงป้าพวงเพชรมาแต่นั้น ป้าเติบโตอยู่ในโรงลิเก แน่นอนย่อมกลายเป็นนางเอกลิเก ได้วิชาความรู้ เพลงราชนิเกลิงจากตาดอกดินและใช้ชีวิตแบบคนไทยๆ ในสังคมแวดล้อมแบบคนลิเก

 

 

ราวอายุ ๒๖ ปี หลังจากย้ายมาอยู่ที่แถบถนนพะเนียง ซึ่งยังมีบ้านคณะลำตัดดังๆ อีกหลายคณะ ป้าไปเรียนตัดเสื้อที่แถววัดสระเกศ และครูมักฝากฟิล์มมาล้างอัดภาพที่ร้านดังนางเลิ้งอาร์ต ก็พบพ่อม่ายอายุมากกว่าสิบกว่าปี เป็นคนจีนเชื้อสายแคะที่มีฝีมือและทำร้านถ่ายรูปอยู่แล้ว ต่อมาก็แต่งงานกันและมีลูกอีก ๕ คน หลายสิบปีมาแล้วเมื่อสามีคุณป้าเสียชีวิตไป ป้าก็ออกท่องเที่ยวต่างประเทศกับคณะทัวร์ต่างๆ ใช้ชีวิตคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขด้วยอารมณ์และการหยอกเย้าขี้เล่น คนอยู่ใกล้ก็ดูสนุกและมีความสุขไปด้วย

 

ป้าเป็นแม่บ้านเต็มตัวและควบคุมเก๊ะเงินอย่างเบ็ดเสร็จ เราสังเกตชีวิตความเป็นอยู่ของป้าที่ใช้ชีวิตเป็นคนไทยพื้นบ้านมากกว่าคนเชื้อสายจีน อีกทั้งสามีป้าก็ไม่นิยมไหว้เจ้า ป้าทำบุญตักบาตร ร้องลิเกระดับนางเอกทั้งๆ ที่ป้าและครอบครัวรูปลักษณ์ภายนอกดูเป็นคนเชื้อจีนเต็มขั้น

 

 

 

งานล็อกเกตหินทำทีละชิ้นและเป็นงานสั่งทำ ใช้ล็อกเกตที่สั่งทำมาคราวละมากๆ เป็นเซรามิคแบบหนึ่งแล้วใช้ภาพถ่ายแล้ววาดภาพไฮไลท์เพิ่มเติม อย่างละเอียดมากๆ ด้วยสีหรือลงทองคำคุณภาพสูงแล้วใช้ฟิล์มกระจกเคลือบอีกชั้น ทำให้ต้องระมัดระวังเวลาใช้ที่อาจเป็นรอยได้ ผู้คนจึงมักใช้ออกงานสำคัญๆ กันเท่านั้นเอง

 

บางทีอาจจะมีบ้านเมืองเพียงไม่กี่แห่งเช่นในกรุงเทพฯ หรือเมืองไทย ที่ผู้คนต่างชาติพันธุ์ถูกหลอมรวมจนกลายเป็นคนสยามหรือคนไทยได้อย่างน่าทึ่ง

 

ที่มา : จากเพจ facebook สร้างประวัติศาสตร์สังคมย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ วันที่ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๘

อัพเดทล่าสุด 3 พ.ค. 2561, 15:14 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.