หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เรียนรู้จากแผนที่เพื่อรู้จักท้องถิ่น
บทความโดย งามพล จะปะกิยา
เรียบเรียงเมื่อ 26 พ.ค. 2559, 16:28 น.
เข้าชมแล้ว 2962 ครั้ง

การศึกษาท้องถิ่นโดยพิจารณาความสำคัญของสภาพแวดล้อม

ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิต สังคม และวัฒนธรรมของมนุษย์จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

คำกล่าวของ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

กูนงจูโจ๊ะ ภูเขาที่เป็นจุดสังเกตสำคัญที่อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส


แผนที่ของคนท้องถิ่น

            สำหรับชุมชนท้องถิ่นไม่มีโลกทัศน์เกี่ยวกับแผนที่บนกระดาษที่มีมาตราส่วน แต่แผนที่ของชาวบ้านเป็นโลกที่เห็นอยู่ตรงหน้าแล้วสร้างภาพในจินตนาการ สะท้อนความเข้าใจในลักษณะทางสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติแผนที่ในจินตนาการของชาวบ้านจะแตกต่างตามสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

ลักษณะนิเวศที่แตกต่างนี้เป็นสิ่งกำหนดให้แต่ละชุมชนท้องถิ่นมีภูมิปัญญาเรื่องการรู้จักเส้นทางรู้จักสภาพแวดล้อมต่างกัน เช่น ในท้องถิ่นเขตแม่น้ำสายบุรี-เทือกเขาสันกาลาคีรีนั้น ในโลกแผนที่ของชาวบ้านไม่มีชื่อเทือกเขาสันกาลาคีรีที่รัฐและผู้คนทั่วไปเรียกเทือกเขาทั้งเทือกตั้งแต่ชายแดนมาเลเซียจรดชายทะเลจังหวัดสตูลและไม่มีชื่อแม่น้ำสายบุรีที่ยาว ๒๐๐ กิโลเมตรจากต้นน้ำภูเขาสูงชายแดนมาเลเซียถึงปากอ่าวที่อำเภอสายบุรีในโลกแผนที่ของเขาเช่นกัน

            สำหรับคนท้องถิ่นพวกเขารู้จักภูเขามีชื่อตามชื่อท้องถิ่นนั้น อาทิเขาอัยย์จูโจ๊ะ เขากาหลง เขาอัยย์กาแซ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี

 

ลูโบ๊ะจีนอ ชื่อของวังน้ำที่มีปลามากในลำน้ำสายบุรี


ป่าของคนเขตแม่น้ำสายบุรี-เทือกเขาสันกาลาคีรี

            ป่าในภูเขาสูงมีสภาพแวดล้อมเป็นป่าทึบมีไม้เล็กใหญ่รายรอบมองไปทางไหนมีแต่ความมืดครึ้ม ลักษณะต้นไม้คล้ายๆ เหมือนกันไปหมดโดยเฉพาะป่าไม้ในเขตป่าดิบชื้นที่มีใบไม้เขียวตลอดปีการเดินทางตามแผนที่ในจินตนาการของพวกเขานั้น มักมองหาภูมิประเทศที่มีลักษณะแปลกหรือมีจุดเด่นง่ายในการมองเห็นเป็นวิธีการอ้างอิงในการกำหนดชื่อเพื่อเรียกชื่อให้เข้าใจตรงกัน 

            แนวเทือกเขาสันกาลาคีรีที่ทอดยาวทางด้านตะวันตกของคาบสมุทรมลายู สำหรับคนท้องถิ่นตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาสนั้น พวกเขาจดจำเพียงยอดเขารูปโหนกที่อยู่ปลายสุดของเทือกเขาทางทิศใต้ที่มีชื่อเรียกท้องถิ่นว่า "กูนุงจอนอง" ที่แปลว่ายอดเขาที่เป็นโขดหินใหญ่เอียงส่วนคนอีกด้านหนึ่งอย่างคนบ้านไอร์จูโจะ ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาครนั้นพวกเขาจำเพียงยอดเขา "กูนุงจูโจะ" ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาหินใหญ่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน

            นอกจากนั้นภูมิประเทศที่เป็นลักษณะเฉพาะ เช่น สายน้ำ ไม้ใหญ่ ก้อนหินก้อนใหญ่ในป่า ก็ล้วนเป็นเครื่องมือในการสร้างโลกแผนที่ของชาวบ้าน สายน้ำแต่ละสายมีชื่อเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นที่ถูกใช้เป็นชื่อบ้าน อาทิ บ้านไอร์จูโจะ บ้านไอร์มีแญ บ้านไอร์บือรา เป็นต้น

