หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ <br> ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม และมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ
บทความโดย Najib Bin Ahmad
เรียบเรียงเมื่อ 7 ธ.ค. 2558, 00:00 น.
เข้าชมแล้ว 1788 ครั้ง

 

อาจารย์ศรีศักร กับกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมสามจังหวัดชายแดนใต้ที่เดินทางมาเรียนรู้และศึกษา
แนวคิดวิธีการเพื่อความเข้าใจภูมิวัฒนธรรมในสังคมแม่น้ำลำคลองที่พระนครศรีอยุธยา

 

            “กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้” เป็นกลุ่มที่รวบรวมผู้สนใจในเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ เป็นกลุ่มที่ร่วมกันทำงานเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตำนานเรื่องเล่า สำรวจสภาพแวดล้อมและผลกระทบจากนโยบายของรัฐที่มีต่อท้องถิ่นต่างๆ จนถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้การส่งเสริมของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

            ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา มีการจัดอบรมเรียนรู้ร่วมกันหลายครั้งให้กับสมาชิกที่เป็นแกนหลักของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้และมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ มีการทำงานวิจัยในท้องถิ่นรวมทั้งผลิตหนังสือ บทความ เปิดเวทีเสวนา และเปิดบรรยายสาธารณะเผยแพร่ข้อมูลความรู้ในหลากหลายเรื่องที่ค้นพบในพื้นที่ซึ่งมีการทำงานร่วมกันมาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีมาแล้ว

            กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ทำงานโดยนำวิธีคิดของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ในเรื่อง “ภูมิวัฒนธรรม” [Cultural Landscape] อันหมายถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ไม่ได้จำกัดตามการแบ่งพื้นที่ตามเขตการปกครองของรัฐ เช่น ตำบล อำเภอ จังหวัดหรือขอบเขตของประเทศ แต่ใช้พื้นที่ที่มีวัฒนธรรมแบบเดียวกันเป็นตัวกำหนดขอบเขตของการศึกษา โดยศึกษาผ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์บอกเล่า ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม การละเล่น อาชีพ การตั้งถิ่นฐาน โครงสร้างทางสังคมและเครือญาติ ทรัพยากร ภาษา ภูมิปัญญา เป็นต้น เพื่อรวบรวมความรู้ในเรื่องท้องถิ่นอันเป็นความรู้กระแสรองที่ไม่มีการกล่าวถึงในแบบเรียนหรือในที่อื่นๆ มากนัก ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจในเรื่องท้องถิ่นต่างๆ ที่มีความหลากหลายและแตกต่างของสังคมแบบพหุลักษณ์ที่มีอย่างมากมายในประเทศไทย เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้ เข้าใจภาคภูมิและรักษ์ในถิ่นเกิดหรือมาตุภูมิในที่สุด อันจะนำไปสู่สำนึกในการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและสงบสุขภายในชาติหรือมีสำนึกในชาติภูมิเป็นลำดับต่อไป

            สมาชิกของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้เป็นเครือข่ายการทำงานของคนในท้องถิ่นที่มีภูมิลำเนากระจายกันทั้งสามจังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมีสมาชิกกลุ่มแบ่งเขตการทำงานทั้งในพื้นที่ ชายฝั่งทะเล และเขตเทือกเขาของแผ่นดินตอนในตามแนวเขตเทือกเขาสันกาลาคีรีและเขาบูโด รวมทั้งการแบ่งพื้นที่ตามเขตลุ่มน้ำที่สำคัญตามแม่น้ำสองสายหลักของสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ เขตลุ่มน้ำของแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี

            นอกจากนี้สมาชิกของกลุ่มยังแยกกันทำงานในเขตพื้นที่ของแต่ละกลุ่ม เป็นกลุ่มย่อยๆ ออกไปอีก เช่น กลุ่มอ่าวปัตตานี กลุ่มยาลอ กลุ่มเทือกเขาสันกาลาคีรี กลุ่มแว้งที่รัก กลุ่มพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร กลุ่ม Saiburi Looker และกลุ่มบ้านเญาะ (เขื่อนบางลาง) ซึ่งเป็นการทำงานแบบเจาะลึกเรื่องราวต่างๆ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะนำมาร้อยเรียงข้อมูลในภาพใหญ่ในขั้นต่อไป

            ตลอดเวลาของการทำงานของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อสิบปีก่อน ในขณะที่ยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ยังไม่เปิดตัวในสังคม Social Media กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้มีแกนหลักที่ ดอเลาะ เจ๊ะแต, มะอีซอ โซมะดะ, งามพล จะปะกิยา และทรัยนุง มะเด็ง พร้อมด้วยทีมผู้ช่วยไม่กี่คน ก็ได้เริ่มทำงานวิจัยท้องถิ่น โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้การดูแลให้คำแนะนำจากทีมงานของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้ทำการวิจัยและพิมพ์หนังสือที่เป็นผลพวงจากงานวิจัยออกมาหลายเล่ม อาทิ เล่าขานตำนานใต้, เราคือปอเนาะ, เสียงสะท้อนจากหมู่บ้านชาวประมงอ่าวปัตตานี, ความทรงจำในอ่าวปัตตานี, จากยอลอเป็นยะลา และเรื่องเล่าจากเชิงเขาบูโด กรณีบ้านตะโหนด เป็นต้น รวมทั้งผลิตสารคดีบางตอนในชุดพอเพียง เพื่อแผ่นดินเกิด และการบรรยายสาธารณะในเรื่องสถาปัตยกรรมมลายูในท้องถิ่นสามจังหวัดชายแดนใต้ ตามข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอแง่มุม ข้อมูลใหม่ที่ค้นพบ ความเปลี่ยนแปลงในสังคมและประเด็นปัญหา หรือผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับจากการพัฒนาของหน่วยงานรัฐอย่างไร้ทิศทางเพราะขาดข้อมูลพื้นฐานที่ตรงกับข้อเท็จจริงในท้องถิ่น

