หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เรียนรู้เรื่องราวชาวย่านที่ ‘พิพิธบางลำพู’
บทความโดย อภิญญา นนท์นาท
เรียบเรียงเมื่อ 26 พ.ย. 2558, 00:00 น.
เข้าชมแล้ว 3305 ครั้ง

อาคารพิพิธบางลำพูตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ เดิมเป็นที่ตั้งของโรงพิมพ์คุรุสภาหลังเก่า


            เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ร่วมกับประชาคมบางลำพูได้เปิดแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของย่านบางลำพูขึ้นในนาม พิพิธบางลำพู  ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่อาคารโรงพิมพ์คุรุสภาเก่า ภายในมีส่วนจัดแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของย่านบางลำพู ผู้คน และมรดกวัฒนธรรมที่หลงเหลืออยู่ภายในย่านเก่าแก่แห่งนี้ 

 

อาคารโรงพิมพ์คุรุสภาสู่ "พิพิธบางลำพู"

            อาคารโรงพิมพ์คุรุสภา หรือโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ตั้งอยู่ริมคลองบางลำพู ใกล้ป้อมพระสุเมรุเดิมเป็นอาณาเขตของวังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาบดินทร์ หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดไปอยู่อาศัย ที่ดินจึงตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน

            จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ในสมัยที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้อนุมัติให้จัดตั้งโรงพิมพ์ตำรากระทรวงธรรมการขึ้นในบริเวณดังกล่าว  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ กระทรวงธรรมการได้มีมติจัดตั้งโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชซึ่งถือเป็นโรงเรียนช่างพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย และมีการก่อสร้างอาคารตึกเพิ่มเติมโดยมีพระสาโรชรัตนนิมมานก์ (สาโรช ร.สุขยางค์) สถาปนิกของกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ

            โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชเปิดสอนเรื่อยมา จนปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จึงหยุดการเรียนการสอน แต่ยังทำหน้าที่เป็นโรงพิมพ์ตำราอยู่เช่นเดิม และในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้อยู่ในความดูแลของคุรุสภา แต่ในเวลาต่อมาโรงพิมพ์คุรุสภาได้ย้ายฐานการผลิตไปยังโรงพิมพ์แห่งใหม่ที่ลาดพร้าว โรงพิมพ์คุรุสภาที่ถนนพระสุเมรุจึงกลายเป็นเพียงคลังเก็บสินค้าเรื่อยมาจนหมดสัญญาเช่า ก็ได้ส่งมอบคืนให้กรมธนารักษ์เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๘  และถูกปล่อยทิ้งร้างตั้งแต่นั้นมา

            จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ทางกรมธนารักษ์มีมติให้รื้ออาคารโรงพิมพ์เก่าแห่งนี้ แต่ด้วยพลังความเข้มแข็งของชาวประชาคมบางลำพู และเสียงคัดค้านจากนักวิชาการที่ต่างเห็นคุณค่าของอาคารแห่งนี้ที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบางลำพู ส่งผลให้โครงการรื้อถอนอาคารต้องล้มเลิกไป และผลักดันจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓

            ผลจากการเห็นคุณค่าและความพยายามผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์โรงพิมพ์เก่าแก่ของชาวย่านบางลำพู นำมาสู่การพัฒนาอาคารอย่างสร้างสรรค์ในโครงการจัดตั้ง พิพิธบางลำพู โดยกรงธนารักษ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เผยแพร่มรดกวัฒนธรรมของย่านบางลำพูและบทบาทของกรมธนารักษ์ควบคู่กันไป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพิ่งเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗             

           

เรื่องราวชาวย่าน ชาวตรอก

ย่านบางลำพู เป็นย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่มีการอยู่อาศัยสืบเนื่องมาตั้งแต่ก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ ก่อนที่จะขยายตัวเป็นชุมชนหนาแน่นมากขึ้นในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ อันเนื่องมาจากการขุดคลองรอบกรุง เกิดเป็นวิถีชุมชนริมลำคลองตลาดย่านการค้า และชุมชนตรอกเล็กๆ ขึ้นมากมายภายในย่าน ซึ่งมีชุมชนของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งไทย จีน มอญ เขมร ลาว แขกตานี อาศัยอยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนของขุนนางและข้าราชการตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ย่านบางลำพูจึงมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและสังคมของกรุงเทพฯ มาทุกยุคสมัย

            ในส่วนของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่านบางลำพู และเรื่องราวชาวตรอก-ชาวย่าน ถูกนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการภายในพิพิธบางลำพู โดยเรียงร้อยเรื่องราวตามลำดับช่วงยุคสมัย ผ่านการออกแบบนิทรรศการที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ ดังนี้

 

            สีสันบางลำพู แสดงภาพยนตร์สั้นบอกเล่าถึงภาพจำของย่านบางลำพูในปัจจุบัน

            เบาะแสจากริมคลอง แสดงภาพยนตร์สั้นบอกเล่าประวัติศาสตร์การขุดคลองรอบกรุง และวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยร่วมกันภายในย่านแห่งนี้