            เส้นทางการเดินในภูเขาในป่านั้นพวกเขาเดินตามทางสัตว์เดินซึ่งคนมลายูเรียกว่า "เดอนา" สัตว์ป่ามีลักษณะการเดินที่เลือกความง่ายดายมาก่อน ระยะทางอาจจะไม่ไกลแต่ต้องเดินอ้อมไปอ้อมมา ไม่เดินตัดตรงเพราะเกรงจะเกิดอันตราย รอยทางเดินของช้างเป็นร่องทางเดินที่คนภูเขาชอบที่สุดเพราะมีขนาดกว้างเดินง่าย

            รายละเอียดระหว่างทางเดินนี้แหละกลายเป็นแผนที่ของคนท้องถิ่นในการเดินทางในป่า เช่นเดียวกันกับแผนที่ท้องถิ่นของคนเขตชายฝั่งทะเลที่พวกเขาบอกว่าในทะเลมีหมู่บ้านซึ่งหมายถึงในท้องทะเลที่แลเห็นเป็นสีฟ้ากว้างใหญ่นั้นชาวบ้านท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกตำแหน่งแต่ละที่เฉพาะของท้องถิ่นที่คนในท้องถิ่นรู้กันแต่คนภายนอกไม่รู้ได้ 

            ตัวอย่างชื่อเรียกต่างๆ ในเขตนิเวศภูเขา

            บูเกะ พื้นที่ภูเขาทั้งลูกเป็นการระบุตำแหน่งภูเขาต่างๆ ที่อยู่ในเทือกเขา เช่น บูเกะแบยอ บูเกะฮีเยา บูเกะมูนิง

            กูนุง ภูเขาที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่หรือหน้าผาหิน เช่น กูนุงจูโจ๊ะ กูนุงจอ-นอง กูนุงฮาเวาะฮ

            ฆูวอ ถ้ำหรือโพรงหินขนาดใหญ่

            แด แนวสันเขา ที่ราบบนภูเขา เช่น แดลีแป แดกูบาฆูลิง

 

แม่น้ำของคนเขตแม่น้ำสายบุรี-เทือกเขาสันกาลาคีรี

            เส้นแม่น้ำสายบุรีในเขตเทือกเขาสันกาลาคีรีในความคิดของคนท้องถิ่นนั้นไม่ได้เป็นแม่น้ำสายบุรีที่ยาวจากต้นน้ำไปสุดปากอ่าวลักษณะแม่น้ำแตกต่างจากสายลำธารแต่พวกเขาเรียกชื่อแม่น้ำว่า "ซูงา" ที่แปลว่าแม่น้ำและที่หมายถึงแม่น้ำที่มีอยู่เส้นเดียวในเขตนี้

            แม่น้ำสายบุรีเขตภูเขามีลำน้ำสาขามากมายร่วมร้อยสาขา ช่วงฤดูร้อนน้ำไม่สูงนักแต่ในฤดูฝนมีน้ำลึกและไหลเชี่ยวเอ่อท้นตัวอย่างชื่อเรียกต่างๆ มีดังนี้

            บาตู แก่งหินกลางลำน้ำ บางพื้นที่เป็นเกาะแก่งหิน ตลอดเขตนี้มีแก่งหินเกือบ ๒๐ แห่ง เล็กบ้างใหญ่บ้าง บริเวณนี้มีน้ำลึกเป็นที่อยู่ของกุ้งและปลาขนาดใหญ่

            ปูลา เกาะกลางน้ำ เป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมของทรายเป็นเวลานานจนมีต้นไม้งอกเติบโต เป็นที่แวะพักของคนหาปลาและบริเวณร่องที่แคบเป็นพื้นที่วางเครื่องมือจับปลา ในหน้าแล้งคนในท้องถิ่นใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน

            ปาเซ หาดทรายเกิดจากลักษณะเวิ้งโค้งของลำน้ำที่ตรงข้ามด้านที่เป็นตลิ่ง สายน้ำจะพัดพาก้อนหินขนาดต่างๆ มาทับถมเป็นที่ลาดเนิน 

            ตือบิง ตลิ่งริมแม่น้ำที่ลักษณะเป็นขอบสูงเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ

            จือบอ ร่องน้ำล้น เป็นร่องลำน้ำริมแม่น้ำเมื่อมีน้ำไหลหลาก เมื่อมีปริมาณน้ำมากน้ำส่วนหนึ่งจะไหลออกตามร่องน้ำนี้ ปลาบางชนิดใช้เป็นพื้นที่วางไข่

            มูโล๊ะกวาลอ บริเวณลำน้ำสาขาบรรจบกับแม่น้ำใหญ่

            จือแฆ บริเวณที่สายน้ำลดระดับลงอย่างกะทันหัน เป็นพื้นที่อันตรายสำหรับคนหาปลา ที่อาจทำให้เรือคว่ำ