            ช่วงวันที่ ๒๕-๒๗  สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่ผ่านมากลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดมและมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์อีกครั้งซึ่งครั้งนี้แตกต่างจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ [Workshop] ที่กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้เคยได้รับการส่งเสริมจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เหมือนเช่นที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาหลายปีที่มีการอบรมเชิงปฏิบัติการกับมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์นั้น มักจะจัดในช่วงปลายปีในงานวันเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และเป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มอื่นๆ จากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยที่มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ให้การสนับสนุน แต่ในครั้งนี้กลับเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดมเฉพาะกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้เท่านั้น และเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นการเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดมให้ความกรุณาต่อกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้มากทีเดียวที่เปิดโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ โดยเฉพาะสมาชิกใหม่ๆ ที่เพิ่งได้มีโอกาสมาเรียนรู้ได้มีโอกาสซักถามในประเด็นที่อยากรู้ และได้เรียนรู้ถึงปรัชญาแบบนิเวศวัฒนธรรมได้โดยตรงกับอาจารย์ศรีศักร ผู้ที่นำแนวคิดนี้มาใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคม

            ในช่วงเช้าของวันแรกที่เดินทางไปถึง สมาชิกกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ ได้มีโอกาสฟังอาจารย์ศรีศักรในงานเสวนาเรื่องการจัดการน้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในช่วงบ่ายถึงเย็น อาจารย์ศรีศักร ก็ได้บรรยายเพิ่มเติมแก่สมาชิกกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ในเรื่องระบบคูเมือง กำแพงเมือง และคลองขวางต่างๆ ภายในเกาะอยุธยา ซึ่งเป็นระบบที่ใช้รับมือกับภาวะน้ำหลากซึ่งมีมาทุกปี ทำให้เข้าใจว่าชาวอยุธยาเมื่อครั้งโบราณมีวิธีรับมือกับปัญหาน้ำเหนือที่หลากมาอย่างไร ที่ไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 

         

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ขณะบรรยายแบบเป็นกันเอง
ในเรื่องแนวคิดในการศึกษาภูมิวัฒนธรรมที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ

        อาจารย์ศรีศักรยังได้อธิบายถึงความสำคัญของแม่น้ำทั้ง ๓ สายรอบเกาะอยุธยา การค้า และการตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาติรอบๆ บริเวณป้อมเพชรและหน้าวัดพนัญเชิงต่อเนื่องตลอดแม่น้ำอันมีชุมชนของชาวญี่ปุ่น ฮอลันดา และชุมชนมุสลิมอยู่ในละแวกใกล้เคียง ทำให้เข้าใจได้ถึงวิวัฒนาการของการสร้างเมืองอยุธยาในอดีต จวบจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงเมืองอยุธยาในปัจจุบันมาสู่เมืองที่มีการสร้างโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม มีการย้ายแรงงานจากต่างถิ่นมาอาศัย และมีการพัฒนาเมืองไปสู่ความเจริญสมัยใหม่โดยที่ไม่เข้าใจสภาพทางภูมิศาสตร์และธรรมชาติหรือโครงสร้างเดิมของเมืองอยุธยาที่นำไปสู่การเกิดสภาวะน้ำท่วมขังอย่างหนักในปีที่ผ่านๆ มา

            ในสองวันให้หลังคือวันที่ ๒๖ และ ๒๗ สิงหาคม สมาชิกกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ มีโอกาสสนทนาเรียนรู้กับอาจารย์ศรีศักรเพิ่มเติมอีกที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการติวเข้มจากอาจารย์ศรีศักรเลยทีเดียว

            การเรียนรู้ที่ทางกลุ่มฯ ได้รับในสองวันนี้ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่อาจารย์ศรีศักรได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการเก็บข้อมูล กระบวนการทำงาน และแนวคิดในเรื่องภูมิวัฒนธรรม ซึ่งความรู้ที่ได้รับมาในครั้งนี้จะเป็นฐานความคิดเบื้องต้นให้กับสมาชิกในกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ในการทำงานในพื้นที่ต่อไป

            การทำงานของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ที่จะเดินทางต่อไปในอนาคต พวกเรามีการวางโครงการกันไว้ว่า จะศึกษาเรื่องราวต่างๆ ในพื้นที่ในรายละเอียด เพื่อนำเสนอให้คนนอกพื้นที่ได้รับรู้ให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำ เช่น การค้นคว้าในเรื่องที่เกี่ยวกับ “โต๊ะกูแช” หรือหมอช้างมลายูเพื่อเปรียบเทียบกับตำนานเรื่องช้างในเขตภาคใต้ตอนกลางที่ติดต่อกับเขตสามจังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งการผลิตบทความ สารคดี และการปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อที่สามารถจะนำเสนอเรื่องราวและใช้เป็นคลังข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิงเนื้อหาที่สามารถสืบค้นและเผยแพร่ทั้งในทางวิชาการและมอบให้แก่สาธารณะเพื่อความเข้าใจในสังคมวัฒนธรรมของชายแดนใต้ต่อไป

 

บอกเล่าข่าวกิจกรรม : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๐๓ (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๗)

 

         

 

อัพเดทล่าสุด 7 ธ.ค. 2558, 00:00 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.