            พระนครเซ็นเตอร์ จัดแสดงย่านบางลำพูในยุคที่เปลี่ยนแปลงตามรอยความศิวิไลซ์แบบตะวันตกและบทบาทในด้านศูนย์กลางการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของพระนครในอดีต การตัดเส้นทางรถรางผ่านย่านบางลำพู ซึ่งมีแหล่งมหรสพหลายแห่ง เช่น โรงภาพยนตร์บุษยพรรณหรือตงก๊ก เชิงสะพานนรรัตน์  วิกลิเกหอมหวล คณะละครนาครบันเทิง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆ ที่เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ทันสมัย เช่น ร้านนพรัตน์ ตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูปและชุดนักเรียน ห้างแก้วฟ้า รับตัดรองเท้าหนังอย่างดี ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย เครื่องสำอาง ของอุปโภคต่างๆ ร้าน ต. เง็กชวน จำหน่ายหีบเสียงและจานเสียง เป็นต้น

ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า จัดแสดงแผนผังตรอกต่างๆ ภายในย่านบางลำพู และมรดกวัฒนธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ เช่น งานช่างแทงหยวกของชุมชนวัดใหม่อมตรส งานเครื่องถมของชุมชนบ้านพานถม การตีทองคำเปลวชาวตรอกบวรรังษี งานปักชุดโขนของตรอกเขียนนิวาสน์-ไก่แจ้ บ้านลานทองชุมชนวัดสามพระยา ซึ่งผลิตของใช้ต่างๆ จากใบลานในสมัยก่อน เช่น ใบลานที่ใช้จารหนังสือ หมวกใบลาน ตะกร้า ตาลปัตร บ้านดนตรีไทยดุริยประณีต งานช่างทองที่ตรอกมัสยิดจักรพงษ์ เป็นต้น 

ที่นี่บางลำพู จัดแสดงแผนผังลำดับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในย่านบางลำพู และชีวประวัติของบุคคลสำคัญที่อยู่อาศัยในย่านนี้ และยังมีส่วนจัดแสดงอื่นๆ ได้แก่ ต้นลำพูจำลองอันเป็นที่มาของชื่อบ้านนามเมือง ห้องประดิษฐานพระพุทธบางลำพูประชานารถ ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงประธานในชาวบางลำพู ส่วนจัดแสดงเรื่องประวัติโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช และห้องสมุดชุมชนบางลำพูที่เป็นแหล่งรวบรวมหนังสือและเอกสารที่สำคัญเกี่ยวกับย่านบางลำพู 

         

นอกจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแล้ว ภายในอาคารพิพิธบางลำพูยังมีส่วนจัดแสดงอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการบทบาทในด้านต่างๆ ของกรมธนารักษ์ นิทรรศการเรื่องป้อม ประตู คูเมืองและกำแพงเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ และยังมีห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งในช่วงระหว่างนี้เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

 

            พิพิธบางลำพู นับเป็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคประชาชนและหน่วยงานรัฐที่ต่างเห็นคุณค่าของพื้นที่ย่านเก่า นำมาสู่การพัฒนาอย่างอนุรักษ์และสร้างสรรค์ เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นศูนย์กลางนำเสนอภาพรวมของย่านบางลำพู เพื่อชี้ชวนให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเกิดความสนใจใคร่รู้ ออกตามรอยมรดกวัฒนธรรมที่ยังปรากฏร่องรอยและมีชีวิตชีวาโลดแล่นอยู่ในพื้นที่โดยรอบพิพิธบางลำพูแห่งนี้

 

                                            ++++++++++++++++++++++

๑) อาคารพิพิธบางลำพูตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ เดิมเป็นที่ตั้งของโรงพิมพ์คุรุสภาหลังเก่า


ส่วนจัดแสดงนิทรรศการเรื่องการทำเครื่องถมของชุมชนบ้านพานถม


เครื่องมือเก่าแก่ของช่างทำใบลานที่ชุมชนลานทอง ย่านบางลำพู


โต๊ะทำทองของช่างทองตรอกมัสยิดจักรพงษ์ เป็นของเก่าแก่อีกอย่างหนึ่งที่ชุมชนมอบให้จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์


ห้องสมุดชุมชนบางลำพูภายในพิพิธบางลำพู เก็บรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ย่านเก่า และชุมชนบางลำพู รวมถึงสาระความรู้เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


 

**หมายเหตุ**

พิพิธบางลำพู เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ -๑๘.๐๐ น.

ในช่วงระหว่างวันที่ ๑ สิงหาคม – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ เปิดให้เข้าชมฟรี

ภายหลังจากนี้จะต้องเสียค่าเข้าชมท่านละ ๑๐๐ บาท  ยกเว้นเด็ก (สูงไม่เกิน ๑๒๐ เซนติเมตร) คนพิการ พระภิกษุ สามเณร นักเรียน – นักศึกษาในเครื่องแบบ(ไม่เกินระดับปริญญาตรี) และผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อัพเดทล่าสุด 26 พ.ย. 2558, 00:00 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.