ลูโบ๊ะ  บริเวณที่มีระดับน้ำลึก น้ำมีลักษณะไหลวน เป็นบริเวณที่มีปลาชุก

            นอกจากนั้นพวกเขายังระบุลักษณะของน้ำตามลักษณะอย่างอื่นอีกด้วย อาทิ

            ไอร์ปาแซ  สายน้ำที่เพิ่มระดับขึ้น

            ไอร์จือฆา  สายน้ำที่ไหลเชี่ยว

            ไอร์ลีกู  สายน้ำที่ไหลคดโค้งตามลักษณะภูมิประเทศ

            ไอร์กือโระ  สายน้ำที่มีสีของน้ำขุ่นมีสีแดง แสดงถึงน้ำที่ไหลมาจากภูเขา

            ไอร์จือนิห  สายน้ำที่มีสีของน้ำไม่ขุ่น

            ไอร์ฮานิง  สายน้ำไหลนิ่ง

            ไอร์มูซิง    สายน้ำที่มีกระแสน้ำวน บางคนเรียก ลีปะสาโง หมายถึง ลักษณะการเกล้าผมของผู้หญิง

            ไอร์มาตี  สายน้ำที่ถูกตัดขาดจากสายน้ำเดิมในหน้าแล้ง แต่เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะบรรจบกับสายน้ำใหญ่

            ไอร์สือโจ๊ะ สายน้ำที่สัมผัสรู้สึกเย็น

            ไอร์ปานัส สายน้ำที่สัมผัสรู้สึกอุ่น

            นอกจากการใช้ลักษณะเด่นทางธรรมชาติเป็นหมุดหมายในการสร้างแผนที่ของคนท้องถิ่นแล้วคนท้องถิ่นยังใส่เรื่องเล่าผูกโยงกับเรื่องราวตำนานที่สอดคล้องกับความเชื่อ คุณค่าของท้องถิ่นนั้นๆ เรื่องเล่าตำนานที่ผูกโยงกับพื้นที่อาจเป็นกุศโลบายที่ให้คนในท้องถิ่นให้ความเคารพต่อพื้นที่ เช่น เทือกเขากูนุงจอนองมีเรื่องเล่าที่ผูกกับตือรีสือดอง  เจะมัสกูนิงฮันตูปารี จระเข้เผือก หรือคนแถบบ้านไอร์จูโจะมีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับวาลี ผู้ชายเครายาวสีขาวใส่ชุดสีขาวคอยเฝ้าดูแลผืนป่า บางที่เกี่ยวกับวาลีชุดเขียว เรื่องเล่าตำนานท้องถิ่นส่วนใหญ่คนในท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้

 

แผนที่ท้องถิ่นคือวัฒนธรรมเฉพาะห้ามเลียนแบบ

            แผนที่ของคนท้องถิ่นเป็นนามธรรมและเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากการเรียนรู้สภาพแวดล้อมจริงในธรรมชาติผ่านการบอกเล่าของผู้อาวุโสหรือผู้มีประสบการณ์ ลักษณะเฉพาะในอาณาบริเวณท้องถิ่นนั้นๆ คนในท้องถิ่นอื่นหรือวัฒนธรรมอื่นอาจไม่ทราบข้อมูลหลายอย่างหรือตีความหมายผิดๆ  เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้ศึกษาเกี่ยวกับท้องถิ่นต้องศึกษาโลกแผนที่ของคนท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไรและเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอย่างไร

            _ที่จริงฟากฟ้าและแผ่นดินแต่เดิมผนึกรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อมาเราจัดการแยกมันทั้งสองและเราได้บันดาลทุกสิ่งที่มีชีวิตมาจากน้ำ ไฉนเล่าพวกเขาจึงไม่ศรัทธา   

อัลกรุอาน 21:30

หมายเหตุ

            ผมและคณะวิจัยโครงการภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงของการใช้ทรัพยากรในนิเวศวัฒนธรรม ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้รับโอกาสร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเรียนรู้จากแผนที่เพื่อรู้จักท้องถิ่น เนื่องในวันเล็ก-ประไพ รำลึก ครั้งที่ ๑๐โดยมี มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมมือกับเมืองโบราณสมุทรปราการ เป็นผู้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การเรียนรู้จากแผนที่เพื่อรู้จักท้องถิ่น" เพื่อการสร้างแผนที่ของท้องถิ่นของตนเอง โดยปรับจากแผนที่ภูมิศาสตร์ผสานกับโลกแผนที่ของคนท้องถิ่นที่พวกเขาจินตนาการและจดจำหมุดหมายในสภาพแวดล้อมต่อหน้าพวกเขา ตำนานท้องถิ่นและคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ เพื่อสร้างแผนที่ ซึ่งสามารถเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นของตนเองได้อย่างมีลักษณะเฉพาะของตนเอง

 

บันทึกจากท้องถิ่น : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๐๓ (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๗)

 

 

 

 

อัพเดทล่าสุด 26 พ.ค. 2559, 16:28 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.